
แฉสีกากี-เขียวพันขนแรงงานต่างด้าว
พท.แฉมีการเรียกเก็บหัวคิว หมื่นกว่าบาทลักลอบแรงงานต่างด้าวเข้ากทม. ด้านรมว.แรงงานลั่นพร้อมดำเนินการเฉียบขาด ยอมรับแถวแม่สอดเป็นแหล่งผลประโยชน์
(24มี.ค.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม นายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดนายกฯเรื่องปัญหาแรงงานต่างด้าวที่มาทำงานในประเทศว่า จากกรณีที่รัฐบาลส่งสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษส่วน 3 หรือแถวอ.แม่สอด จ.ตาก แต่ขณะนี้มีหลายอย่างที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะปัญหาแรงงานต่างด้าว ที่มาทำงานในเขตพื้นที่พิเศษดังกล่าว มีการอพยพเข้าสู่กทม.โดยผิดกฎหมาย โดยมีการเรียกเก็บหัวคิว 15,000-18,000 บาท เพื่อลักลอบ ขนแรงงานเข้าทางรถยนต์ โดยมีทั้งสีเขียว สีกากีมีส่วนรู้เห็น ผลกระทบที่เกิดขึ้น บริษัทไหนส่งส่วยไม่ถูกจับ แต่บ้านไหนไม่ส่งส่วย โรงงานไหนไม่ส่งส่วยถูกจับ นอกจากนี้ มีการปลอมรายเซ็นเจ้าหน้าที่เพื่อไปจับแรงงานต่างด้าว เขตเศรษฐกิฯดังกล่าวกลายเป็นแหล่งหาผลประโยชน์ จึงอยากให้นายกฯปลอมตัวไปดูสักวัน เพราะเป็นบรรยากาศการเรียกหัวคิว เข้าข่ายการค้ามนุษย์ หากไม่รีบแก้ไขแสดงว่าท่านรู้เห็นเป็นใจให้มีการค้ามนุษย์ จึงอยากถามว่า จะให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในโซนเศรษฐกิจมีความเชื่อมั่นในเขตเศรษฐกิจพิเศษส่วน 3 อย่างไร และอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลงไปในพื้นที่จริงเพื่อดูว่าอะไรเกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นแรงงานต่างชาติจะมาเบียดบังแรงงานในประเทศ ดังนั้นขอให้ยอมรับความจริง และจัดการการทุจริตในเขตเศรษญกิจพิเศษส่วนที่ 3 อย่างเร่งด่วน
ด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.แรงงาน ชี้แจงว่า แรงงานที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน และคนที่เคลื่อนย้ายแรงงานถือว่าเป็นการเคลื่อนย้ายที่ไม่ถูกกฎหมายหากจับได้จะถูกผลักดันให้กลับประเทศโดยทันที และขณะนี้รัฐบาลได้ประกาศขึ้นทะเบียนแรงงานเพื่อพิสูจน์สัญชาติไปแล้ว และหากยื่นช้ากว่าการขึ้นทะเบียนถือว่าเป็นแรงงานที่เข้าเมืองผิดกฎหมายทั้งสิ้น และตนได้กำชับส่วนราชการหากมีกรณีนี้เกิดขึ้นจะมีชุดเฉพาะกิจไปดำเนินการจับกุม และปราบปรามในทันที นอกจากนี้มีการจัดงบประมาณให้กับศูนย์ราชการเพื่อผลักดันแรงงานผิดกฎหมายกลับประเทศ ซึ่งในปีที่ผ่านมาสามารถจับกุมแรงงานที่ผิดกฎหมายได้ 430,000 คนและได้มีการผลักดันกลับประเทศเพื่อนบ้านไปแล้ว และหากท่านมีหลักฐานก็ให้ส่งมาซึ่งตนจะดำเนินการอย่างเฉียบขาด
รมว.แรงงาน กล่าวต่อว่า ส่วนกระบวนการพิสูจน์สัญชาติ กระทรวงแรงงานมีกติกาชัดเจนว่าการดำเนินการจะเรียกเก็บเงินไม่เกิน 4,500 บาท ซึ่งกระบวนการในการดำเนินการนั้น จะต้องตรวจสอบทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องมีบริษัทเข้ามาช่วยดำเนินการ แต่ก็ได้มีการกำหนดว่าจะต้องใช้จ่ายเงินไม่เกิน 4,500 บาท ดังนั้นหากมีข้อมูลว่าเรียกเก็บเงินมากกว่านี้ก็สามารถแจ้งให้ตนทราบเพื่อดำเนินการได้ อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องผลประโยชน์ ซึ่งเมื่อเรามีกติการที่เข้มงวดแล้ว และท่านเห็นว่ายังมีการทุจริตมีการลักลอบแรงงานต่างด้าวเข้ามาเราก็ต้องมาช่วยกัน ต้องทำให้แรงงานต่างด้าวเป็นแรงงานที่ถูกกฎหมาย เพราะเรื่องนี้ก็เหมือนกับยาเสพติดและบ่อนการพนันที่ไม่สามารถปราบได้หมด 100 % ดังนั้นเราต้องมาช่วยกัน เพื่อทำให้หมดไป และชอยืนยันว่าตนจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด



