ข่าว

สุดารัตน์แนะพท.สร้างผู้นำกลุ่มสู้เลือกตั้งกทม.

สุดารัตน์แนะพท.สร้างผู้นำกลุ่มสู้เลือกตั้งกทม.

23 มี.ค. 2554

“หญิงหน่อย” แนะ “เพื่อไทย” สร้างผู้นำกลุ่มสู้เลือกตั้ง กทม. ยอมรับเสียเปรียบรัฐบาล เพราะเป็นเจ้าของสื่อ-ครองกระแสส่วนใหญ่

 (23มี.ค.)  คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาถึงกรณีข่าวการตั้งพรรคประชาสันติ เพื่อสู้ศึกในสนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ ว่า เป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นการสร้างทางเลือกให้กับประชาชน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นนโยบาย หรือทีมที่ชัดเจน ดังนั้นคงต้องรอต่อไป อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าพื้นที่กรุงเทพฯ นั้นเป็นพื้นที่ที่ต้องใช้กระแส ดังนั้นหากพรรคเพื่อไทยนำนโยบายสมัยที่เป็นพรรคไทยรักไทยที่เน้นการแก้ไขปัญหาสังคม, เศรษฐกิจ, ความปลอดภัย กลับมาทบทวนเชื่อว่าจะสามารถเรียกคะแนนและสู้กับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่กทม.ในขณะนี้ได้

นอกจากนั้นแล้วในเรื่องของตัวบุคคลที่ส่งลงสมัครนอกจากต้องพิจารณาคุณสมบัติว่าสามารถนำนโยบายไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริงแล้ว ต้องมีการนำเสนอผู้นำกลุ่มที่มีความรู้ความสามารถด้วย เช่น หากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นว่าที่นายกฯ แล้ว ต้องมีผู้นำกลุ่มต่างๆ ที่ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น กลุ่มเด็กและสตรี, กลุ่มงานด้านสังคม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและทำให้เห็นว่าแก้ไขปัญหาได้จริง

 เมื่อถามถึงกรณีที่ทางพรรคเพื่อไทยเปิดตัวผู้สมัครในพื้นที่กทม. คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ถือเป็นคนรุ่นใหม่ มีความตั้งใจ ส่วนจะสู้กับพรรคประชาธิปัตย์ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการนำเสนอนโยบายที่มีน้ำหนักและมีสีสัน ส่วนตัวมองว่าหากปรับแนวทางโดยยึดแบบของพรรคไทยรักไทยได้ อาจจะทำกระแสพอจะสู้กับพรรคประชาธิปัตย์ได้ แต่อาจไม่สร้างความได้เปรียบเพราะรัฐบาลเป็นเจ้าของสื่อ และเป็นตัวสร้างกระแส

 เมื่อถามพื้นที่กทม. ขณะนี้เพื่อไทยยังอิงกระแสกลุ่มเสื้อแดง อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวต้องแยกแยะการทำหน้าที่เป็น 2 ส่วน คือ การปฏิบัติหน้าที่ของพรรคมุ่งการเลือก ตั้งและรัฐสภา ส่วนการชุมนุมเสื้อแดงก็เป็นการเคลื่อนไหวภาคประชาชน หากผู้เกี่ยวข้องแยกแยะไม่ได้ ก็ทำให้หน้าที่ทั้ง 2 ส่วน เสียกำลังไป ถ้าแยกแยะว่าหน้าที่พรรคคือการทำหน้าที่ในสภา และการเลือก ตั้ง ส่วนเสื้อแดงก็คือการเคลื่อนไหวภาคประชาชน วางบทบาทให้ดี จะทำให้ได้กำลังเสริม แต่หากไม่จัดกำลังให้ดี จะเสียกำลัง

 “แกนนำเสื้อแดงที่มาลงสมัครรับเลือกตั้ง คงไม่มีผล หรือกระทบต่อการแยกแยะการทำงาน ดิฉันคิดว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่พรรคเพื่อไทยต้องพิจารณา แต่ขณะนี้ไม่ได้มองเห็นความแตกต่าง หากมีแกนนำแดงในพรรคเพิ่มขึ้นก็ไม่มีปัญหาอะไร ที่สำคัญหากไม่เอาแกนนำเสื้อแดง บางคนอาจคิดว่าจะเป็นการทำลายแนวร่วม ” อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทยกล่าว