ข่าว

ความไร้มาตรฐานของสหรัฐกับภาวะไร้เสถียรภาพในตอ.กลาง

ความไร้มาตรฐานของสหรัฐกับภาวะไร้เสถียรภาพในตอ.กลาง

25 มี.ค. 2554

สถานการณ์คุระอุในตะวันออกกลางในขณะนี้ อันเป็นผลพวงต่อเนื่องจากการปฏิวัติดอกมะลิ ซึ่งเริ่มที่ตูนิเซียลามไปที่อียิปต์และอีกหลายประเทศโดยเฉพาะที่เยเมนกับซีเรีย และกำลังสั่นคลอนเสถียรภาพของทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง

  สะท้อนภาพที่ชัดเจนว่าความน่าเชื่อถือของสหรัฐในฐานะผู้พิทักษ์สันติภาพในภูมิภาคนั้นได้ลดระดับลงฮวบฮาบ จนอยู่ในระดับแทบไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป หนำซ้ำยังมีส่วนเร่งเร้าให้ภาวะไร้เสถียรภาพนั้นยิ่งสั่นคลอนง่อนแง่นมากขึ้น

 ถ้าไม่นับรวมภาพของอันธพาลใหญ่ ผู้เป็นหัวหอกนำพันธมิตรนาโตบางประเทศที่มีผลประโยชน์ต้องกันอย่างฝรั่งเศส อังกฤษ แคนาดา ตลอดจนประเทศพันธมิตรอาหรับ เปิดยุทธการ“โอดิสซี ดอว์น” ถล่มกองทัพอากาศของลิเบียขนานใหญ่จนเสียหายยับเยิน แถมส่อเค้าว่าอาจจะยืดเยื้อและถลำลึกไปสู่การบุกภาคพื้นดิน นอกเหนือจากการปิดน่านน้ำแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แบบเดียวกับที่เคยทำกับอิรักเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

 ภาพของประเทศมหาอำนาจที่ไม่น่าเชื่อถือได้ยังมาจากนโยบายเลือกปฏิบัติของผู้นำทำเนียบขาวเอง ซึ่งไม่ใช่แค่เลือกปฏิบัติแบบสองมาตรฐานเท่านั้น หากแต่ถือว่าไร้มาตรฐานโดยสิ้นเชิง เห็นได้ชัดจากการเลือกดำเนินนโยบายต่างประเทศที่แตกต่างกันระหว่างเยเมนกับซีเรีย ซึ่งต่างเผชิญกับปัญหาภายในแบบเดียวกัน นั่นก็คือมีการประท้วงกดดันให้ประธานาธิบดีลาออก แต่สหรัฐกลับเลือกที่จะสนับสนุนรัฐบาลของเยเมนที่เป็นพันธมิตร ขณะเดียวกันมีแต่ประณามซีเรีย แม้ว่าทั้งสองประเทศจะใช้มาตรการเดียวกันในการปราบปรามผู้ประท้วงก็ตาม

 การเลือกปฏิบัติที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเจนนี้ สะท้อนให้เห็นว่านโยบายและยุทธศาสตร์ของสหรัฐในตะวันออกกลางนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย นั่นก็คือมุ่งรักษาผลประโยชน์ของสหรัฐเป็นสำคัญ ถ้าใครขัดขวางก็จะถูกหมายหัวว่าจะต้องถูกขจัดให้พ้นทางแบบเดียวกับอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน แห่งอิรัก และที่กำลังจะเป็นรายต่อไปก็คือพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี แห่งลิเบีย ผู้ได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 4 มหาศัตรูตลอดกาลของสหรัฐแต่ไหนแต่ไรมา

 เพราะความระแวงในความไม่จริงใจของสหรัฐ อีกทั้งยังจดจำเหตุการณ์คราวที่ถูกทำเนียบขาวในยุคของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช หลอกโดยใช้ข้อมูลเท็จเพื่อโน้มน้าวให้ประชาคมโลกเห็นด้วยกับการยึดอิรักเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ผู้นำประเทศในตะวันออกกลางหลายประเทศจึงลุกขึ้นคัดค้านการถล่มลิเบีย ในเมื่อต่างตระหนักดีว่าหากสามารถล้มผู้นำลิเบียได้แล้ว เป้าหมายต่อไปที่สหรัฐเล็งไว้เป็นพิเศษก็คือซีเรียและอิหร่าน ซึ่งล้วนแต่มั่งคั่งด้วยน้ำมันแต่ไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติของสหรัฐ