ข่าว

เปิดภาพ'ฟูกูชิม่า ฟิฟตี้'เสี่ยงเข้ากู้โรงไฟฟ้า

เปิดภาพ'ฟูกูชิม่า ฟิฟตี้'เสี่ยงเข้ากู้โรงไฟฟ้า

24 มี.ค. 2554

เผยภาพชุดแรกของฟูกูชิม่า ฟิฟตี้ หรือคนงาน 50 คน ที่เสี่ยงชีวิตกู้วิกฤติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ขณะที่ญี่ปุ่นแสดงศักยภาพในการฟื้นฟูประเทศ ซ่อมทางหลวงที่มีรอยแยกและทรุดตัวเพราะแผ่นดินไหวภายในเวลาแค่ 6 วัน

(24มี.ค.) เว็บไซท์หนังสือพิมพ์เดลี่ เมล ของอังกฤษ ได้เผยภาพชุดแรกของ"ฟูกูชิม่า ฟิฟตี้" หรือ คนงาน50 คน ที่เสียสละและเสี่ยงชีวิตตัวเองท่ามกลางสารกัมมันตรังสี เพื่อกอบกู้วิกฤติภายในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟูกูชิม่า หมายเลข 1 แสงสว่างเพียงเล็กน้อยจากไฟฉาย ช่วยให้วีรบุรุษเหล่านี้สามารถปฏิบัติภารกิจภายในโรงไฟฟ้าที่มืดมิดได้

 ภาพชุดแรกภายในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟูกูชิม่า ไดอิชิ หรือ ฟูกูชิม่า หมายเลข 1 นี้ ได้เผยให้เห็นถึงสภาพที่น่าสะพึงกลัวที่ชายผู้กล้ากลุ่มหนึ่งกำลังทำงาน เพื่อปกป้องชาติของตัวเองให้รอดพ้นจากการหลอมละลายของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ในเตาปฏิกรณ์ กลุ่มฟูกูชิม่า ฟิฟตี้ ที่มีแต่พนักงานระดับล่างและระดับกลาง ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อระบายความร้อนให้กับแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร และเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ร้อนจัด นับตั้งแต่เกิดภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อวันที่ 11 มีนาคม และแม้จะต้องเผชิญกับความร้อนที่แผ่ออกมาจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์พวกเขาซึ่งอยู่ในชุดป้องกันผิวหนังไม่ให้รับพิษจากสารกัมมันตรังสี ที่ฟุ้งกระจายในอากาศรอบตัวเขา ก็ยังต้องทำงานกันต่อไป

 ในขณะที่สารกัมมันตรังสีกระจายออกสู่บรรยากาศ นาทีต่อนาที พวกเขาต่างตระหนักดีว่าภารกิจนี้อาจนำมาซึ่งวาระสุดท้ายของพวกเขาเช่นกัน หลังจากรายงานผู้เสียชีวิต 5 คน และบาดเจ็บอีก 15 คน ภายในโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ทำให้คนที่เหลือรู้ดีว่า พวกเขาก็อาจเสียชีวิตจากสารกัมมันตรังสีเช่นกัน

 คนงานทั้ง 50 คนนี้ ยังมีเพื่อนร่วมงานอีก 150 คน ที่จัดทีมผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าไปทำงาน เพื่อจำกัดการรับสารกัมมันตรังสี หลังเกิดระเบิดหลายครั้งภายในโรงไฟฟ้า และปัจจุบัน มีอาสาสมัครเข้าไปช่วยงานมากขึ้น ขณะที่ครอบครัวที่อยู่เบื้องหลังคนงานที่เสียสละเหล่านี้ ได้บรรยายถึงข้อความอันน่าสะเทือนใจที่ได้รับจากพวกเขา โดยหญิงคนหนึ่ง บอกว่าสามีของเธอยังคงทำงาน ทั้งที่ทราบดีว่า ร่างกายของเขากำลังถูกอาบด้วยสารกัมมันตรังสีและได้เขียนอีเมล บอกเธอว่า ให้ดูแลตัวเองให้ดี เพราะเขาจะไม่ได้กลับบ้านพักหนึ่ง

