
ข้อบังคับมัดบอล ต้องเลือกตั้ง มี.ค.
เผยข้อบังคับลักษณะปกครองสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย มัดตัว บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกลูกหนังต้องจัดการประชุมใหญ่ภายในเดือนมี.ค. เพื่อเลือกตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่ หากแหกข้อบังคับตัวเอง กกท.มีสิทธิ์เข้าดำเนินการตามข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 6 ทันที
หลังจากที่ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดแถลงข่าว เมื่อวันที่ 23 มีนาคม เกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่ง รวมถึงการเลือกตั้งกรรมการบริหาร และนายกสมาคมชุดใหม่ ที่จะต้องดำเนินการตามแนวทางของฟีฟ่ากำหนดนั้น
ล่าสุดทีมข่าว “คม ชัด ลึก” ได้ตรวจสอบข้อบังคับลักษณะปกครองสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 9 พ.ศ.2546 ซึ่งยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน โดยยังไม่มีการขอมติจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีให้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ พบว่า จากความเข้าใจเดิมที่กำหนดสภากรรมการบริหาร จะต้องหมดวาระในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี และมีระยะเวลารักษาการ 90 วัน เพื่อกำหนดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ที่ต้องมีวาระเลือกตั้งนั้น เป็นความเข้าใจที่ผิด เนื่องจากในข้อบังคับฉบับดังกล่าว ไม่ได้ระบุเรื่องห้วงเวลาเอาไว้แล้ว
ทั้งนี้ ข้อบังคับได้ตราเอาไว้ในข้อ 17 การพ้นตำแหน่งของสภากรรมการ ข้อย่อยที่ 17.3 เมื่อสภากรรมการจะพ้นตำแหน่ง ให้นายกสมาคมจัดให้มีการประชุมใหญ่พิเศษ เพื่อเลือกตั้งนายกสมาคม และแต่งตั้งสภากรรมการชุดใหม่ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง ในกรณีที่สภากรรมการจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้มีการประชุมใหญ่ประจำปีเพื่อเลือกตั้งนายกสมาคม และแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ และให้สภากรรมการชุดเดิมปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าสภากรรมการชุดใหม่เข้ารับมอบหน้าที่แล้ว
ดังนั้น เมื่อสภากรรมการชุดปัจจุบันที่มีนายวรวีร์ มะกูดี เป็นนายกสมาคม สมัยที่ 2 ซึ่งได้รับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2552 โดยที่ประชุมในวันนั้นแต่งตั้งให้ “เปาอั๋น” ภิรมย์ อั๋นประเสริฐ เป็นประธานชั่วคราว ก่อนที่ น.ท.เผ่าพันธ์ พ่วงนาคพันธ์ ผู้แทนสโมสรทหารอากาศ เสนอชื่อ “บังยี” เพียงคนเดียวเข้าชิงตำแหน่ง และใช้เวลาเลือกตั้งเพียง 18 วินาที ซึ่งมีนายสมพร ไชยสงคราม หัวหน้างานนิติการ กองนิติการ สำนักผู้ว่าการ กกท.และทีมงานเป็นสักขีพยาน ทีมงานสภาชุดดังกล่าวจึงจะหมดวาระในวันที่ 30 มีนาคม ไม่ใช่วันที่ 17 มีนาคม ตามที่ นายวรวีร์ กล่าว
เมื่อเป็นเช่นนี้ ในหมวด 6 การประชุมใหญ่ ข้อ 20 การประชุมใหญ่ประจำปี ตามข้อบังคับฉบับเดียวกัน ระบุไว้ว่า ให้มีการประชุมใหญ่ประจำปี ปีละ 1 ครั้ง แต่ต้องไม่เกินเดือนมีนาคมของปีถัดไป จึงเท่ากับว่า สภากรรมการบริหารที่เป็นสภารักษาการ จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่ประจำปี เพื่อให้มีการเลือกตั้งภายในวันที่ 31 มีนาคม ที่จะถึงนี้เท่านั้น จะไปอ้างข้ามปีถัดไปไม่ได้ เพราะจะเท่ากับว่าดำรงตำแหน่ง 3 ปี ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด
นอกจากนี้แล้ว หากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ไม่ดำเนินการตามข้อบังคับของตนเอง จะทำให้การกีฬาแห่งประเทศไทย สามารถนำข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 6 ว่าด้วยการควบคุมสมาคมซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับการกีฬาหรือการส่งเสริมการกีฬาโดยตรง ข้อ 15 ในกรณีที่สมาคมใดดำเนินการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับของสมาคมหรือข้อบังคับฉบับนี้ให้ กกท. มีอำนาจสั่งการให้สมาคมแก้ไขหรือระงับการดำเนินการฝ่าฝืนดังกล่าวภายในระยะเวลาอันสมควรได้ และในกรณีเดียวกันนี้สมาชิกของสมาคมจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 หรือกรรมการสมาคมจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ร้องขอให้สมาคมดำเนินการแก้ไขก็ได้ หากสมาคมมิได้ดำเนินการตามความในวรรคหนึ่ง และกกท. เห็นว่าถ้าปล่อยให้เนิ่นช้าออกไปอีกจะเป็นผลเสียหายต่อสมาคม ให้ กกท.หรือคณะบุคคลหนึ่งบุคคลใดที่ กกท. แต่งตั้งขึ้นโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าดำเนินการหรือบริหารงานของสมาคมได้ในระหว่างเวลาหนึ่งเวลาใดตามที่คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยกำหนด และให้คณะกรรมการบริการของสมาคมมอบหมายการบริหารของสมาคมให้คณะบุคคลดังกล่าวดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด และสมาคมจะต้องให้ความสะดวกและช่วยเหลือในการดำเนินการดังกล่าว
ซึ่ง “คม ชัด ลึก” สอบถามเรื่องนี้ไปที่นายองอาจ ก่อสินค้า รักษาการเลขาธิการสมาคม ได้รับแจ้งว่า กำหนดการเลือกตั้ง ต้องสอบถามที่นายกสมาคมเพียงคนเดียว เพราะตนเป็นผู้นำนโยบายมาปฏิบัติต่อเท่านั้น



