ข่าว

พธม.แจกใบปลิวชำแหละเจบีซีไทย-เขมร

พธม.แจกใบปลิวชำแหละเจบีซีไทย-เขมร

24 มี.ค. 2554

พันธมิตรฯ ลุยสีลม-สยาม แจกใบปลิว 1 แสนแผ่นชำแหละเจบีซี ไทย-เขมร ไม่ไปล้อมสภา หวั่นมือที่ 3 ฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ ดึงทหาร ออกมาร่วมประชาชนปกป้องอธิปไตย

(24มี.ค.) เวลา 10.00 น. ที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผยถึงกิจกรรมในช่วงบ่ายวันนี้ของคณะกรรมการป้องกันราชอาณาจักรไทยเพื่อคัดค้านกรณีที่ที่ประชุมร่วมรัฐสภาจะมีการการพิจารณาร่างบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) 3 ฉบับ ในวันพรุ่งนี้ (25 มี.ค.) ว่า คณะกรรมการฯได้จัดทำเอกสารเรื่องของบันทึกเจบีซี 3 ฉบับ ขนาดเอ 4 สองหน้า โดยจะพิมพ์เสร็จในช่วงบ่าย จากนั้นจะเชิญชวนผู้ชุมนุมบางส่วนร่วมไปแจกเอกสารในแหล่งที่เป็นย่านธุรกิจ อาทิ สีลมและสยามสแควร์ เป็นต้น โดยจะมีกลุ่มเฟซแพด ( facepad) ซึ่งเป็นพันธมิตรฯที่เคลื่อนไหวในสังคมเฟซบุ๊คร่วมในการเผยแพร่เอกสารทั้ง 1 แสนฉบับ

 ผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นไปได้ในการกำหนดมาตรการเคลื่อนมวลชนกดดันที่หน้ารัฐสภา นายปานเทพ กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการฯได้มีการพูดคุยกัน แต่ยังมีความเห็นไม่ตรงกัน โดยฝ่ายหนึ่งเสนอให้มีการเลื่อนมวลชนไปกดดันที่หน้ารัฐสภา แต่กรรมการบางส่วนมีความเห็นแตกต่าง เนื่องจากเห็นว่าหากเคลื่อนออกจากที่ตั้ง ก็จะมีขบวนการที่พยายามสร้างสถานการณ์เข้ามา ดังนั้นในขณะนี้ที่ ส.ส.-ส.ว.ได้รับข้อมูลครบถ้วนแล้ว รวมทั้งหนังสือที่คณะกรรมการฯยื่นไปให้ 2 ครั้งด้วย ซึ่งอยู่ที่การตัดสินใจของแต่ละคน จึงควรที่จะวัดใจ ส.ส.-ส.ว. และเมื่อมีผลการตัดสินใจออกมาอย่างไร ภาคประชาชนก็จะเดินหน้าฟ้องร้องทางกระบวนการกฎหมายเพื่อเอาผิดกับนักการเมืองต่อไป ดังนั้นคณะกรรมการฯจึงต้องมีการหารือเพื่อคิดให้รอบด้านอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าในช่วงเย็นวันนี้จะสามารถเปิดเผยได้อีกครั้ง โดยนายประพันธ์ คูณมี ในฐานะโฆษกการชุมนุม และโฆษกคณะกรรมการ จะเป็นผู้แถลงบนเวทีปราศรัย

   ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางตำรวจมีการประสานเพื่อขอรับทราบมาตรการกดดันของพันธมิตรฯในเบื้องต้นหรือไม่ นายปานเทพ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (23 มี.ค.) พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพน์ ผบก.น.1 ได้ติดต่อมาถึง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ แต่ พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ กรรมการป้องกันราชอาณาจักรไทย เป็นผู้รับสาย ซึ่งทาง พล.ต.ต.วิชัย ได้แสดงความห่วงใยว่าจะมีการเคลื่อนมวลชนไปที่หน้ารัฐสภาหรือไม่ โดยทาง พล.อ.ปรีชาก็ได้แนะนำทางแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดคือให้รัฐสภาถอนวาระการประชุมพิจารณาร่างเจบีซีออกจากวาระการประชุม ซึ่งทาง พล.ต.ต.วิชัยก็ได้แต่รับคำ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้

   นายปานเทพ ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าวาระการประชุมร่วมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ (25 มี.ค.) ได้มีการกำหนดให้การพิจารณาร่างบันทึกเจบีซี 3 ฉบับ อยู่ในวาระที่ 3 ต่อจากวาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ และวาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม เป็นความเร่งรีบของรัฐบาลที่ต้องการให้ผ่านกการรับรองของรัฐสภาอย่างรวดเร็ว โดยกล่าวว่า ตามปกติวาระที่ 1 และ 2 ของการประชุมใช้เวลาไม่เกิน 5-10 นาทีเท่านั้น แสดงว่ารัฐบาลต้องการให้การรับรองบันทึกเจบีซี 3 ฉบับ เป็นวาระต้นๆ เพราะความเร่งรีบของรัฐบาล อีกทั้งที่ผ่านมาการประชุมร่วมรัฐสภาจะไม่นิยมประชุมในวันศุกร์ เพราะบรรดาผู้แทนจะมีภารกิจในการลงพื้นที่ จึงมักประชุมในวันอังคาร แต่ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเร่งรัดโดยเจตนา

