ข่าว

เครือข่ายศิลปินเสนอ4มติเยียวยาสังคม

เครือข่ายศิลปินเสนอ4มติเยียวยาสังคม

24 มี.ค. 2554

"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์"นำเครือข่ายศิลปินเสนอ 4 มติเยียวยาสังคม ชี้ศิลปะช่วยสร้างจิตสำนึกสาธารณะ

(24 มี.ค.)เครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป โดยนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ในฐานะประธานเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป กล่าวเกี่ยวกับศิลปะกับการสร้างสรรค์และเยียวยาสังคมว่า เรื่องของศิลปวัฒนธรรมเป็นงานที่เป็นวิถีชีวิตของประชาชน ศิลปินผู้สร้างงานศิลปะจึงสามารถเข้าถึงจิตใจของประชาชนได้ดีกว่าสื่ออื่น เพราะงานศิลปวัฒนธรรมหรือว่างานศิลปะนั้นเป็นเรื่องของใจ เป็นภาษาและอารมณ์ความรู้สึก ถ้าคนมีจิตสำนึกคนมีความคิดก็สามารถนำไปปรับปรุงชีวิตของตนเองได้

   “เมื่องานศิลปะเป็นเรื่องของจิตสำนึก ถ้าใช้ให้ถูกต้อง เหมาะสม และเป็นประโยชน์กับสังคมมันก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า “จิตสำนึกสาธารณะ” ขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ พลังที่จะเป็นประโยชน์กับสังคมก็จะเกิดขึ้นตามมา”   นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กล่าว

   ประธานเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป กล่าวต่ออีกว่า เพื่อให้ศิลปะสามารถสร้างสรรค์และเยียวยาสังคมได้ทางคณะกรรมการเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูปจึงได้เสนอมติ 4 ข้อหลัก ได้แก่   1. ใช้พลังของศิลปะในการเยียวยาและพัฒนาสังคม โดยขอให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงและหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง   จัดทำแผนการใช้พลังของศิลปะทุกสาขาทั้งร่วมสมัยและพื้นบ้าน วรรณศิลป์ เพื่อการเยียวยาและกล่อมเกลาจิตใจผู้คนในสังคม ขอให้สถาบันการศึกษาทั้งรัฐและเอกชนทุกแห่ง ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการช่วยแก้ไขปัญหาสังคมเร่งด่วน อาทิ ปัญหายาเสพติด ปัญหาทางเพศของวัยรุ่น ปัญหาเด็กและเยาวชน เป็นต้น และให้องค์กรรัฐที่ทำหน้าที่จัดสรรและกำกับดูแลกิจการวิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ กำกับดูแลให้มีรายการเกี่ยวกับศิลปะเพื่อเยียวยาและพัฒนาสังคมอย่างน้อย ร้อยละ 10   ของการนำเสนอทั้งหมด

   2. บริหารจัดการให้ศิลปะดำรงอยู่อย่างมีพลัง โดยขอให้คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปสนับสนุนการจัดตั้งสมัชชาศิลปวัฒนธรรมภาคประชาชนทุกภูมิภาค ให้เป็นกลไกอิสระที่ศิลปินเป็นเจ้าของ มีส่วนในการบริหารจัดการและได้รับการสนับสนุน จากภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรอื่นๆ 3. สนับสนุนทุนการดำเนินงานพัฒนาศิลปะภาคประชาชนโดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดสรรงบประมาณ สนับสนุนศิลปะภาคประชาชนทุกแขนง อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ให้รัฐบาลออกฎหมายจัดตั้ง “ กองทุนสนับสนุนศิลปะภาคประชาชน ” ซึ่งมีแหล่งทุนที่ชัดเจน และยั่งยืน โดยให้มีผู้แทนจากสมัชชาศิลปวัฒนธรรมภาคประชาชนทุกภูมิภาคมีส่วนร่วมในการบริหารกองทุนและ 4. ให้หน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลงานศิลปวัฒนธรรมทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนงานศิลปวัฒนธรรมของภาคประชาชน อย่างจริงจังและเข้มแข็ง
 
 “งานนี้เครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูปได้นำการแสดงของเยาวชนมาแสดงในพิธีเปิดงาน โดยเยาวชนทั้งหมดเป็นผู้ที่อยู่ในสภาพสังคมที่มีปัญหาเพื่อให้สังคมได้เห็นผ่านการแสดงดนตรี กวี ศิลปะการแสดง ?- นาฏศิลป์ พร้อมด้วยการเล่นดนตรีประกอบจากศิลปินอัสลีมาลา ของภาคใต้ โดยมีไวโอลินเป็นเครื่องดนตรีเอก แอคคอเดียน   แมนโดลิน ระมะนาเล็ก รำมะนาใหญ่ ฆ้อง มาสร้างสีสันและใช้เสียงคนตรีสื่อไปถึงหัวใจผู้ฟัง ส่วนการแสดงนั้นเป็นบทกวีที่พูดถึงสภาพของสังคมไทยของนายสุรชัย จันทิมาธร และกวีที่มาจากฝีมือเด็กและเยาวชนที่บอกถึงการมองโลกของเยาวชน โดยการแสดงนี้เป็นการสะท้อนผ่านมุมมองของเด็กและเยาวชน ซึ่งถ้าเรื่องนี้ได้รับการแก้ไขที่ถูกต้อง ความเป็นธรรมก็จะเพิ่มขึ้น ความเหลื่อมล้ำก็จะลดลงด้วย” ประธานเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป กล่าว

   ด้านนายลาย วันทอง ตัวแทนจากกลุ่มเยาวชนแควน้อย จ.กาญจนบุรี หนึ่งในเยาวชนจากการแสดงชุดพิธีเปิด กล่าวว่า ปัญหามีอยู่ทุกที่ในสังคมไทย เด็กและเยาวชนถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของปัญหาเหล่านั้น แต่ “ศิลปะ” จะสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดหรือปัญหาที่พบให้เป็นด้านบวกมากขึ้น ใจเย็นขึ้น รู้จักรักตัวเอง ชุมชน และสังคมที่อยู่มากขึ้น หากเยาวชนทุกคนเปิดใจยอมรับศิลปะ เชื่อว่าจะสามารถมองสังคมได้หลายด้านขึ้น เมื่อปัญหาเกิดขึ้น เพียงมีสมาธิตั้งสติให้ดีก็จะผ่านมันไปได้