ข่าว

มาร์คเผยยูเนสโกเล็งจัดถกร่วมไทย-เขมร

มาร์คเผยยูเนสโกเล็งจัดถกร่วมไทย-เขมร

22 มี.ค. 2554

“มาร์ค” เผยยูเนสโกเตรียมเป็นตัวกลางจัดประชุมร่วมไทย - กัมพูชา พฤษภาคมนี้ ก่อนคุยมรดกโลก แจงร่างเจบีซีผ่านสภาไม่เสียอธิปไตย โยนตำรวจคุมพธม. ป่วน

เมื่อเวลา 15.45 น.  วันที่ 22 มี.ค.ที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีช รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับ Ms.Irina Bokova ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโกและคณะ ถึงสถานการณ์ความคืบหน้ากรณีการขึ้นทะเบียนมรดกโลกปราสาทพระวิหาร โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้ข้อสรุปถึงการยืนยันว่าจะพยายามไม่ให้เกิดความตึงเครียดขึ้น และพูดถึงแนวทางและสภาพปัญหาให้มีความเข้าใจตรงกันแต่ในแง่ของกระบวนการข้อบังคับต่างๆ ควรจะต้องมีการหารืออีกครั้งในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งเป็นการพูดคุยระหว่างไทย-กัมพูชา โดยมียูเนสโกเป็นผู้ประสานให้แต่ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง จากนั้นจะกำหนดท่าทีที่เหมาะสมว่าภายในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งจะมีการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศา ทั้งนี้จะมีการเปลี่ยนที่ประชุมจากประเทศบาร์เรน เป็นกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศส

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่จะมีการพูดคุยกันเพื่อทำความเข้าใจว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ปัญหาของมรดกโลกนำมาสู่ความขัดแย้งที่เพิ่มมากขึ้น ระหว่างนี้จะรอดูการประชุมเจบีซีที่จะมีขึ้นในเดือนเมษายน รวมไปถึงความคืบหน้าของการเจรจาทั้ง 2 ฝ่าย เพราะฉะนั้นค่อนข้างที่จะสำคัญที่เราจะต้องเดินหน้าทำการเจรจา 2ฝ่าย เพื่อให้ทุกฝ่ายมั่นใจ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความชัดเจนหรือยังว่าจะมีการเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารจัดการของกัมพูชาออกไป นายกฯ กล่าวว่า เขาเห็นด้วยกับเราว่าการหยิบยกเรื่องของการบริหารจัดการพื้นที่จะเป็นปัญหาแน่ ตราบเท่าที่ปัญหาของเขตแดนยังไม่ยุติ แต่ว่าเป็นเรื่องที่รูปแบบพิธีการคงต้องไปว่ากันในเดือนพฤษภาคม และตนคิดว่าสำคัญที่เราจะต้องแสดงให้เห็นว่ากลไกของเราเดินได้ฝใเดือนเมษายนนี้

 เมื่อถามว่า หากรัฐบาลมีการผลักดันในเรื่องของเจบีซี จะมีประชาชนบางกลุ่มออกมาต่อต้าน นายกฯ กล่าวว่า อยากจะให้คนที่คัดค้านเข้าใจว่าถ้าเราไม่เดินหน้าในกระบวนการตรงนี้ มีแต่จะทำให้กระบวนการพหุภาคี เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีแน่นอน ทำให้ปัญหาบานปลายออกไป และการที่มีการเจรจาทวิภาคีนั้นเป็นเวทีที่เหมาะสมแล้ว จากนั้นถ้าข้อห่วงใยทวิภาคีมีอะไรก็เป็นเรื่องที่ทางคณะกรรมาธิการของสภาตั้งข้อสังเกตได้ และเข้าใจว่าจะมีการตั้งข้อสังเกต ซึ่งการพิจารณากันในสภา รัฐบาลจะแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าเรายืนอยู่ตรงไหนในการเจรจา 2ฝ่าย ถ้ารัฐบาลมีจุดยืนที่ชัดเจนก็ไม่ต้องมีข้อกังวลอะไร เพราะว่าการเจราจา 2 ฝ่ายที่นำไปสู่ข้อยุติได้นั้น รัฐบาลและรัฐสภาต้องยอมรับจุดยืนนั้นด้วย

