
แกะรอยเฉลิมลั่น"อย่ามาบังคับกัน"
กลายเป็นข่าวช็อกคอการเมืองไปทั้งวงการ เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ตัดสินใจยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.สัดส่วน เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา
งานนี้จึงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหูถึงสาเหตุที่เซียนการเมืองอย่าง “สารวัตรเหลิม” ตัดสินใจทิ้งพรรคเพื่อไทย
เสียงสะท้อนด้านหนึ่งการันตีว่า ร.ต.อ.เฉลิมนั้นทำงานให้แก่พรรคเพื่อไทยด้วยความทุ่มเทมาตั้งแต่ต้น แม้แต่แกนนำพรรคเพื่อไทยเอง เมื่อยามที่คิดอะไรไม่ออกก็ยังหายใจเข้าหายใจออกเป็น “เฉลิม”
สังเกตง่ายๆ จากการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมาในภาคอีสาน ระดับแกนนำพรรคเพื่อไทยที่ลงไปคลุกฝุ่นมีแค่ ร.ต.อ.เฉลิมเท่านั้น และคงยากหากจะหาใครมาทำให้ได้อย่าง “เฉลิม”
การหาเสียงทุกครั้ง สิ่งที่หลุดจากปาก “เฉลิม” คือ “เลือกเพื่อไทยเพื่อเอาพ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้าน” มาตั้งแต่ต้น แต่วันนี้กลับกลายเป็น “ร.ต.อ.เฉลิม” ที่ถูกผลักให้ออกจากบ้านเสียเอง
วันนี้เสียงครวญทั้งจากฝั่ง "เฉลิม" หรือแม้แต่ฝั่งนายใหญ่เอง จึงสะท้อนออกมาทำนองว่า “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” ไม่เคยช่วยพรรคหาเสียงเลือกตั้งซ่อมให้แม้แต่เวทีเดียว ขณะที่ "เฉลิม" ไปแทบทุกเวที มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องออกอาการน้อยอกน้อยใจกันบ้าง
ว่ากันว่า “เฉลิม” ออกอาการหงุดหงิดให้เห็นมาตั้งแต่ครั้งที่ ส.ส.กลุ่มของ "มิ่งขวัญ" พยายามล็อบบี้แกนนำพรรคให้เสนอชื่อตัวเองเป็นหัวหน้าพรรคแล้ว
แม้ไม่ได้หวังเป็นหัวหน้าพรรค แต่มันอดรำคาญไม่ได้ เพราะลูกน้องพยายามเสนอนายตัวเองขึ้นเป็นใหญ่ แล้วไม่วายหันมาแขวะกันทุกครั้งไป
ฟางเส้นสุดท้ายคงอยู่ที่วันสุดท้ายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ขณะที่ "ร.ต.อ.เฉลิม" กำลังอภิปรายอย่างออกรสชาติ จู่ๆ ก็มีคนส่งโน้ตมายื่นให้ จับความว่าได้ว่า...ให้หยุดอภิปรายได้แล้ว
หลังเสร็จการอภิปราย “สารวัตรเหลิม” จึงสั่งหาเจ้าของกระดาษโน้ตแผ่นนั้นทันที สุดท้ายคนที่ ร.ต.เฉลิม สงสัยมากที่สุดคือ “น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ” ส.ส.กทม.เด็กในคาถา “คุณหญิงหน่อย” สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย คู่ปรับร.ต.อ.เฉลิม นั่นเอง
เรื่องจึงจบลงที่การโทรศัพท์เคลียร์กับนายใหญ่อยู่หลายต่อหลายหน ก่อนจะชี้แจงจุดยืนไปว่า จากนี้ไปจะเน้นบทบาทไปที่การลงพื้นที่ให้แก่ ส.ส.พรรคเพียงอย่างเดียว
คนใกล้ชิด ร.ต.อ.เฉลิม กระซิบให้ฟังว่า หากใครได้ยินบทสนทนากันในวันนั้น รับรองว่าถึงขั้นนอนไม่หลับ เพราะมีคำพูดหลุดออกมาดังๆ ให้ได้ยิน “อย่ามาบังคับกัน”
ว่ากันว่าการที่ "ทักษิณ" ใช้งาน "เฉลิม" น้อยลงนั้น เพราะระยะหลังเริ่มเล็งเห็นแล้วว่า ส.ส.อีสานเริ่มเข้าหา "เฉลิม" มากขึ้น หากปล่อยไว้นานวันก็กลัวว่าจะเกิด "เนวิน 2" ขึ้นได้
ดังนั้นจึงต้องรีบตัดไฟเสียแต่ต้นลม ดีกว่าปล่อยไว้จนท้ายที่สุดแล้วกลายเป็นไฟลามทุ่ง
ส.ส.กลุ่มเฉลิมเชื่อว่า เมื่อคนทำงานแทบตายแต่ไม่ได้รับการเชิดชูยกย่องจากคนในพรรค ก็เหมือนกับพรรคไม่ให้เกียรติกัน ให้ความสำคัญกับบทบาทในการนำพาพรรคน้อยจนเกินไป
ไล่ตั้งแต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่พรรคเลือกใช้บริการ “มิ่งขวัญ” มากกว่า “ร.ต.อ.เฉลิม” ไปจนถึงการจัดตัวผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่วันนี้ไม่เคยมีใครสอบถามจากปากเจ้าตัวสักคำ
จนถึงนาทีนี้ แม้แต่ ร.ต.อ.เฉลิม เองก็ยังตอบคำถามไม่ได้ว่า ตกลงแล้วตัวเองจะได้ลงสมัครในลำดับที่เท่าไหร่กันแน่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ตัวแทน ทักษิณ จะไปหาถึงบ้านมาแล้ว
แม้ว่าในทางการเมืองแล้วยี่ห้อ “เฉลิม” ต้องติดลำดับ 1-10 แต่ถ้าต้องไปรู้เอาในวันเดียวกับ ส.ส.คนอื่นๆ ค่าของ “ร.ต.อ.เฉลิม” ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจาก ส.ส.ทั่วไป
วันนี้จึงไม่แปลกหาก “เฉลิม” จะกั๊กตำแหน่งสมาชิกพรรคเพื่อไทยเอาไว้ให้ยอกใจใครเล่น เพราะคิดว่าตัวเองยังเผื่อที่ทางสำหรับ "ต่อรอง" ได้ในอีกหลายทาง
อย่างไรเสีย "เฉลิม" ก็ต้องไม่ลืมด้วยว่า ถ้าเลิกเล่นการเมืองจริงเพราะถูกหักหลังนั้น เซียนการเมืองยังพอรับฟัง
แต่ถ้าลืมคำพูดตัวเองเพียงเพื่อหวังให้ "นายใหญ่" อ้อนกลับไปร่วมงานกันอีกครั้งด้วยค่าตัวที่แพงขึ้น ก็เท่ากับ "เฉลิม" ปิดฉากตัวเองด้วยน้ำมือตัวเองทันที
คงต้องจับตาดูการแก้เกมของ "นายใหญ่" จากนี้ไป เพื่อลบเสียงครหาของคนในพรรคเพื่อไทยทั้งในสาย "เฉลิม" และสาย "ไม่เอามิ่งขวัญ" ที่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า...
งานนี้ “ทักษิณ” สมควรโดน !
ประพันธ์ จินดาเลิศอุดมดี สำนักข่าวเนชั่น



