
ประชุมใหญ่สามัญพท.แกนนำแห่ร่วมคึก
เพื่อไทยประชุมใหญ่สามัญแกนนำแห่ร่วมคึกคัก สมชาย ยันนายกฯ ไม่จำเป็นต้องนั่งหน.พรรค ให้สื่อดูเองใครเข้าคุณสมบัติ 9 ข้อของแม้ว แย้ม คนมีชื่อเสียงเข้าสังกัดเพื่อไทยอีก บิ๊กจิ๋วแนะนำคุณสมบัติ 9 ข้อมาศึกษา ลั่นอยู่เพื่อไทยจนกว่าจะได้ชัยชนะ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 มี.ค.ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2554 โดยมีแกนนำและส.ส. ของพรรคเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุพล ฟองงาม เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้งอดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน ได้เดินมาร่วมการประชุมด้วย ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุมด้วย โดยนายธเนศ เครือรัตน์ ส.ส.ศรีสะเกษ คนสนิทร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ท่านติดธุระ และไม่เกี่ยวกับข่าวที่ว่ามีความขัดแย้งกับใคร ขณะที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เดินทางมาร่วมประชุมด้วย แต่ไม่ยอมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เสนอตัวเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายมิ่งขวัญได้พบกับนายสมชาย นายมิ่งขวัญถึงกับโผเข้ากอด แต่เมื่อถูกสื่อมวลชนแซวว่า “นี่ไง ว่าที่นายกฯ คนต่อไป” นายมิ่งขวัญจึงหันไปพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มกับนายสมชายว่า “ผมไม่กล้าๆ” ขณะที่นายสมชายกล่าวชมนายมิ่งขวัญถึงการทำหน้าที่ผู้นำการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยว่า “พูดแค่ครั้งเดียว แต่มีแต่คนชมทั้งบ้านทั้งเมือง”
“สมชาย”ยันนายกฯไม่จำเป็นต้องนั่งหน.พรรค
นายสมชาย ให้สัมภาษณ์ถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนต่อไปที่มีการมองว่าเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างนายมิ่งขวัญและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวพ.ต.ท.ทักษิณว่า คนในพรรคเพื่อไทยมีความเหมาะสมทุกคน ส่วนตัวแล้วก็เชียร์หมดทุกคน เพียงแต่ในวันนี้ยังไม่เคยได้ยินจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าพร้อมจะรับตำแหน่งดังกล่าวหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ตัดสินใจรับมองว่าจะทนแรงเสียดทานการเมืองได้หรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า คนถ้ามีใจรักการเมืองคงไม่ต้องเป็นห่วง เพราะการเมืองคือการเสียสละเพื่อประชาชน ดังนั้นควรทำอะไรด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะวันนี้พรรคยังไม่มีความชัดเจน แต่หัวหน้าพรรคกับนายกรัฐมนตรีคนต่อไปนั้นอาจเป็นคนละคนกันก็ได้ เหมือนกับสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค อย่างไรก็ตาม คาดว่าพรรคจะมีความชัดเจนเรื่องนายกรัฐมนตรีคนต่อไปหลังจากที่นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาแล้ว
ให้สื่อดูเองใครเข้าคุณสมบัติ9ข้อของ“แม้ว”
เมื่อถามว่า มองว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์มีคุณสมบัติพอหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า หากเป็นคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญว่าที่นายกรัฐมนตรีนั้นต้องเป็นส.ส. ด้วย ส่วนกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณทวิตเตอร์ระบุคุณสมบัติว่าที่นายกรัฐมนตรี 9 ข้อนั้น สื่อมวลชนต้องไปดูว่าใครที่มีคุณสมบัติทั้ง 9 ข้อบ้าง แต่ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะมาบงการได้ เพียงแต่ท่านพูดถึงคุณสมบัติกว้างๆ ส่วนการตัดสินใจเลือกว่าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไปนั้น เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรคและส.ส. ที่จะร่วมกันพิจารณา