 เมื่อถามต่อว่า สำหรับผลการลงมติรับรองบันทึกการเจรจาทั้ง 3 ฉบับจะมีผลเกี่ยวกับเรื่องอธิปไตยของประเทศหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี และเรื่องของการรับรองว่ามีการประชุมมีการบันทึกกันอยู่แล้ว เพราะว่าจริงๆแล้วมีการโต้แย้งด้วยซ้ำว่าการบันทึกในลักษณะนี้ ไม่ใช่หนังสือสัญญา เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาทางฝ่ายกัมพูชาย่อมเกิดความไม่มั่นใจว่ากระบวนการทวิภาคีสามารถเดินหน้าได้จริงหรือไม่ สภาจึงต้องรับรองตรงนี้ เพราะก่อนหน้านี้มีการอ้างว่าการดำเนินการอะไรก็ตามต้องผ่านสภา เพราะฉะนั้นเป็นเพียงแต่การสร้างความมั่นใจว่ากระบวนการของเจบีซีจะเดินต่อ แต่ก็ไมได้มีผลต่อผูกพันในเรื่องข้อตกลงใดๆทั้งสิ้น

 เมื่อถามว่า ในเดือนเมษายน ที่จะมีการพบกับกัมพูชาคิดว่ากัมพูชาจะหันกลับมาให้ความสำคัญกับเอ็มโอยูกับเราหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าขณะนี้กัมพูชาน่าจะมองเห็นว่าหลังจากเรื่องนี้ไปถึงสหประชาชาติ ถึงอาเซียน ทุกคนต้องบอกว่าอย่างไรก็จะหนีไม่พ้น ที่จะต้องกลับมาที่เอ็มโอยู เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นต้องใช้กลไกให้เป็นประโยชน์ ในการที่จะแก้ปัญหาร่วมกัน

 เมื่อถามว่าการที่รัฐบาล ผลักดันเป็นเพราะถูกกดดันจากสถานการณ์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พูดอย่างนั่นก็คงไม่ได้ เพราะเรื่องนี้มันค้างวาระมานานมากแล้ว ถ้าพูดกันอย่างเป็นธรรม คนอาจจะเข้าใจได้ว่าเราต้องใช้กลไกนี้หรือไม่ ถึงได้ปล่อยทิ้งไว้นาน แต่ว่าเราก็พยายามจะอธิบายมาโดยตลอดเพราะคิดว่าไม่มีอะไรเสียหาย ในการที่เราจะแสดงออกที่ชัดเจนว่ากลไกนี้จะเดินต่อ ส่วนจุดยืนที่ไทยกับกัมพูชาไม่ตรงกันก้ต้องไปเจรจากัน ไม่มีทางอื่นที่จะแก้ปัญหานี้ได้

 ส่วนในวันที่รัฐสภาจะมีการพิจารณาร่างบันทึกความเข้าใจร่วมไทย-กัมพูชา กังวลหรือไม่ว่ากลุ่มพันธมิตรฯจะเคลื่อนมายังรัฐสภา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะต้องดูแลไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น อยากย้ำว่า ถ้าหากว่าเราไม่เดินในแนวทางนี้ก็จะมีแต่เรื่องที่จะมีโอกาสกลับเข้าไปสหประชาชาติมากขึ้น

 เมื่อถามว่า ในช่วงสภาวะของรัฐบาลในช่วงมิถุนายน - กรกฎาคม จะเป็นช่วงที่เดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง ที่เป็นช่วงของรัฐบาลรักษาการณ์ จะมีผลกระทบต่อเจรจาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐบาลไทย ต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่