ข่าว

ยางส่อแวปรับขึ้นอีก-คาดปีนี้ยืนเหนือ100บาท

ยางส่อแวปรับขึ้นอีก-คาดปีนี้ยืนเหนือ100บาท

24 มี.ค. 2554

ยางพาราราคาดีดกลับ ตลาดกลางหาดใหญ่พุ่งกิโลละ 157 บาท วันเดียวเพิ่ม 6 บาท มองทิศทางยังไปต่อ เหตุผลผลิตช่วงนี้ลดลง กรีดยางได้น้อย เกาะติดสต็อกผู้ใช้ทั้งในและต่างประเทศ ชี้หากมีไม่มากราคาขึ้นอีก ปีนี้ยืนเหนือ 100 บาท

 รายงานข่าวแจ้งถึงสถานการณ์ราคายางพารา ณ ตลาดกลางยางพาราหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2554 ระบุว่า ราคาซื้อขายยางแผ่นดิบชั้น 3 อยู่ที่ 157.3 บาทต่อกิโลกรัม ปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 6 บาท เมื่อเทียบกับวันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งราคาอยู่ที่ 151.90 บาทต่อกิโลกรัม

 นายสมจิตต์ ศิขรินมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานตลาดกลางยางพาราหาดใหญ่ เปิดเผยว่า ราคายางพาราเริ่มปรับขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมเป็นต้นมา หลังจากราคาลดลงไปต่ำสุดที่กิโลกรัมละ 95 บาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากแนวทางการดูแลราคายางพาราของภาครัฐ และการหารือกับอินโดนีเซีย ผู้ผลิตยางพารารายใหญ่อันดับ 2 ว่าจะมีการจับมือกันงดการส่งออกยางในช่วงราคาต่ำ รวมทั้งผลผลิตในช่วงนี้ยังลดลง เนื่องจากยางส่วนใหญ่อยู่ในช่วงผลัดใบ เกษตรกรต้องหยุดกรีด รวมทั้งฝนตกในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้หลายจังหวัดกรีดยางไม่ได้

 ส่วนแนวโน้มราคายางพาราจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องดูปัจจัยเรื่องสต็อกของผู้ใช้ในต่างประเทศและสต็อกของผู้ส่งออกยางในประเทศว่ามีอยู่มากน้อยแค่ไหน หากมียางในสต็อกมาก แนวโน้มการปรับราคาคงจะไม่หวือหวาเหมือนช่วงที่ผ่านมา แต่หากยางในสต็อกมีน้อยก็จะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคายางปรับเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากผลผลิตที่ลดลง ขณะที่ความต้องการยังมีอยู่ อย่างไรก็ตาม ในเดือนพฤษภาคมคาดว่าราคายางจะปรับเพิ่มอย่างแน่นอน

 "ราคายางเฉลี่ยในปีนี้ เชื่อว่าจะไม่ต่ำกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัม และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 120 บาทต่อกิโลกรัมได้เช่นกัน ดังนั้นสถานการณ์ราคายางในขณะนี้ถือว่าสมเหตุสมผล" นายสมจิตน์กล่าว

 ส่วนผลกระทบจากภัยพิบัติในญี่ปุ่น เชื่อว่าจะไม่ทำให้ราคายางลดลง เนื่องจากการฟื้นตัวของญี่ปุ่นจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว และอุตสาหกรรมยานยนต์ก็ไม่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว ในทางกลับกันเชื่อว่า การฟื้นฟูของประเทศญี่ปุ่นจะมีผลในทางบวกกับยางพาราของไทยมากกว่า เพราะหากดูจากราคาซื้อขายในตลาดล่วงหน้าที่โตเกียวหลังจากเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิ ราคาก็ไม่ได้ปรับลดลงมาก เมื่อเทียบกับราคาในประเทศของไทยที่ปรับลดลงมาก

 ด้านนายหลักชัย กิตติพล นายกสมาคมยางพาราไทย กล่าวว่า ผลกระทบจากแผ่นดินไหวและสึนามิที่ญี่ปุ่น ไม่มีผลกระทบต่อการส่งออกยางพาราของไทย เพราะหลังจากเกิดเหตุ 3 วัน โรงงานผลิตรถยนต์เดินเครื่องทันที ขณะเดียวกันในช่วงนี้ผลผลิตยางที่ออกสู่ตลาดมีประมาณ 20% ของผลผลิตยางทั้งหมด เนื่องจากหลายพื้นที่หยุดกรีด เนื่องจากอยู่ในช่วงยางผลัดใบ ทำให้ผลผลิตยางลดลง จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ราคาปรับเพิ่มขึ้นในช่วงนี้