
ลาวผุดแผนพัฒนาศก.5ปีรับประชาคมอาเซียน
เอกอัคราชทูตไทยประจำนครเวียงจันทน์ สปป.ลาว เผยลาวกำลังปรับเปลี่ยนประเทศก้าวสู่เมืองอุตสาหกรรม-ความทันสมัย ผุดแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี รับประชาคมอาเซียน คาดหลังพ.ค.หลังการเลือกตั้งใหญ่ในลาวเสร็จปรับครม.ใหม่ เปิดเจรจาการค้า-ลงทุนได้ แนะนักลงทุนไทยให้ความสำค
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 มีนาคม 2554 ที่ห้องพุตตาน โรงแรมเกทเวย์ จังหวัดพะเยา มีการจัดประชุมคณะกรรมการเพื่อโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ (คสศ.) หอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือ โดย มีนายพัฒนา สิทธิสมบัติ ประธาน คสศ. นายวิทวัส ศรีวิหค เอกอัคราชทูตไทยประจำนครเวียงจันทน์ สปป.ลาว ตัวแทนหอการค้าใน 10 จังหวัดภาคเหนือ และตัวแทนหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมประชุม
นายวิทวัส กล่าวว่า สปป.ลาวกำลังปรับเปลี่ยนประเทศก้าวสู่ความทันสมัยซึ่งการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ลาวที่ผ่านมา ได้ประกาศนโยบายนำ สปป.ลาวก้าวสู่ประเทศอุตสาหกรรมและความทันสมัย ในช่วง 1 ปีรัฐบาลลาวได้ปรับปรุงกฎหมาย และแผนพัฒนาเศรษฐกิจลาว ฉบับที่ 7 ที่มีอายุ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2554 ถึง 2558 ที่จะก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียน นอกจากนี้ยังมีการแก้ ไขกฎหมายการลงทุนที่เริ่มใช้มาตั้งแต่กรกฎาคม 2552 จะมีผลถึงปี 2558 เช่นกัน หากศึกษาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและกฎหมายการลงทุนพบว่า สปป.ลาวให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และรับความช่วยเหลือจากประเทศต่างๆในภูมิภาค โดยมีแผนการพัฒนามากกว่า 21 โครงการ โดยเฉพาะโครงการหมายเลข 1 คือ การพัฒนาเส้นทางรถไฟใน สปป.ลาว
ส่วนต้นปีที่ผ่านมา สปป.ลาว ยังเปิดตลาดหลักทรัพย์เป็นครั้งแรก มีหุ้น 2 ตัวที่มั่นคงมากในกลุ่มไฟฟ้า และการค้าต่างประเทศของ สปป.ลาวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์หลังเปิดตลาดราคาหุ้นขึ้นถึง 100% ส่วนความเคลื่อนไหวทั่วไปใน สปป.ลาว วันที่ 30 เมษายนนี้จะมีการเลือกตั้งใหญ่ทั้งประเทศ จากนั้นในเดือนพฤษภาคม จะมีการปรับ ครม. หากไทยต้องการเจรจาต้องรอให้ผ่านพ้นเดือนพฤษภาคมไปก่อน เพื่อให้การปรับ ครม.แล้วเสร็จ และเจรจากับผู้ดำรงตำแหน่งใหม่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชัดเจน
นายวิทวัส กล่าวว่า การลงทุนใน สปป.ลาวต้องจับชีพจรให้ได้ว่ามีความพร้อมมากน้อยแคไหนทั้งด้านการค้า-การลงทุน นโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์ลาว ประกาศชัดเจนว่าวัฒนธรรมต้องนำเศรษฐกิจ การเข้าไปลงทุนในลาวต้องให้ความสำคัญกับการส่งเสริมวัฒนธรรมควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ จึงจะได้รับการสนับสนุนจากฝ่าย สปป.ลาว โดยเฉพาะโครงการลงทุนขนาดใหญ่ต้องคำนึงถึงผลสิ่งแวดล้อม ชุมชน และระบบสาธารณสุข รวมทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชนลาวด้วย แม้กิจกรรมการลงทุนและการค้าจะสำคัญแต่ต้องไม่ลืมกิจกรรมรอบข้างด้วย
ทั้งนี้แม้ไทย-ลาวจะมีจุดแข็งด้านการสื่อสารที่หลายคนมองว่าอาจไม่ใช่อุปสรรค แต่การติดต่อสื่อสารและการใช้ภาษากับฝ่ายลาวต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แม้ สปป.ลาวเป็นประเทศที่ก่อตั้งมา 35 ปี แต่เป็นประเทศที่มีอัตลักษณ์และศักดิ์ศรีมาก จึงไม่พูดอะไรที่ทำให้ฝ่ายลาวรู้สึกอ่อนไหว
“เราต้องมองลาวให้ไกลเกินกว่าลาว มองลาวในฐานะประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน และจีเอ็มเอส เพื่อให้เห็นผลประโยชน์ที่มากกว่าเฉพาะไทย-ลาว แต่เป็นผลประโยชน์รวมกันของกลุ่มประเทศในอาเซียนทั้งหมด ไทยและลาวต้องก้าวพ้นประวัติศาสตร์อันขมขื่นให้ได้ และใช้ประวัติศาสตร์เป็นบทเรียนอย่าทำซ้ำรอยอีก เราต้องไม่ลืมว่าเคยทำอะไรกับลาวไว้บ้าง ประธานประเทศลาวเคยกล่าวว่าอนุสาวรีย์เจ้าอนุวงค์ที่หันหน้ามายังประเทศไทยก็เพื่อให้อภัยประเทศไทย”นายวิทวัสกล่าว
นายวิทวัส กล่าวต่อไปว่า การพัฒนาเส้นทางคมนาคมที่สั้นที่สุดในภูมิภาคอยู่ใน สปป.ลาว หากสามารถพัฒนาให้เส้นทางคมนาคมที่ผ่านลาวเชื่อมโยงประเทศต่างๆในภูมิภาคได้จะเกิดประโยชน์อย่างมากกับ 5 ประเทศ ทั้ง ไทย ลาว จีน พม่า และเวียดนาม ทั้งนี้เชื่อว่าในปี 2558 สปป.ลาวจะมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ซึ่งสปป.ลาวได้ตั้งเป้าหมายในอีก 5 - 10 ปีข้างหน้าจะเพิ่มรายได้ต่อหัวประชากรต่อจีดีพี เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าปีละ 1,700 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาการค้าชายแดนระหว่างไทย-ลาว หากเป็นประเด็นในแง่งบประมาณหรือบุคลากร ยังมีโอกาสแก้ไขได้ แต่ถ้าเป็นประเด็นด้านความมั่นคงของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจต้องใช้เวลา ซึ่งภายในเดือนมิถุนายนนี้ สถานเอกอัคราชทูตฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมกับฝ่าย สปป.ลาว เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคด้านการค้าและการลงทุน เป็นการประชุมเล็กๆแต่เชื่อว่าจะ ได้ผลที่จริงจัง เพราะมีการรวบรวมประเด็นปัญหาต่างๆไว้ล่วงหน้า