 สถานีเครือข่ายตรวจจับรังสี 63 แห่ง ได้ติดตามร่องรอยและตรวจหา ไอโอดีน กัมมันตรังสีที่แพร่ไปทั่วฝั่งตะวันออกของแปซิฟิก , อเมริกาเหนือ และแอตแลนติกเหนือ ส่วนระดับที่ตรวจพบในกรุงโตเกียวนั้น พบว่า สูงกว่าปกติถึง 10 เท่า แต่ตรวจพบในปริมาณที่น้อยมากในรัฐแคลิฟอร์เนีย และกรุงวอชิงตัน ดีซี

 เว็บไซท์หนังสือพิมพ์ เดลี่ เมล ได้เผยแพร่ภาพของถนนทางหลวงสายหนึ่งในญี่ปุ่น ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ทำให้เกิดรอยแยกและทรุดตัวอย่างหนัก แต่ปัจจุบันถนนทางหลวงสายนี้ ได้รับการซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้ปกติแล้ว โดยใช้เวลาในการดำเนินการเพียงแค่ 6 วันเท่านั้น

 รายงานระบุว่า การเริ่มซ่อมแซมถนน เกรท คันโต ไฮเวย์ ในเมืองนากะ ได้มีขึ้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคมและสามารถกลับมาใช้งานได้ ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 23 มีนาคม ซึ่งบ่งชี้ให้เห็นถึงความรวดเร็ว และศักยภาพในการฟื้นฟูประเทศของญี่ปุ่น

 มีรายงานด้วยว่า คนทำงานจำนวนมาก ได้กลับไปทำงานในเวลาเพียงหนึ่งวัน หลังเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิ ขณะที่ธุรกิจบางประเภทในพื้นที่ประสบภัยรุนแรงที่สุด ก็กลับมาเปิดดำเนินการตามปกติแล้ว การฟื้นฟูญี่ปุ่น ได้ทำให้นักลงทุนหลายคน รวมทั้งมหาเศรษฐีชาวอเมริกันที่ร่ำรวยติดอันดับโลก วอร์เรน บัฟเฟตต์ เจ้าของห้างสรรพสินค้า วอลมาร์ท มองว่า ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายราว 23,000 คน เป็นโอกาสให้นักธุรกิจจากภายนอกเข้าไปซื้อหุ้นในญี่ปุ่น

 ส่วนในเรื่องของการใส่ใจดูแลสุขภาพของประชาชนนั้น ได้มีการใช้รถติดเครื่องขยายเสียงแล่นไปตามถนนสายต่าง ๆ ในกรุงโตเกียว ประกาศเตือนไม่ให้ใช้น้ำจากก๊อกผสมนมให้ทารกดื่มเนื่องจากความวิตกต่อสารกัมมันตรังสีที่รั่วออกมาจากโรงงานไฟฟ้า ฟูกูชิม่า หมายเลข 1 ที่อาจเป็นอันตรายต่อเด็กที่อายุไม่ถึง 5 ปี

 น้ำดื่มบรรจุขวดในซูเปอร์มาร์เก็ต ในหลายพื้นที่ของกรุงโตเกียว ถูกขายไปหมดเกลี้ยง และพ่อแม่ ได้รับแจ้งเตือนให้ตรวจสอบดูว่า นมที่พวกเขาใช้เลี้ยงทารก ไม่ได้มาจากพื้นที่บริเวณที่ตั้งโรงไฟฟ้า ทำให้ประชาชนหลายคน พากันวิตกและสงสัยว่า เมื่อน้ำประปาไม่ปลอดภัยสำหรับทารก พวกเขายังจะใช้น้ำในการชงชา, กาแฟ หรือหุงข้าวได้อีกหรือไม่

 ความวิตกยิ่งเพิ่มขึ้นอีก เมื่อเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในพื้นที่ชายฝั่งด้านตะวันออกอีก 2 ครั้งเมื่อวานนี้ และยังเกิดควันสีดำพวยพุ่งขึ้นมาจากโรงไฟฟ้าที่กำลังมีปัญหา ทำให้ต้องอพยพทีมที่มีชื่อว่า ฟูกูชิม่า ฟิฟตี้ และพวกที่กำลังฉีดพ่นน้ำระบายความร้อนให้กับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในทันที ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่า ความพยายามกอบกู้ระบบหล่อเย็นให้กลับมาใช้งานได้ ได้เริ่มขึ้นใหม่หรือยัง และมีรายงานด้วยว่า สารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ลอยไปไกลถึงไอซ์แลนด์แล้ว