
ไตรรงค์ปูดหวั่นใกล้วันเลือกตั้งนองเลือด
มองเหตุนักการเมืองไร้วัฒนธรรมประชาธิปไตย สร้างความขัดแย้งสองฝ่าย ชี้มีตังค์ก็ได้เป็น ส.ส. แนะต้องพัฒนาจุดอ่อนของประเทศ เพื่อไทยขอบคุณผบ.ทบ.ที่ประกาศจุดยืนต้องการให้มีเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอรริน นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “วัฒนธรรมประชาธิปไตย กับการพัฒนาประเทศ” โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเครือข่ายกระทรวงวัฒนธรรม สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังกว่า 500 คน นายไตรรงค์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัญหาประชาธิปไตยของสังคมไทยเกิดขึ้นเพราะความไม่เข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของประชาธิปไตย ซึ่งประกอบด้วย สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และความเป็นพี่น้องกันแม้จะคิดเห็นแตกต่างกัน
โดยเฉพาะกลุ่มนักการเมืองซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประชาธิปไตย ปัจจุบันสามารถเข้าสู่การเมืองได้ง่ายทั้งที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยและวัฒนธรรมประชาธิปไตยเลย แค่มีเงินก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ได้แล้ว ทำให้นักการเมืองเป็นต้นเหตุหลักของปัญหาในสังคมประชาธิปไตย พร้อมกันนี้ตนรู้ยังสึกเป็นห่วงในช่วงใกล้วันเลือกตั้งที่กำลังจะถึง ในภาวะสังคมยังมีความเห็นขัดแย้งกันสองฝ่ายโดยมีนักการเมืองเป็นผู้นำทางความคิดให้เกิดการเคลื่อนไหวต่างๆ ซึ่งเป็นการใช้สิทธิของตัวเองไปทำลายสิทธิของผู้อื่น และการไม่ยอมรับกลุ่มคนที่มีความเห็นต่างจากตัวเอง จนอาจเป็นเหตุให้เกิดการทำร้ายกันหรือยิงกันจนถึงแก่ชีวิตได้
“การเมืองเป็นวิชาชีพอย่างหนึ่ง แต่เราเรียนวิชาชีพทางการเมืองเรียนกันมาน้อยมาก ทำให้มีนักการเมืองบางคนพัฒนาแล้วแต่บางคนก็ยังไม่พัฒนา พวกเรานักการเมืองพอมีตังค์ก็ได้เป็น ส.ส.แล้ว โดยที่ไม่รู้เลยว่าอำนาจหน้าที่ข้าราชการการเมืองคืออะไร วัฒนธรรมประชาธิปไตยควรเป็นอย่างไร ทั้งที่จริงคนจะมาเป็นนักการเมืองได้จะต้องรู้ลึกซึ้งให้หมด ถามแล้วตอบได้ ความรู้ต้องแน่นถึงจะนำชาติไปในหนทางประชาธิปไตยได้ไม่ผิด และไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งวุ่นวาย ซึ่งนักการเมืองบ้านเราจำนวนหนึ่งไม่ได้ซึมซับเรื่องพวกนี้เลย เมื่อผู้นำไม่รู้เรื่องชาวบ้านจะรู้เรื่องได้ยังไง ผมพูดถึงนักการเมืองทุกพรรค ในพรรคประชาธิปัตย์เองก็มี ดังนั้นเราต้องช่วยกันเพื่อจะได้พัฒนาจุดอ่อนของประเทศ” นายไตรรงค์ กล่าว
ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน ราชบัณฑิต ผู้ทรงคุณวุฒิประจำฐานข้อมูลการเมืองการปกครองธรรมาภิบาลและสันติวิธี สถาบันพระปกเกล้า กล่าวในการบรรยายพิเศษ “ทิศทางการพัฒนาวัฒนธรรมประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน” ตอนหนึ่งว่า วัฒนธรรมการเมืองแบบประชาธิปไตยเป็นฐานสำคัญที่สุดของระบอบประชาธิปไตย ปัจจุบันรูปแบบการเมืองและประชาธิปไตยของสังคมไทยเปลี่ยนไป มากกว่าการพัฒนาทางการเมือง ในขณะที่กลุ่มนักการเมืองซึ่งต้องเป็นตัวอย่างการใช้วัฒนธรรมประชาธิปไตย ก็ยังขาดมารยาทและไม่มีสปิริตในทางการเมือง เช่น การตีความกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงเอาประโยชน์ แต่ไม่ได้อ่านเจตนารมณ์ของกฎหมาย เป็นต้น ดังนั้นวิธีแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนคือการให้ความรู้ประชาชนด้วยการจัดหลักสูตรการศึกษากับการเมือง เมื่อประชาชนเกิดความรู้จนนำไปสู่การเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม จะส่งผลต่อความประพฤติของนักการเมืองได้ในอนาคต
เพื่อไทยขอบคุณผบ.ทบ.ที่ประกาศจุดยืนต้องการให้มีเลือกตั้ง
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมช. คลัง ในฐานะคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ระบุว่าทหารสนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง ว่า อยากขอขอบคุณผบ.ทบ.ที่แสดงจุดยืนที่มั่นคงของกองทัพที่จะเคารพเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ที่จะเลือกพรรคการเมืองใดให้เข้ามาบริหารประเทศ ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าทุกครั้งที่มีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน จากสำนักสำรวจที่เป็นกลางและปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งนั้น มักจะมีข่าวการปฏิวัติออกมาตลอดเพื่อหวังให้ประชาชนลังเลใจไม่กล้าเลือกพรรคเพื่อไทย ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วผลการสำรวจนั้นเกิดจากผลการบริหารประเทศที่ล้มเหลวของรัฐบาลตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะผลงานล้มเหลวทางเศรษฐกิจที่ประชาชนต้องเผชิญกับภาวะข้าวยากหมากแพงและขาดแคลนน้ำมันปาล์ม



