ข่าว

สุเทพค้านทหารอินโดสังเกตการณ์แดนไทย-เขมร

สุเทพค้านทหารอินโดสังเกตการณ์แดนไทย-เขมร

24 มี.ค. 2554

“สุเทพ” ไม่เห็นด้วยที่จะให้ “ทหารอินโดฯ” เข้ามาคุมพื้นที่ชายแดน”ไทย-เขมร” ย้ำ แค่สังเกตการณ์พอ ชี้ “สภา” จำเป็นต้องรับรองกรอบ “เจบีซี” เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้า ไม่เช่นนั้นกัมพูชาก็ไม่มั่นใจ ยันไทยไม่เสียดินแดนสักนิ้วเดียว ติงพธม.จะไปล้อมสภาพรุ่งนี้ต้องมี

 (24มี.ค.) เมื่อเวลา 08.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ระบุในลักษณะที่ว่าอยากประชุมเจบีซี โดยไม่มีประเทศที่ 3 และย้ำว่าหากไม่ประชุมที่ประเทศกัมพูชา ก็ต้องมาประชุมที่ประเทศไทย ซึ่งทำให้มีความเป็นห่วงว่าจะไม่เกิดความเรียบร้อยขึ้นอีก ว่า ตนอยากชี้แจงว่า เรื่องนี้หลักอธิปไตยเราต้องยึดเอาไว้ ข้อเรียกร้องที่บอกว่าจะต้องมีทหารต่างชาติเข้ามาอยู่ในพื้นที่ด้วย   ก่อนที่จะมีการเจรจา อย่างนี้ก็คงไม่ใช่ แต่เราเห็นว่าทั้ง 2 ประเทศควรจะมาคุยกัน จะคุยกันที่ไหนก็แล้วแต่ แต่ประเทศที่ 3 ซึ่งก็คือประเทศอินโดนีเซียที่จะมาเป็นสักขีพยาน มาเป็นผู้สังเกตการณ์ของการประชุมนั้น มาได้ หากเรามีการประชุมกัน

 รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องของการประชุมที่หยุดชะงักเพราะมีการประชุมครั้งก่อน ๆ มา 2 - 3 ครั้งแล้ว แต่รายงานการประชุมยังไม่ได้ผ่านการรับรอง ดังนั้นจึงต้องนำเรื่องเข้าไปสู่การรับรองในรัฐสภา ซึ่งจะมีการพิจารณากันในวันพรุ่งนี้  

 “การรับรองรายงานการประชุมดังกล่าว ก็เพื่อที่จะให้การประชุมครั้งต่อไปเดินหน้าไปได้ ถ้าเราไม่รับรองรายงานการประชุมนี้ ประเทศกัมพูชาเขาก็อาจจะรู้สึกว่า ประชุมไปก็ไม่มีประโยชน์ ซึ่งประเด็นสำคัญก็คือเราต้องการให้การประชุมคณะกรรมการปักปันเขตแดนทั้ง 2 ฝ่ายได้เดินหน้าต่อไป และยืนยันว่าไม่มีเรื่องเขตแดนที่เราสูญเสียแม้แต่ตารางนิ้วเดียว และเชื่อว่าคณะกรรมาธิการของรัฐสภา หรือกระทรวงการต่างประเทศ จะได้นำข้อเท็จจริงเรื่องนี้มาบอกกับประชาชนได้ ” รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้ใครไปประสานกับทางกัมพูชาว่า เขาจะยอมให้เป็นทวิภาคีตามที่เราต้องการหรือไม่ เพราะเวลานี้มันเลยขั้นตอนแล้ว เป็นขั้นตอนของกัมพูชาไปแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศมีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องทำ และถ้าจำเป็นจะให้นายกฯสนับสนุนอย่างไร นายกฯก็พร้อม ซึ่งการเจรจาของทั้ง 2 ประเทศนี้ยังต้องดำเนินต่อไป ไม่ได้เลยขั้นตอนไปไหน แต่ว่ามีคนมาสังเกตการณ์เพิ่มเท่านั้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กองทัพเห็นพ้องในแนวทางการแก้ปัญหา หรือการรักษาอธิปไตยแบบที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่หรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง   กล่าวว่า แน่นอน ทั้งกองทัพและกระทรวงการต่างประเทศเห็นพ้องต้องกันกับแนวทางของรัฐบาล

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาเราเรียกร้องให้มีการประชุมระดับทวิภาคี แต่ทางสมเด็จฮุนเซน จะดำเนินตามพหุภาคี ซึ่งความจริงก็มีการสรุปที่จะไปที่อินโดนีเซียแล้ว แต่ทางผบ.ทบ.กลับมาพูดเช่นนี้ จึงทำให้ดูเหมือนไปกันคนละทิศ ละทาง   นายสุเทพ   กล่าวว่า   อย่าไปแปลผิดความหมายไป เพราะทุกท่านจะพูดในแนวทางเดียวกัน ไม่มีอะไรแตกต่างกัน

 “ ข้อเรียกร้องหรือเงื่อนไขบางอย่างของกัมพูชา เช่นที่บอกว่าจะให้มีทหารของอินโดนีเซียมาตั้งอยู่ในพื้นที่นี้เสียก่อน ก่อนที่จะมีการเจรจากันซึ่งอย่างนี้ก็ต้องมีการพูดคุยกันว่าพื้นที่ตรงนี้ยังเป็นพื้นที่ไทย ถือว่าเป็นของไทย แม้ว่ากัมพูชาจะอ้างว่าเป็นของกัมพูชาก็ตาม เพราะยังไม่มีการปักปันเขตแดน เพราะฉะนั้นหากจะให้ใครมาอยู่ก็ต้องมาอยู่ด้วยกัน ถ้ามีทหารเข้าไปอยู่ ก็ต้องมีทหารไทยและทหารกัมพูชา และทหารอินโดนีเซีย ก็ได้ แต่ถ้าจะเอากองกำลังทหารต่างชาติมาดูแลพื้นที่บริเวณนั้นแทน อย่างนี้ประเทศไทยเห็นว่าไม่สมควร ” นายสุเทพ   กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงสถานการณ์ที่พรุ่งนี้จะมีการประชุมพิจารณากรอบเจบีซี 3 ฉบับ โดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบอกว่าจะเคลื่อนขบวนไปที่รัฐสภาหรือไม่   นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่กังวลใจอะไรมาก เพราะเชื่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุมก็ต้องมีสติ มีเหตุผล และต้องเข้าใจความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่   และต้องเข้าใจข้อเท็จจริง จะไปคิดแปลกแยกออกไปจากข้อเท็จจริงมาก ๆ ก็คงไม่ได้   

        ผู้สื่อข่าวถามว่า เจ้าหน้าที่ไปตั้งบังเกอร์ไว้จะไปทำอะไรได้ ถ้ากลุ่มนี้เขาต้องการจะไป รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง   หัวเราะและปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องดังกล่าว