 นายปานเทพ ยังได้กล่าวสนับสนุนท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ที่ไม่เห็นด้วยในการให้ทหารอินโดนีเซียเข้ามาสังเกตการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา รวมทั้งปฏิเสธที่จะไปประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) ในประเทศที่ 3 ว่า เป็นท่าทีที่มีความชัดเจนที่สุดของ ผบ.ทบ. ทั้งที่ไม่ใช่ประธานจีบีซีฝ่ายไทย แสดงให้เห็นว่าฝ่ายทหารโดยกองทัพบก มีความอึดอัดและเข้าใจปัญหามากขึ้นแล้ว หากปล่อยให้มีทหารอีกประเทศเข้ามาสังเกตการณ์ และเป็นสักขีพยานไม่ให้มีการปะทะกัน คือการหยุดยั้งไม่ให้ฝ่ายไทยใช้กำลังผลักดันกัมพูชาออกจากผืนแผ่นดินไทย ทหารจึงเกิดความรู้สึกไม่สบายใจ และมีท่าทีของ ผบ.ทบ.ออกมา ทำให้ทางกัมพูชาได้ออกมาตอบโต้ทันทีว่าฝ่ายไทยไม่รักษาสัญญาที่ตกลงกันแล้ว ซึ่งเป็นเพราะรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศที่เดินเกมการเมืองระหว่างประเทศผิดพลาด ไม่ยืนยันเรื่องเส้นเขตแดนในเวทีนานาชาติ ทำใหฟ้ฝ่ายกัมพูชารุกคืบนำนานาชาติเข้ามาแทรกแซงเพื่อไม่ให้ทหารไทยทำหน้าที่ผลักดันกัมพูชาออกไป
 นายประพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ไม่เพียงผู้ชุมนุมพันธมิตรฯเท่านั้นที่เห็นถึงปัญหาใหญ่หลวงหากรัฐสภาผ่านร่างบันทึกเจบีซี แต่มีประชาชนที่มีความรู้สึกร่วมกันทั่วประเทศ แต่บางส่วนอาจยังไมรับรู้ข้อมูลข่าวสารเรื่องนี้ เราจึงต้องนำเอกสารไปเผยแพร่ให้รับทราบข้อมูลมากขึ้น ในส่วนกรณีท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น ตนเห็นว่ากองทัพควรออกมาแสดงจุดยืนในการปกป้องอธิปไตยของชาติให้ชัดเจนกว่านี้ เพราะถือเป็นหน้าที่ของทหารโดยตรง แต่ขณะนี้บทบาทของ ผบ.ทบ.และกองทัพยังไม่ชัดเจน แม้จะออกมาให้ความเห็นที่ไม่เห็ฯด้วยกับแนวทางของรัฐบาล แต่ก็เป็นเพียงท่าทีที่ออกมาอย่างประปริดประปรอย ไม่คงเส้นคงวา เหมือนกองทัพถูกลากดึงให้ไปเล่นการเมืองอยู่

 “ ขอเรียกร้องให้ทหารออกมาแสดงจุดยืนร่วมกับประชาชน ดีกว่าไปเป็นอีแอบอยู่เบื้องหลังนักการเมือง โดยให้ ผบ.ทบ.และผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกคนแสดงจุดยืนร่วมกัน ” นายประพันธ์ กล่าว

 ในส่วนของการเคลื่อนไหวในวันที่ 25 มี.ค.นั้น นายประพันธ์ กล่าวว่า ทางคณะกรรมการฯจะต้องมีการหารือเพื่อกำหนดมาตรการเคลื่อนไหวที่มีพลังอย่างรอบคอบ เพราะต้องคำนึงถึงการที่รัฐบาลพยายามหาเหตุในการสร้างสถานการณ์และโยนความผิดมาให้ผู้ชุมนุม อ้างว่าประชาชนจะก่อความวุ่นวายขัดขวางการประชุม ทำให้สมาชิกเขารัฐสภาไม่ได้ ซึ่งเราต้องระมัดระวังและรู้เท่าทันฝ่ายรัฐบาล อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงภาคประชาชนมีความชอบธรรมในการคัดค้านเรื่องนี้ โดยบริเวณหน้ารัฐสภาก็มีประชาชนเคลื่อนไหวอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะเรื่องการสูญเสียดินแดนมีผลต่อประชาชนทั่วประเทศ ดังนั้นการที่ผู้ชุมนุมจะออกมาคัดค้านก็สามารถทำได้