
พลังงานสะอาดมีต้นทุนต่ำลงใน10ปี
วอชิงตัน-รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐคาดภายในสิ้นทศวรรษนี้ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยแรงลม-แสงแดดจะมีต้นทุนต่ำลงและมีตลาดระดับโลกรองรับ
นายสตีเฟน ชู รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกา กล่าวเมื่อวันพุธ (23 มี.ค.) ว่ามีความเป็นไปได้ที่ต้นทุนสำหรับการลงทุนสร้างระบบผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังลม และพลังแสงอาทิตย์จะอยู่ในระดับที่แข่งขันได้โดยไม่ต้องอาศัยการอุดหนุนทางการเงินจากภาครัฐภายในสิ้นทศวรรษนี้ ประเทศ และบริษัทที่พัฒนาระบบการผลิตพลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และแหล่งพลังงานเหล่านั้นจะมั่นใจได้ว่ามีตลาดโลกรองรับอุปทานที่เกิดขึ้นจากการผลิตระบบผลิตพลังงานสะอาด
รัฐบาลสหรัฐภายใต้การบริหารของนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดี มีนโยบายสนับสนุนให้บริษัทเอกชนลงทุนในการพัฒนาระบบผลิตพลังงานสะอาด เพื่อเพิ่มตำแหน่งงานในประเทศ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับประเทศจีนที่กำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอยู่ในปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ไม่มีการผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศเพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานไฟฟ้าภายในประเทศ แม้ว่าจะเกิดวิกฤติสารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกจากโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ไดอิจิ ของญี่ปุ่นที่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว-คลื่นยักษ์สึนามิถล่มเมื่อวันศุกร์ (11 มี.ค.) ก็ตาม
ขณะที่รัฐบาลสเปนได้พิจารณาแผนการเพิ่มจำนวนแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าโดยอาศัยแรงลมภายในประเทศมากขึ้น 2 เท่าภายในปี 2563 โดยมีแผนที่จะทุ่มเงินงบประมาณสนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลม แม้ว่ารัฐบาลกำลังใช้นโยบายรัดเข็มขัดปรับลดงบประมาณโดยรวมเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันรัฐบาลสเปนอาจจะตกเป็นจำเลยในศาลจากการที่ภาคเอกชนที่ลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขู่ว่าจะฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายหากรัฐบาลสเปนปรับลดงบประมาณอุดหนุนการลงทุนตามที่เคยให้คำมั่น
ในภาพรวมรัฐบาลสเปนต้องการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าโดยอาศัยแรงลมสู่ระดับ 35 กิกกะวัตต์ภายในปี 2563 จากระดับ 19.4 กิกะวัตต์ในปี 2553 และเป็นนโยบายที่เกิดขึ้นภายหลังการเกิดวิกฤตินิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ ไดอิจิของญี่ปุ่น



