ข่าว

จราจรกรุงเทพอัมพาตหลังฝนถล่มหนัก

จราจรกรุงเทพอัมพาตหลังฝนถล่มหนัก

23 มี.ค. 2554

จราจรกทม.อัมพาตฝนตกหนักรถติดขัด น้ำท่วมขังผิวจราจร ถนนสายหลักขาเข้ากรุง ชาวบ้านบ่นอุบ "ถึงที่หมายช้ากว่าปกติ" แนะผู้ใช้ถนนเผื่อเวลา-วางแผนการเดินทางล่วงหน้า

(23มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจรถนนสายหลักในพื้นที่ กทม.ต่อเนื่องปริมณฑลภายหลังมีฝนตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่เวลา 04.30 น.ที่ผ่านมาจนถึงช่วงสายวันนี้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ชั่วโมงว่า การจราจรติดขัดอย่างหนักถึงขั้นวิกฤติเป็นอัมพาตหลายสายมีน้ำท่วมขังในเส้นทางขาเข้า กทม.ชั้นในทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกโดยเฉพาะฝั่งธนบุรี ถนนบรมราชชนนี กาญจนาภิเษก แยกอรุณอัมรินท์ สะพานพระปิ่นเกล้า สะพานพระราม 8 ถนนพระราม 2 ปริมาณรถมากหนาแน่นติดขัดเคลื่อนตัวช้ากว่าปกติเนื่องจากฝนตกถนนลื่นมีอุบัติเหตุเฉี่ยวชนหลายจุด

 ขณะที่เส้นทางฝั่งเหนือขาเข้าวิภาวดีรังสิต พหลโยธินห้าแยกลาดพร้าว ต่อเนื่องอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ดินแดง รัชดาภิเษก พระราม 9 มีปัญหาติดขัดอย่างหนักเนื่องจากผิวการจราจรบางช่วงมีน้ำท่วมขัง ทำให้รถเคลื่อนตัวได้ช้า รวมถึงเส้นทางถนนบางนา-ตราด ศรีนครินทร์ สุขุมวิท แยกลำสาลี รามคำแหง เสรีไทย มีปัญหาติดขัดเช่นกันปริมาณรถมากหนาแน่น มีน้ำท่วมขังถนนศรีนครินทร์หลายจุด

 นายเสรี ( ขอสงวนนามสุกล)อายุ 40 ปีพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งย่านหลานหลวง กล่าวว่า รถติดมากออกจากบ้านย่านกรุงเทพฯกรีฑาเวลา 09.00 น.มาถึงที่ทำงานเวลา 11.15 น.ใช้เวลาในการเดินทางถึง 2 ชั่วโมงเศษ จากปกติใช้เวลาประมาณ 40 นาที วันนี้วิกฤติมากเส้นทางเลียบมอร์เตอร์เวย์ รถมากติดขัดถึงขั้นขยับไม่ได้เพราะช่วงแยกศรีนครินทร์มีน้ำท่วมถนน ต้องใช้เวลานานกว่าจะหลุดพ้น พอมาถึงช่วงถนนพระราม 9 ก็เจอปัญหารถเฉี่ยวชนกันบ้างรถเสียบ้างยิ่งปวดหัวหนัก ฝนตกหนักทีไรเป็นแบบนี้ทุกครั้งตอนช่วงฝนไม่ตกไม่เห็นมีใครอยากเข้ามาแก้ปัญหา แต่พอฝนตกก็ขุดนั่นขุดนี่กันเห็นแล้วไม่เข้าท่าเพราะเป็นการแก้ปัญหาแบบไฟไหม้ฟาง วัวหายล้อมคอกมากกว่า

 ด้าน น.ส.สุวิมล ( ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 27 ปีพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งย่านสาทร กล่าวว่า พักอยู่ย่านดอนเมืองปกติออกจากบ้านเวลา 05.30 น.ขับรถยนต์ส่วนตัวมาเองใช้เส้นทางถนนวิภาวดีรังสิตขึ้นทางด่วนลงพระราม 4 ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงแต่วันนี้ถึงที่ทำงานเกือบ 08.00 น.แต่ก็ยังมาถึงเป็นคนแรกของที่ทำงาน ลองมาคิดดูแล้วปัญหารถติดในวันฝนตกเป็นเรื่องสุดวิสัยที่ไม่มีใครสามารถแก้ได้และไม่โทษใครเพราะเป็นเรื่องของภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น หากฝนจะตกหรือฟ้าจะร้องก็คงไม่มีใครไปห้ามหรือหยุดได้ ควรที่จะเตรียมพร้อมตนเองอยู่เสมอ เมื่อเห็นว่าฝนตกก็ควรที่จะออกจากบ้านก่อนเวลาปกติและเผื่อเวลาในการเดินทางไว้ก่อนเสมอ

 ขณะเดียวกันนายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า ปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเช้ามืดวัดได้ 70-120 มิลลิเมตร ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังหลายจุด โดยเฉพาะ 3 จุดใหญ่ คือ ถนนพหลโยธิน ช่วงอนุสรณ์สถาน, ถนนแจ้งวัฒนะ ช่วงศูนย์ราชการ และถนนงามวงศ์วาน ซึ่งกำลังเร่งระบายน้ำ เนื่องจากบางจุดไฟฟ้าดับทำให้ไม่สามารถระบายน้ำได้ อย่างไรก็ตามคาดว่า หากปริมาณฝนลดลง ภายใน 2 ชั่วโมง สภาพถนนจะกลับสู่ภาวะปกติ และมีการเตรียมพร้อมระบายน้ำ โดยประสานทุกหน่วยงาน มีการพร่องน้ำ มีแก้มลิงรองรับ มีสถานีสูบน้ำ และศูนย์ป้องกันน้ำท่วม ที่มีเจ้าหน้าที่พร้อมปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง