ข่าว

สหรัฐทิ้งระเบิดถล่มรถหุ้มเกราะลิเบีย

สหรัฐทิ้งระเบิดถล่มรถหุ้มเกราะลิเบีย

23 มี.ค. 2554

เครื่องบินรบสหรัฐ ทิ้งระเบิด 2 ลูก ใส่รถหุ้มเกราะลิเบีย ระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลือนักบิน ด้านฝ่ายรัฐบาลลิเบียใช้มือปืนซุ่มยิงและรถถังถล่มเมืองของฝ่ายต่อต้าน คนเจ็บ-ตายหลายร้อย ขาดแคลนอาหาร-น้ำ-อุปกรณ์การแพทย์

(23มี.ค.) เว็บไซท์หนังสือพิมพ์เทเลกราฟ ของอังกฤษ รายงานว่า เครื่องบินรบแฮร์ริเออร์ ของสหรัฐ ได้ทิ้งระเบิด 2 ลูก ใส่รถหุ้มเกราะ ที่มีทีท่าว่าจะเป็นอันตรายต่อนักบินของเครื่องบินรบที่ตกในเมืองเบนกาซี ขณะที่เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐ ยืนว่า หน่วยปฏิบัติการกู้ภัยที่เข้าไปช่วยเหลือนักบินไม่ได้ใช้อาวุธแต่อย่างใด ซึ่งสวนทางกับรายงานของสื่อมวลชนที่ว่า กองกำลังนาวิกโยธินได้เข้าไปยังจุดที่เครื่องบินรบตก และใช้อาวุธปืนทุกชนิดยิงคุ้มกัน ทำให้พลเรือนได้รับบาดเจ็บหลายคน

 เครื่องบินรบ F-15E สไตร์ค อีเกิล ประสบอุบัติเหตุตกเพราะเครื่องยนต์ขัดข้อง ในระหว่างใช้ปฏิบัติการโจมตีเมื่อคืนวันจันทร์ นักบิน 2 นาย ได้ดีดตัวออกจากเครื่องและอาศัยร่มชูชีพลงสู่พื้นดิน ผู้บัญชาการทหารของสหรัฐ ได้ตัดสินใจส่งเครื่องบินรบ แฮร์ริเออร์ ของนาวิกโยธิน4 ลำ ที่บินขึ้นมาจากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS เคียร์ซาจ เพื่อไปช่วยเหลือนักบิน หลังพบว่ามีรถหุ้มเกราะหลายคัน กำลังมุ่งหน้าเข้ายังจุดที่นักบินกระโดดร่มลงไป และนักบินของเครื่องบินรบ ได้ทิ้งระเบิดขนาด 500 ปอนด์ จำนวน 2 ลูก ใส่รถหุ้มเกราะ

 ร้อยเอกริชาร์ด อัลช์ ของหน่วยนาวิกโยธิน เปิดเผยว่า รถหุ้มเกราะได้เข้าใกล้นักบินในระดับที่อันตรายเกินไป และแม้เครื่องบินรถจะลดระดับการบินให้เห็น แต่รถหุ้มเกราะก็ยังเดินหน้าต่อไป ทำให้ต้องทิ้งระเบิดเพื่อปกป้องนักบิน

 ก่อนหน้านี้ สื่อมวลชน ได้รายงานว่า มีชาวบ้าน 6 คน ถูกทหารอเมริกันบนเฮลิคอปเตอร์ ออสเปรย์ 2 ลำ ที่ถูกส่งไปช่วยนักบิน ยิงใส่จนได้รับบาดเจ็บ แต่กองทัพสหรัฐยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง โดยระบุว่า ไม่มีการใช้อาวุธขนาดเล็ก ซึ่งยิ่งทำให้เกิดข้อสันนิษฐานตามมาอีกว่า ชาวลิเบียที่บาดเจ็บเหล่านี้ อาจจะไม่ได้ถูกกระสุนปืน แต่โดนสะเก็ดระเบิดที่ถล่มใส่รถหุ้มเกราะ ซึ่งสหรัฐกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเรื่องนี้

 หน่วยซุ่มยิงและรถถังของพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี่ ผู้นำเผด็จการของลิเบีย ได้ข่มขวัญคุกคามพลเรือนในเมืองมิสราตา ขณะที่สหรัฐได้เตือนว่า กำลังพิจารณาใช้ทุกทางเลือกเพื่อตอบโต้การกระทำทุกอย่างที่ทำให้ประชาชนต้องหวาดผวา และต้องอยู่ในแต่บ้านที่มืดมิด ต้องขอแบ่งปันอาหารจากเพื่อนบ้าน และรองน้ำฝนประทังชีวิต

 ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ของสหรัฐ ซึ่งใกล้จะเสร็จสิ้นการเยือนละตินอเมริกา ที่ถูกบดบังจากปฏิบัติการโจมตีในลิเบีย แถลงที่เอล ซัลวาดอร์ว่า สหรัฐกำลังเตรียมจะมอบการปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อลิเบียไปให้ประเทศอื่น ซึ่งเมื่อการส่งมอบมีขึ้น ก็ไม่จำเป็นที่เครื่องบินสหรัฐจะต้องเข้าร่วมปฏิบัติการบังคับใช้เขตห้ามบิน และเรือของสหรัฐ ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมปฏิบัติการภายใต้มาตรการคว่ำบาตรการค้าอาวุธอีกต่อไป

 นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยต่อ ABC News เมื่อวันอังคารว่า หนึ่งในบุตรชายของพันเอกกัดดาฟี อาจเสียชีวิต แต่เธอไม่ได้บอกว่าเป็นบุตรชายคนไหน โดยอ้างว่าหลักฐานยังไม่ชัดเจนพอที่จะยืนยันได้ แต่มีคนที่ใกล้ชิดพันเอกกัดดาฟีหลายคน กำลังติดต่อกับบุคลคลภายนอก เพื่อสำรวจทางเลือกสำหรับอนาคต แต่เธอไม่ได้บอกว่า หนึ่งในทางเลือกนั้น ได้รวมถึงการลี้ภัยไปต่างประเทศหรือไม่ ซึ่งคนเหล่านี้จะเต็มไปด้วยคำถามที่ว่า พวกเขาจะต้องทำอะไร , จะผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างไร และจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต

 แม้ว่าชาติพันธมิตรจะพยายามกันไม่ให้พันเอกกัดดาฟี ส่งกองกำลังเข้าปราบปรามฝ่ายต่อต้านอำนาจเขา แต่ดูเหมือนสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลงในเมืองใหญ่ที่อยู่ในมือของฝ่ายต่อต้าน โดยที่เมืองมิซูราตา ต้องเผชิญทั้งกระสุนปืนใหญ่และหน่วยซุ่มยิงที่ระดมโจมตีไม่หยุดหย่อน รถถังยิงใส่ผู้ประท้วงโดยสันติ แพทย์บอกว่า จำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บมากเกินกว่าโรงพยาบาลจะรับมือไหว อุปกรณ์การแพทย์ขาดแคลน และต้องแบ่งปันอาหารกันเท่าที่หาได้ แต่ถ้าเมื่อใดอาหารหมด ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป
 
 ทั้งกองกำลังของพันเอกกัดดาฟี และของฝ่ายต่อต้าน ต่างก็ไม่มีใครแข็งแกร่งพอที่จะยึดเมืองมิซูราตา หรือ อัจดาบิยา ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และตอนนี้ได้กลายสภาพเป็นสนามรบ แต่การโจมตีทางอากาศและใช้ขีปนาวุธของกองกำลังนานาชาติต่อเมืองนี้ อาจมีข้อจำกัด เพราะอาจยิ่งเป็นอันตรายต่อพลเรือนมากยิ่งขึ้น และยากจะประเมินสถานการณ์ในสองเมือง เนื่องจากการสื่อสารถูกจำกัด และองค์กรบรรเทาทุกข์อย่างคณะกรรมาธิการกาชาดสากล ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป

 นอกจากสองเมืองนี้แล้ว กองกำลังของพันเอกกัดดาฟี ยังคงระดมโจมตีเมืองซอวิยาห์ด้วยซึ่งเมืองเหล่านี้ ได้ชื่อว่าเป็นประตูไปสู่พื้นที่ตะวันออกที่อยู่ในความยึดครองของฝ่ายต่อต้านพลเรือเอก ซามูเอล ล็อคเลียร์ ผู้บัญชาการกองทัพเรือในแอฟริกา กล่าวว่า กองกำลังผสมกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาทางเลือกในการตอบโต้กองกำลังของพันเอกกัดดาฟี

 กองกำลังของพันเอกกัดดาฟี ได้ยิงถล่มเมืองเยเฟรน ทำลายบ้านเรือนและมัสยิด อันเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีตอบโต้อย่างหนักหน่วงต่อฝ่ายต่อต้าน และยังพยายามจะบุกเมืองซินทัน ด้วยการใช้ปืนใหญ่ถล่มอย่างหนัก
 
 โครงการอาหารโลก หรือ WFP ได้เตือนว่า ได้รับรายงานที่ว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์พื้นฐานได้พุ่งขึ้นเป็น 2 เท่า ร้านค้า 95 เปอร์เซ็นต์ในเมืองซอวิยา มิสุราตา และเซิร์ท ยังคงปิด