แย้มคนมีชื่อเสียงเข้าสังกัด“เพื่อไทย”อีก
สำหรับกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิมออกมาระบุว่า หากพรรคสนับสนุนนายมิ่งขวัญจะวางมือทางการเมืองนั้น นายสมชาย กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิมก็เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเหมือนกัน และอาจไม่ใช่แค่ 2 คนนี้ ยังมีคนนอกอีก ถ้ามีคุณสมบัติเหมาะสม ทั้งนี้ ทราบว่าเร็วๆ นี้จะมีผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคอีก ส่วนจะเป็นใครนั้นขอให้ไปถามคณะกรรมการบริหารพรรคเอง
“บิ๊กจิ๋ว”แนะนำคุณสมบัติ9ข้อมาศึกษา
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย กล่าวบรรยายต่อที่ประชุมว่า อีกไม่เกิน 100 วันนับจากนี้จะมีการยุบสภาเพื่อเปิดให้มีการเลือกตั้งใหม่แน่นอนตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีประกาศก่อนหน้านี้ ดังนั้นช่วงนี้เป็นต้นไปคนในพรรคเพื่อไทยต้องร่วมมือร่วมใจกันสำหรับการเตรียมการเลือกตั้ง แม้จะมีความเห็นต่างกันบ้างเราก็ต้องอดทนเพราะพรรคเราคนเยอะ ส่วนหลักการคุณสมบัติ 9 ข้อของคนที่อยู่ทางไกลนั้น พรรคคงจะนำมาศึกษาเพื่อให้ตรงตามเจตนารมณ์ของคนๆ นั้น เราต้องมีเป้าหมายทางการเมือง 5 ประการเพื่อนำไปสู่จุดหมายคือ 1.สนับสนุนแนวคิดผู้นำกองทัพที่ไม่ทำรัฐประหาร 2.เมื่อเลือกตั้งต้องได้รับชัยชนะโดยให้มีส.ส. เข้ามาให้มากที่สุด 3.จัดการตั้งรัฐบาลให้ได้ 4.เป็นรัฐบาลเฉพาะกาลเพื่อความสมานฉันท์ของคนในชาติ ภารกิจคือเข้ามาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมือง และ 5.นำคนไทยที่ทิ้งแผ่นดินจากปัญหาการเมืองกลับคืนสู่ประเทศ
ชี้ต้องขจัดศึกในก่อนสู้ศึกเลือกตั้ง
“วันนี้เราเดินทางมาถึงข้อ 2 แล้ว เราต้องพร้อมในการรบ แต่ก่อนอื่นต้องขจัดปัญหาความขัดแย้งภายในให้ได้ก่อน กรุงศรีอยุธยาล่มก็เพราะศึกใน ทั้งๆ ที่ทัพที่ยกมาตอนนั้นเป็นแค่เสนาบดี ไม่ใช่ทัพของกษัตริย์ เราไปคิดว่าน้ำหลากจะช่วยได้ แต่สุดท้ายก็ล่มเพราะเกิดศึกใน พรรคเพื่อไทยจะไปถึงเป้าหมายได้ก็ต้องขจัดศึกในก่อน” พล.อ.ชวลิต กล่าว
แนะตีแนวหลังข้าศึกให้หนัก
พล.อ.ชวลิต ยังกล่าวถึงยุทธศาสตร์ในการเลือกตั้งด้วยว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าถ้าเราแพ้ประชาชนก็แพ้ด้วย หากลงพื้นที่ทุกหัวระแหงจะรู้ว่าประชาชนกำลังรอเราอยู่ เพื่อให้กลับมาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมือง จากนี้ตนจะเดินหนักขึ้น เน้นที่ภาคอีสานและภาคใต้ หรืออาจจะเริ่มจากเหนือลงมาภาคกลาง ต่อไปอีสานแล้วมาฟาดภาคใต้ การเดินนั้นต้องมียุทธศาตร์ หนึ่งในนั้นคือต้องตีแนวหลังข้าศึกให้หนักที่สุด ดังนั้นภาคใต้พรรคจึงละวางไม่ได้ ตนจะเข้าไปช่วยนายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา พรรคเพื่อไทย ให้มากที่สุด ส่วน 36-40 เขตที่คนของเราทิ้งไปอยู่กับพรรคอื่นนั้น พรรคต้องจัดทีมพิเศษไปพูดจา ไม่ใช่ไปตีตัวบุคคล แต่ต้องตีทางหลักการความคิด โดยไปบอกกับพี่น้องประชาชนด้วย
ลั่นอยู่“เพื่อไทย”จนกว่าจะได้ชัยชนะ
พล.อ.ชวลิต กล่าวด้วยว่า ล่าสุดได้คุยกับคนไกล ตนบอกไปว่าหัวใจพวกเราไม่มีปัญหา อยู่ที่นโยบาย ถ้าถูกต้องสักนิดก็สบายมาก อย่างไรก็ตาม จากนี้เป็นต้นไปขอให้พวกเราสบายใจได้ เพราะจะมีแต่สิ่งดีๆ เกิดขึ้นในพรรค ขอให้พวกเรารวมพลังเพื่อช่วยให้บรรลุผลให้จงได้ แม้จะเคยอยู่พรรคการเมืองมาเยอะแต่ไม่เคยเห็นพรรคไหนเป็นหนึ่งเท่าพรรคเพื่อไทย ตนจะอยู่กับท่านจนนิจนิรันดร์ อยู่จนได้ฉลองชัยชนะ



