ข่าว

"ผมไม่ได้เป็นนอมินีใคร"

"ผมไม่ได้เป็นนอมินีใคร"

23 มี.ค. 2554

"ประชาสันติ" พรรคการเมืองน้องใหม่ยังไม่ทันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ กระแสกล่าวขานค่อนข้างดี เพราะมีชื่อ "ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์" อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เตรียมมานั่งเป็น "หัวหน้าพรรค"

 หลังจาก "ปุระชัย" ตอบรับเป็นหัวหน้าพรรคประชาสันติ เกิดคำถามตามมามากมายเกี่ยวกับที่มาที่ไปในการหวนกลับเข้ามาอยู่ในแวดวงการเมืองอีกครั้ง เพราะบทบาทการทำงานของ "ปุระชัย" ที่ตรงไปตรงมา ยอมหักไม่ยอมงอ ส่งผลให้เกิดความเห็นขัดแย้ง และเป็นสาเหตุให้ถูกปรับเปลี่ยนตำแหน่งรัฐมนตรี เมื่อถึงคราวเลือกตั้ง "ปุระชัย" จึงตัดสินใจไม่ลงเล่นการเมือง

 โดยจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 เมษายนนี้

 ดังนั้นเมื่อมีข่าว "ปุระชัย" หวนคืนการเมืองอีกครั้งท่ามกลางการต่อสู้ทางการเมืองที่เข้มข้น "พรรคการเมืองน้องใหม่" ไม่มีฐานคะแนนเสียง ไม่มีหัวคะแนน ทำไมจึงกล้าเสนอตัวเป็นพรรคทางเลือกใหม่ในขณะที่การเลือกตั้งเมืองไทยยังต้องพึ่งพา "ระบบอุปถัมภ์"

 หรือแท้จริงแล้ว "ประชาสันติ" เป็นพรรคนอมินีให้ใครพรรคการเมืองไหนหรือไม่?

 "เสรี สุวรรณภานนท์" ในฐานะนั่งรักษาการหัวหน้าพรรคประชาสันติ ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นนอมินีให้ใครหรือพรรคการเมืองไหน แต่มีความตั้งใจจะตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ประชาชนในยุคสังคมที่มีแต่ความขัดแย้ง และในยุคที่หา "ผู้นำ" ที่แท้จริงไม่ได้ เพราะหัวหน้าพรรคการเมืองส่วนใหญในขณะนี้ถูกมองว่าเป็นนอมินีหมด

 ภาพของ "ปุระชัย" ในฐานะผู้เคยก่อตั้ง "พรรคไทยรักไทย" ร่วมกับ "ทักษิณ ชินวัตร" การมาตั้งพรรคการเมืองน้องใหม่ในยุคประชาชนเริ่มเบื่อหน่ายพรรคการเมืองเดิมจึงถูกมองว่าเป็นนอมินีเพื่อชิงพื้นที่ในกรุงเทพฯให้แก่ "ทักษิณ" หรือไม่ ในเรื่องนี้ "เสรี" ชี้แจงว่า หากเป็นนอมินีจริงก็คงไปนั่งเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และคงไม่ใช่ลาออกจากกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยในสมัยที่กำลังรุ่งโรจน์

 "พวกเราตั้งใจทำพรรคขึ้นมาเอง ไม่คิดเป็นนอมินีใคร ไม่ใช่ทั้งพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคภูมิใจไทย ก่อนที่จะมาตั้งเป็นพรรคประชาสันติชื่อเดิมคือพรรคธรรมาธิปัตย์ หัวหน้าเก่าชื่อคุณธันวา ไกรฤกษ์ เป็นญาติคุณจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งขณะนั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นนอมินีพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งสำรองไว้หากถูกยุบ และเราไม่ใช่เป็นนอมินีพรรคภูมิใจไทย ถ้าเป็นก็คงเข้าไปอยู่พรรคนั้นแล้วไม่มาตั้งพรรคใหม่"

