ข่าว

สภาอุตฯกรุงเก่าห่วงผลกระทบวิกฤติญี่ปุ่น

สภาอุตฯกรุงเก่าห่วงผลกระทบวิกฤติญี่ปุ่น

24 มี.ค. 2554

สภาอุตฯ กรุงเก่ารับเลี่ยงผลกระทบจากภัยพิบัติในญี่ปุ่นไม่ได้ ห่วงอุตสาหกรรมในนิคมอยุธยาขาดชิ้นส่วนฯ ที่ต้องนำเข้า อาจทำให้เกิดการเลิกจ้างคนงาน ชงแผนรับมือถึงกระทรวงแรงงาน เล็งใช้วิธีชะลอเลิกจ้าง

 นายทศพล วังศิลาบัตร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ทำให้อุตสาหกรรมการผลิตของญี่ปุ่นได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ซึ่งน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งกับสายการผลิตทั้งระบบในระยะยาว และผลกระทบทางอ้อมต่ออุตสาหกรรมในไทย เพราะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางส่วนจะต้องนำเข้าจากญี่ปุ่น โดยเบื้องต้นมั่นใจว่าในไตรมาสแรกการผลิตของผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมที่พระนครศรีอยุธยาน่าจะผ่านไปได้ เพราะมีการสต็อกสินค้าเอาไว้แล้ว

 "ในไตรมาสต่อไปอาจจะมีปัญหามากขึ้น ที่ประเมินเอาไว้ก็คือเกรงว่าจะส่งผลมาถึงการเลิกจ้าง เพราะเมื่ออุปกรณ์ชิ้นส่วนนำเข้ามาประกอบไม่ได้ คนงานอาจจะถูกเลิกจ้าง ซึ่งสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เสนอแผนเบื้องต้นไปยังกระทรวงแรงงานแล้ว หากถึงเวลานั้นอาจจะให้ใช้วิธีชะลอการเลิกจ้าง หรือให้ใช้การจ่ายเงินตามมาตรา 75 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2551 เพื่อจ่ายค่าจ้าง 75% ของเงินเดือนเป็นการทดแทน" นายทศพลกล่าว

 นายภาณุ วรมิตร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทมศไทย (ททท.) สำนักงานสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เหตุการณ์ภัยพิบัติที่ญี่ปุ่นไม่ได้ส่งกระทบต่อการท่องเที่ยวในจังหวัด ซึ่งทั้งเกาะสมุยและเกาะพะงันยังมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนนับหมื่นคน และส่วนหนึ่งตลาดญี่ปุ่นก็มีน้อยหากเปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น โดยตลาดหลักของเกาะสมุย พะงัน ยังเป็นยุโรป สแกนดิเนเวีย ตะวันออกกลาง อินเดีย จีน ออสเตรเลีย และเกาหลี ที่เพิ่งจะเป็นตลาดใหม่