ข่าว

ชงหนุนลงทุนมาบตาพุดเน้นลดปล่อยสารพิษ

ชงหนุนลงทุนมาบตาพุดเน้นลดปล่อยสารพิษ

23 มี.ค. 2554

เตรียมชงบอร์ดบีโอไอให้สิทธิประโยชน์โครงการลงทุนในพื้นที่มาบตาพุด เน้นลดการปล่อยสารระเหยง่าย ผ่านอีไอเอ-เอชไอเอก่อน พร้อมจูงใจให้สิทธิประโยชน์ภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มจาก 3 ปีเป็น 8 ปี

 นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการส่งเสริมการลงทุน เตรียมเสนอคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาแนวทางส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่มาบตาพุด ซึ่งบีโอไอจะให้สิทธิประโยชน์แก่โครงการที่ลดการปล่อยสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และจะต้องผ่านการพิจารณารายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) หรือรายงานผลกระทบทางสุขภาพ (เอชไอเอ) ก่อนได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน จากเดิมที่บีโอไอออกบัตรส่งเสริมก่อนได้อีไอเอหรือเอชไอเอ เพื่อควบคุมการปล่อยสารอินทรีย์ระเหยอย่างเข้มงวด

 แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การกำหนดสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนในมาบตาพุด จะเน้นเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งโครงการลงทุนใหม่ ต้องมีความสามารถในการควบคุมสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ออกไซด์ของไนโตรเจน และสารอินทรีย์ระเหยง่าย โดยการควบคุมสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์และออกไซด์ของไนโตรเจน จะใช้ระบบ 80:20 เข้ามาดูแล ซึ่งการลงทุนใหม่ที่ลดมลพิษได้ 100 ส่วน จะลงทุนใหม่แล้วปล่อยมลพิษได้เพียง 80 ส่วน และอีก 20 ส่วนต้องคืนให้สิ่งแวดล้อม จะทำให้ลดการปล่อยสารพิษได้

 สำหรับสารอินทรีย์ระเหยง่าย จะให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กำหนดเกณฑ์ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ โดย สผ.จะเป็นผู้ประเมินเทคโนโลยีของเครื่องจักรที่ลงทุน รวมทั้งกำหนดวิธีประเมินสารอินทรีย์ระเหยที่ปล่อยออกมาด้วย โดยมาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ ใน จ.ระยอง คือ 1. อ.เมืองระยอง (ต.มาบตาพุด ต.ห้วยโป่ง ต.เนินพระ และ ต.ทับมา) 2. อ.นิคมพัฒนา (ต.มาบข่า) 3. อ.บ้านฉาง (ต.บ้านฉาง) รวมทั้งพื้นที่ทะเลภายในแนวเขตและเขตอุตสาหกรรมของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด โดยผู้ประกอบการที่เข้าเงื่อนไขจะได้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี  มูลค่า 100% ของมูลค่าการลงทุน จากเดิมที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ 3 ปี มูลค่าภาษีที่ได้รับการยกเว้น 70% ของมูลค่าการลงทุน