ข่าว

แบบทดสอบมหาภัยพิบัติบทพิสูจน์ความเป็นผู้นำของชนชาติญี่ปุ่น?

แบบทดสอบมหาภัยพิบัติบทพิสูจน์ความเป็นผู้นำของชนชาติญี่ปุ่น?

23 มี.ค. 2554

ถ้าพูดถึงประวัติศาสตร์สำคัญยิ่งในรอบทศวรรษนี้ของประเทศญี่ปุ่น คงจะหนีไม่พ้นเรื่องความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงที่ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ และเกิดปัญหาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ตามมา ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งบททดสอบความเข้มแข็งของชาวญี่ปุ่น ในกา

 ผ่านมาสองสัปดาห์ เราก็พบว่าญี่ปุ่นไม่ทำให้ชาวโลกต้องผิดหวัง ถึงแม้ว่าบ้านเมืองจะพินาศย่อยยับ แต่ชาวญี่ปุ่นก็แสดงถึงการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างดีเยี่ยม และเผชิญหน้ากับเหตุการณ์อย่างกล้าหาญจนชาวโลกต่างยกย่องชื่นชม

 ทำไมชาวญี่ปุ่นจึงเสียชีวิตจำนวนหมื่นต้นๆ แต่อีกหลายประเทศต้องสูญเสียชีวิตผู้คนนับแสน เมื่อต้องเจอกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่รุนแรงน้อยกว่ากัน ผมจึงขอหยิบยกสิ่งที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญและใส่ใจเป็นอย่างมากกับประชาชนและบ้านเมืองของเขา มาเล่าสู่กันฟัง

 เนื่องจากญี่ปุ่นต้องเผชิญหน้ากับแผ่นดินไหวแทบทุกวัน วันหนึ่งมากกว่า 1 ครั้ง ซึ่งแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่เคยประสบมา เช่น แผ่นดินไหวในฮันชิน พ.ศ.2538 หรือแผ่นดินไหวที่โกเบ มีผู้เสียชีวิตประมาณ 6,400 คน แผ่นดินไหวในคันโต พ.ศ.2466 มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1.4 แสนคน จากบทเรียนแห่งการสูญเสีย ทำให้เกิดการเรียนรู้และมีประสบการณ์ในการเตรียมรับมือกับแผ่นดินไหวครั้งต่อไปได้เป็นอย่างดี สังเกตได้จาก

 การออกแบบและก่อสร้างอาคารมีความยืดหยุ่น และมีระบบการป้องกันภัยที่รับมือแผ่นดินไหวได้ดี ล่าสุดได้ออกแบบให้อาคารที่สร้างใหม่ โดยเฉพาะอาคารสูงทุกแห่งเอนไปมาได้ในขณะแผ่นดินไหว

 เทคโนโลยีอัจฉริยะ ระบบรถไฟฟ้าทั้งใต้ดินและบนดินจะหยุดวิ่งทันทีขณะเกิดแผ่นดินไหว, การจัดทำฐานข้อมูลแจ้งผู้รอดชีวิต สำหรับให้ผู้รอดชีวิตใช้ส่งข้อความเพื่อบอกตำแหน่งที่อยู่และความช่วยเหลือที่ต้องการ ส่วนผู้ที่ต้องการรู้ว่าญาติมิตรรอดชีวิตหรือไม่จะหมุนหมายเลขโทรศัพท์มือถือของญาติมิตรผู้นั้น ถ้าไม่มีเสียงตอบ มีความเป็นไปได้ที่เขาอาจเสียชีวิตหรือสาบสูญ

 การสื่อสารของรัฐบาลอย่างต่อเนื่องผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร เช่น ออกคำเตือนภัยให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย ทำให้ประชาชนกว่า 2 หมื่นคน รอดชีวิต, ประกาศขอความร่วมมืออย่าแห่ซื้อสินค้าและข้าวของไปกักตุนจนเกินความจำเป็น ทำให้ไม่เกิดภาวะตื่นตระหนกตามมา ข้อสำคัญคนของเขารู้จักคิดถึงผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัวจนรู้สึกว่าคนอื่นจะเป็นอย่างไรก็ช่าง เป็นต้น

 การซักซ้อมเป็นประจำทุกปี กำหนดให้วันที่ 1 กันยายนของทุกปีเป็นวันซ้อมใหญ่เรื่องการเตรียมป้องกันภัยและแผนฉุกเฉินเพื่อรับมือกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวและภัยพิบัติต่างๆ ในญี่ปุ่น

 อุปนิสัยใจคอของชาวญี่ปุ่นที่ได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก รู้จักให้คนอื่นก่อน ดังจะเห็นได้จากนโยบายด้านการต่างประเทศของญี่ปุ่นให้ความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือแก่ต่างชาติ จึงไม่น่าแปลกใจที่รัฐบาลกว่า 60 ประเทศได้ยื่นให้ความช่วยเหลือในชั่วข้ามคืน
 
 การมีวินัย ซื่อสัตย์ เชื่อฟัง ไม่เห็นแก่ตัว เสียสละเพื่อส่วนรวม ทำให้ภาพที่โลกได้เห็นคือ ผู้คนที่มีสีหน้าสงบนิ่ง และมีสติพอที่จะอยู่ในระเบียบวินัย ไม่มีข่าวคราวความวุ่นวายโกลาหล ที่สำคัญยิ่งคือการยอมสละชีวิตของกลุ่มคนเล็กๆ 50 คนที่อาสาเข้าไปแก้ปัญหาที่เตาปฏิกรณ์ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีแต่เสียชีวิตหรือไม่

 จากปฏิกิริยาตอบสนองของพี่น้องชาวญี่ปุ่นสายเลือดบูชิโดผู้กล้าหาญ อดทน มีระเบียบวินัย รักชาติ เสียสละ ไม่เห็นแก่ตัวและยอมตายเพื่อส่วนรวมต่อเหตุการณ์ภัยพิบัติในครั้งนี้ บวกกับมาตรการต่างๆ ของทางการ น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี ให้ทุกประเทศได้ศึกษาเรียนรู้และเป็นแบบอย่าง เพราะดูจากสถานการณ์โลกที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ พอจะคาดได้ว่าเหตุการณ์ทำนองนี้มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นกับประเทศใดก็ได้ ไม่วันใดก็วันหนึ่งข้างหน้า ไม่ช้าก็เร็ว

บัญญัติ  คำนูณวัฒน์