
ไลฟ์สตางค์-เลย์ออฟ ..อยู่ได้..แค่เข้าใจ
.ถ้าวันนี้ถูกเลย์ออฟ จะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต ?
ภาวะเศรษฐกิจแบบนี้หลายคนเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง แต่อีกหลายๆ คนก็ไม่แคร์ และยังไม่เริ่มคิดด้วยซ้ำไป ขณะที่บางคนก็กลัว ไม่กล้าคิด ไม่พร้อมเผชิญหน้าถ้าความจริงแบบนี้จะเกิดขึ้น
เลย์ออฟเป็นอุบัติเหตุที่เกิดได้โดยไม่คาดฝัน จะป้องกันก็ยากอยู่ อย่างเก่งก็มีแค่ลางบอกเหตุให้ได้รู้ สำคัญที่การเตรียมตัวให้พร้อม ท่องเตือนใจว่าความไม่แน่นอนคือความแน่นอนที่สุดในโลกใบนี้
หลังจากใช้เวลาไตร่ตรอง ผมก็เริ่มลงมือเขียนแผนรับมือด้วยสติสัมปชัญญะทั้งหมดที่มี
อย่างแรก อย่าได้ตีโพยตีพาย อย่าโทษคนนั้นคนนี้ อย่าโยนความผิดให้องค์กร ต้องเชื่อเสมอว่านี่เป็นทางเลือกสุดท้ายแล้วที่บริษัทจะทำ เพราะคงไม่มีใครอยากทำร้ายใครหรอก คนตัดสินใจก็คงเสียใจ การโยนบาปจึงไม่ใช่ทางออกของปัญหา
สอง…อย่าได้โกรธเพื่อนร่วมงาน อย่าได้ฉงนว่าทำไมไม่เป็นเขา ทำไมจึงต้องเกิดกับเรา เขาเองก็ไม่ใช่คนสั่งการ สู้เก็บเขาไว้เป็นเพื่อนยามฉุกเฉินช่วยเราในอนาคตจะดีกว่า อย่าให้เรื่องนี้ทำลายมิตรภาพที่อุตส่าห์สร้างมาตลอด ลึกๆ แล้ว เขาก็ต้องเห็นใจและหาทางช่วยเราด้วย
สาม…อย่าโทษตัวเอง การมองตัวเองว่าเป็นคนไม่เก่ง ไม่มีคุณค่าเป็นเรื่องที่แย่และเหลวไหลที่สุด คุณค่าในตัวเราไม่ได้เปลี่ยน และไม่มีอะไรจะเปลี่ยน วินาทีนี้เป็นก้าวที่เราต้องผ่านอีกครั้ง
สี่…อย่าเสียสติ ถ้าเป็นผู้ชาย ก็อย่าเอาแต่จะเมาท่าเดียว หรือผู้หญิงก็อย่ามัวแต่ฟูมฟาย หรือประชดตัวเองใช้เงินช็อปกระหน่ำเพื่อให้ลืมความทุกข์ ตั้งสติวางแผนเพื่อวันต่อไปจะดีกว่า
ห้า…อย่าอยู่คนเดียว ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนคิดมาก การอยู่คนเดียวทำให้ฟุ้งซ่านหนัก เลย์ออฟคล้ายๆ อาการอกหักตรงที่ต้องอยู่กับพ่อแม่ เพื่อน คนที่เข้าใจเรามากที่สุด และพร้อมจะให้กำลังใจเรา พูดคุยหาทางออก
หก…ใช้หลักศาสนาพุทธเข้ามาช่วย นี่คือบททดสอบที่ดีอีกครั้งในชีวิต เมื่อทุกข์เข้ามาทางใจ ก็แค่รับรู้อย่างมีสติ เข้าใจกฎการเกิดดับเป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้ามัวแต่จมกับอดีตที่แก้ไม่ได้ ทางดับทุกข์ก็ไม่เห็น
เจ็ด…เพิ่มค่าเงินที่ได้ชดเชยจากการถูกเลิกจ้าง ต้องทำให้เงินอยู่ได้อย่างน้อยเป็นสองเท่า ได้มาสามเดือนก็ต้องอยู่ให้ได้อย่างน้อยหกเดือน ประหยัดได้เป็นต้องประหยัด อย่าออกจากบ้านโดยไม่มีเหตุผล
แปด…ใช้เงินชดเชยก่อนเงินเก็บส่วนตัว ควรวางแผนว่าเงินชดเชยจะอยู่ได้ภายในกี่เดือน และในช่วงนั้นๆ พยายามหางานให้ได้ ถ้าโชคดีได้งานเร็ว เท่ากับไม่มีผลกระทบ เงินที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมา รักษาไว้เพื่ออุบัติเหตุทางการเงินอื่นๆ จะดีกว่า
เก้า…ยังไงหนี้ที่มีก็ต้องจ่าย รักษาเครดิตไว้ด้วย อย่าลืมกันเงินสำหรับผ่อนบ้าน (ถ้ามี) ก่อน เพราะหนี้บ้านคือหนี้ชั้นดี ไม่ควรปล่อยให้เสีย แต่ถ้ารู้ตัวเริ่มไม่ไหว ลองปรึกษาแบงก์นั้นๆ ตั้งแต่เนิ่นๆ หาโอกาสประนอมหนี้ หรือผ่อนต่องวดน้อยลง ด้วยการขยายงวดออกไป
สิบ...ตระเวนหางานตั้งแต่เนิ่นๆ เปลี่ยนทัศนคติ แต่ต้องไม่ทิ้งจุดยืน ไม่แนะนำให้ทำงานที่ใจยังไงก็ไม่รัก เพราะมันจะทำลายคุณค่าในตัว ที่สำคัญอย่าตั้งธงว่าต้องได้เงินเดือนเท่าเดิมหรือมากกว่าเท่านั้นที่จะทำ บางครั้งได้เงินเดือนน้อยกว่า แต่งานดีก็ให้รับ แล้วดูโอกาสเปลี่ยนในอนาคต
สิบเอ็ด…เปิดไดอารี่ และหาเบอร์เพื่อนฝูงให้มากที่สุด นาทีนี้คอนเน็กชั่นสำคัญ ใช้คอนเซ็ปต์เพื่อนช่วยเพื่อน เปิดช่องหาลู่ทางทำกิน
สิบสอง…ถ้าเดือดร้อนหนัก อย่าสร้างหนี้เพิ่ม ให้ขายสินทรัพย์นอกกายไปก่อน อย่าก่อหนี้โดยกู้ยืมทั้งที่ไม่รู้ว่าจะได้งาน หรือมีเงินผ่อนมั้ย
ในชีวิตผมเคยเฉียดประสบการณ์ “เลย์ออฟ” มาครั้งหนึ่งในยุคฟองสบู่แตกใหม่ๆ คงเพราะอานิสงส์ของบุญเก่าที่สะสม เลยรอดตัวไป ในครั้งนั้น ผมถึงกับเสียน้ำตาให้กับเพื่อนรักไปสองคนอย่างไม่อาย และด้วยความเป็นเด็กจึงไม่มีคำแนะนำใดๆ จะให้มากไปกว่ากำลังใจที่มีอย่างท่วมท้น
วันนี้ ถ้าผมย้อนเวลานั่งไทม์แมชชีนกลับไป ผมหวังว่าบัญญัติสิบสองประการ น่าจะเป็นประโยชน์ให้เพื่อนของผมไม่มากก็น้อย จำไว้ว่าไม่มีอะไรในโลกจะแก้ไม่ได้ ขอแค่เข้าใจ ก็เท่านั้นเอง
ชัยพล