 ส่วนบุคลิกการทำงานของ "ปุระชัย" ที่เข้มงวดสมัยเป็น "รมว.มหาดไทย" เคยสร้างผลงานการจัดระเบียบสังคมเข้มงวดกับสถานบริการจนได้ฉายาว่า "มือปราบสายเดี่ยว" แต่การทำงานการเมืองบางครั้ง "ตรงเป็นไม้บรรทัดเกินไป" อาจใช้ไม่ได้ผลกับการเมืองไทยในยุครัฐบาลผสม และอาจกลายเป็นปัญหาในการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองอื่นในอนาคต

 "เสรี" ได้เล่าให้ฟังว่า ก่อนจะเชิญ ร.ต.อ.ปุระชัยมานั่งเป็นหัวหน้าพรรค ได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกันแล้วการทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีคุมนโยบายมีอำนาจบริหารเด็ดขาดคนเดียว แต่เมื่อมาเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองการทำงานต้องทำในรูปของคณะกรรมการบริหารพรรคต้องถามมติพรรค พูดกันด้วยเหตุผล ต้องยอมรับความคิดเห็นที่หลากหลาย

 "เมื่อก่อนเป็นรัฐมนตรีทำงานคนเดียว แต่ในทางการเมืองต้องรับฟังคนอื่นด้วย และเชื่อว่าคุณปุระชัยทำได้ไม่มีปัญหา ถ้าทำไม่ได้ก็คงบอกตั้งแต่แรกก่อนจะมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาสันติแล้ว"

 "เสรี" ยอมรับว่า การตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาในมีข้อด้อยเรื่องไม่มีฐานคะแนนเสียง ดังนั้นการคัดเลือกผู้สมัครของพรรคจะเน้นผู้ที่มีประสบการณ์การลงสมัครรับเลือกตั้ง ต้องมีฐานะเสียงคะแนนนิยมจากประชาชนมาบ้าง ขณะนี้มี ส.ส. และอดีต ส.ส.ได้ติดต่อมาขอลงสมัครในนามพรรคพอสมควร และบางคนแพ้คะแนนเฉียดฉิว จึงเชื่อว่าการมีหัวหน้าพรรคดี ประชาชนชื่นชอบ ก็อาจทำให้คนที่เคยแพ้พลิกกลับมาชนะก็ได้

 การเมืองในยุคที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือดเพื่อชิงอำนาจฝ่ายบริหาร พรรคเกิดใหม่อาจแจ้งเกิดยาก "เสรี" บอกว่า จะได้ ส.ส.หรือไม่ คงไม่ใช่เรื่องสำคัญเป็นเรื่องของอุดมการณ์ นักการเมืองก็เหมือนนักกีฬาเมื่อปี่กลองดังขึ้นก็พร้อมลงแข่งขัน แพ้-ชนะไม่สำคัญ ขอเพียงมีโอกาสลงสู้ เพื่อวัดความสามารถของตัวเองก็พอ

 เมื่อพูดถึง "ระบบอุปถัมภ์" ที่อาจทำให้พรรคการเมืองน้องใหม่เสียเปรียบ "เสรี" เห็นด้วยและมองว่าเป็นเรื่องสำคัญทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะผู้ดูแลจัดการเลือกตั้งต้องแก้ปัญหาระบบอุปถัมภ์ที่ไม่ชอบหรือผิดกฎหมาย

 "ระบบอุปถัมภ์ในความหมายผมหมายถึงคนเคยเป็นผู้นำท้องถิ่นดูแลประชาชน และประชาชนให้ความเคารพนับถือ และลงคะแนนให้ถือเป็นระบบอุปถัมภ์ธรรมดา แต่การใช้เงินซื้อเสียงถือเป็นการอุปถัมภ์ที่ผิดกฎหมายทาง กกต.ต้องเข้าไปควบคุมดูแล"

 ต้องยอมรับว่ากระแสการตอบรับ "พรรคประชาสันติ" เพราะมีคนชื่อ "ปุระชัย" มานั่งในตำแหน่ง "หัวหน้าพรรค" เนื่องจากผลงานสมัยเป็น "รัฐมนตรี" ทำงานเข้าตาประชาชนและเชื่อมั่นความเป็นคนดี

 ที่ผ่านมาสังคมไทยชื่นชม "ปุระชัย" ในเรื่องความเป็น "คนดี" แต่จะมีโอกาสเป็น "นายกรัฐมนตรี" หรือไม่เป็นคนละเรื่อง!

สมถวิล เทพสวัสดิ์