
ธุรกิจไทยผนึกกำลังต้านศูนย์ค้าส่งยักษ์จีน
องค์กรธุรกิจไทยรวมกำลังต้านทุนจีนลงทุน "ไชน่า ซิตี้คอมเพล็กซ์" มองกระทบธุรกิจไทยแน่ ห่วงเอสเอ็มอีสู้ไม่ไหว แถมสินค้าไทยอาจถูกสวมสิทธิ์ส่งขายต่างประเทศ เจอปัญหากีดกันการค้า เตรียมเสนอรัฐวางนโยบายให้ชัด
การระดมความเห็นเรื่อง "เมื่อศูนย์ค้าส่งยักษ์จีนบุก! รุกสิทธิคนไทยหรือไม่?" จัดโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คณะทำงานเศรษฐกิจมหภาค การเงิน การคลัง ในสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และองค์กรภาคธุรกิจ กว่า 30 องค์กร เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2554 มีความเห็นตรงกันว่า โครงการไชน่า ซิตี้คอมเพล็กซ์ บางนา ของกลุ่มทุนจากประเทศจีน จะส่งผลกระทบต่อทุกภาคธุรกิจของไทย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือ เอสเอ็มอี พร้อมทั้งกังวลว่าอาจเกิดปัญหาสวมสิทธิ์แหล่งสินค้าไทย ทำให้เกิดปัญหาถูกกีดกันสินค้าจากประเทศคู่ค้า เช่น สหรัฐอเมริกา จึงเตรียมนำความเห็นเสนอรัฐบาลกำหนดเป็นนโยบาย
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท.เคยเข้าไปขอความชัดเจนเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวจากนายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาแล้ว แต่ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน และตนเคยขอความเห็นนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ด้วยเช่นกัน ซึ่งก็มีแนวคิดเดียวกันคือ ไม่เห็นด้วยที่จะเปิดให้กลุ่มทุนจีนเข้ามาลงทุนในลักษณะดังกล่าว
"ในช่วงที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งทำหนังสือร้องเรียนมาที่สภาอุตสาหกรรมมาก ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้แทนรัฐบาลไทยต้องให้การรับรองเป็นทางการออกหน้าออกตา จะส่งเสริมการค้าของไทยหรือจีนกันแน่” นายธนิต กล่าวและว่า เท่าที่เคยเห็นบทสัมภาษณ์ของกลุ่มทุนจีนที่จะเข้ามาลงทุน มองว่าไทยไม่เข้มงวดเกี่ยวกับการมาลงทุนของต่างชาติ ดังนั้น จึงต้องการใช้ไทยตัวเชื่อมเพื่อต่อไปอียูและอเมริกา
นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะทำให้มีสินค้าราคาถูกจากจีนเข้ามาตีตลาดในไทยจำนวนมาก อาจทำให้เอสเอ็มอีไทยตกงาน กระทบต่อชุมชนทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จึงอยากให้มีการจัดทำรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อน
นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หากจะเปิดให้มีการค้าเสรีจริงก็จำเป็นต้องมีกฎหมายมาคุม และรัฐบาลต้องมองภาพรวม ต้องสร้างสมดุล เพราะปลาใหญ่ต้องกินปลาเล็กแน่ๆ
ด้านนายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย ผู้แทนนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ติดตามดูตลอดว่า การเข้ามาลงทุนของจีนครั้งนี้ ยังไม่พบความผิดปกติ หากมีการเข้ามาลงทุนจริง ก็มีกฎหมายต่างๆ ไว้คอยดูแลอยู่แล้ว เช่น กฎหมายว่าด้วยการค้า กฎหมายว่าด้วยการกำหนดราคาสินค้าและบริการ พ.ร.บ.ดูแลตอบโต้การทุ่มตลาด



