ข่าว

ปะกาศิต...สั่งตาย"อัซซูรี่"

ปะกาศิต...สั่งตาย"อัซซูรี่"

24 มี.ค. 2554

ปมขัดแย้งทางธุรกิจถูกคิดบัญชีด้วยความตาย..."หลุยเซียโน่ บุตติ" ชาวอิตาลี วัย 63 ปี เจ้าของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารใน จ.ภูเก็ต และ จ.กระบี่ ถูกเพื่อนร่วมธุรกิจชาติเดียวกัน กล่าวหาว่ามีการทุจริตในการลงทุน ผลที่ได้รับคือ คำประกาศิตสั่งตาย ด้วยการจัดสมุนคนไท

 วันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา หลุยเซียโน่ บุตติ ต้องมาขึ้นศาลจังหวัดภูเก็ต กรณีอดีตภรรยาชาวเยอรมันฟ้องหย่าแล้วต้องแบ่งทรัพย์สินกัน เขาจึงขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นคลิก สีแดง-ขาว ทะเบียนป้ายแดง 2-236 เพื่อเดินทางมาศาลตามนัดหมาย พอมาถึงบริเวณหน้าบริษัท ซินฮ่องซุ่ย จำกัด บนถนนสายป่าคลอก-เมืองใหม่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ก็ถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิต

 หลังเกิดเหตุเพียง 2 วัน ชุดสวนสอบสวนของ กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต และชุดสืบสวนของ สภ.ถลาง สามารถจับกุม นายเดวิส คาวาทัสซี่ สัญชาติอิตาลี นายประสงค์ ยงกิจ อายุ 32 ปี นายสมชาย กล้าศึก อายุ 26 ปี นายรัชชานนท์ สะวารี อายุ 23 ปี พร้อมของกลาง รถยนต์ยี่ห้อเปอโยต์ ทะเบียน จ 0834 กรุงเทพมหานคร, จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีเขียว ทะเบียน กษย 531 ภูเก็ต รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ทะเบียน กจค 492 ระนอง ในข้อกล่าวหาจ้างวานและร่วมกันฆ่าผู้อื่น และกำลังติดตามจับกุมนายสุชาติ นายเอก และนายพลวัฒน์ (ขอสงวนชื่อนามสกุล) ตามหมายจับในคดีนี้อีก

 เบื้องหลังการคลี่คลายคดีสำคัญนี้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.สั่งการให้ตำรวจในพื้นที่เร่งรัดติดตามคดีอย่างเร่งด่วน ซึ่ง พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.โกมล วัตราภรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.เอกวุฒิ เสน่ห์พร ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.วิฑูลย์ กองสุดใจ ผกก.สภ.ถลาง พร้อมชุดสืบสวนเร่งรัดคลี่คลายคดี

 การสืบสวนเริ่มจากประเด็นส่วนตัวและคนใกล้ชิด เมื่อตรวจสอบอดีตภรรยา ที่กำลังมีคดีความอยู่ในชั้นศาล ก็ไม่น่ามีศักยภาพที่จะลงมือได้ ส่วน "น.ส.บี" แฟนใหม่ชาวไทย ยิ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมครั้งนี้

 ชุดสืบสวนจึงมุ่งประเด็นธุรกิจ หลังสืบทราบว่า นายหลุยมีหุ้นส่วนเป็นคนสัญชาติเดียวกัน 3 หุ้น ร่วมกันเปิดบริษัท มารีนเฮ้าส์ จำกัด ดำเนินกิจการร้านอาหารอิตาเลียนโน่ โรงแรมมารีน่า เฮ้าส์ และมาหยา เกสต์เฮ้าส์ ซึ่งกิจการทั้งหมดอยู่ที่เกาะพีพี จ.กระบี่ ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา

 จากการลงพื้นที่สืบสวนในรายละเอียดบนเกาะพีพี เริ่มพบเบาะแสสำคัญที่นำไปสู่การคลายปมสั่งตายครั้งนี้ จากคำให้การของ นายประสงค์ ผู้จัดการทั่วไปของร้านอาหารอิตาเลียนโน่ ที่ระบุถึงปมขัดแย้งทางธุรกิจที่นายหลุยถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงหุ้นส่วนไปกว่า 8-9 ล้านบาท

 "การสอบสวนนายประสงค์ ให้ความร่วมมือในการสืบสวนค่อนข้างดี ให้ข้อมูลแล้วกล่าวหา นายเดวิส หนึ่งในหุ้นส่วน เป็นผู้จ้างวาน โดยให้นายประสงค์เป็นผู้จัดหามือปืน แต่นายประสงค์ให้นายพลวัฒน์ พนักงานในร้านติดต่อจัดหามือปืนมาสังหาร แต่นายพลวัฒน์ไม่ได้ติดต่อเอง ให้นายรัชชานนท์เป็นผู้ติดต่อจัดหามือปืนให้อีกทอดหนึ่ง จนติดต่อให้นายสุชาติ (ขอสงวนนามสกุล) อยู่ในซุ้มมือปืนแห่งหนึ่งใน จ.ระนอง รับงานนี้ในราคา 1.5 แสนบาท มีการจ่ายเงินล่วงหน้าไปแล้ว 7 หมื่นบาท" แหล่งข่าวในชุดสืบสวน ระบุ

 ชุดสืบสวนระบุว่า คดีฆาตกรรมนายหลุยยังมีผู้ถูกกล่าวหาที่อยู่ระหว่างติดตามจับกุมคือ นายเอกชัย มีศักดิ์เป็นน้องชายของนายสุชาติ ร่วมลงมือสังหารเหยื่อ โดยมีนายประสงค์นัดให้นายหลุยมาพบที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แต่ก่อนถึงร้านอาหารที่นัดกันไว้ ตลอดทางที่ขับรถผ่านเป็นถนนที่มืดและเปลี่ยว ทำให้นายหลุยเกิดความระแวงว่านายประสงค์จะทำร้าย จึงขี่รถจักรยานยนต์กลับที่พัก โดยย้อนกลับทางเดิม เมื่อนายประสงค์เห็นเช่นนั้นก็ขับตามมา โดยนายเอกชัย และนายสุชาติ ขับรถตามด้วย เมื่อสบโอกาสนายสุชาติได้ลงมือยิงนายหลุยเสียชีวิต แล้วหลบหนีไป ทั้งนี้ นายประสงค์กับพวกให้การรับสารภาพในส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่นายเดนิสยังให้การปฏิเสธในข้อหาจ้างวานฆ่า

 "สาเหตุที่ทีมสังหารไม่ไปสังหารนายหลุยที่บนเกาะพีพี เพราะหากลงมือสังหารแล้วหลบหนียาก จึงรอจังหวะเวลาที่นายหลุยเดินทางมาขึ้นศาล เป็นโอกาสที่เหมาะที่สุด แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นการสืบสวนสอบสวนจับกุมไปได้" ชุดสืบสวน ระบุ