
ตำรวจกับ ส.ว.คัดสรร(2)
สัปดาห์ก่อนเกริ่นเรื่องการคัดสรร ส.ว.จำนวน 74 คน ซึ่งมีอดีตนายตำรวจสมัครเข้ารับการคัดสรรทั้ง 5 กลุ่ม คือ ภาคราชการ,ภาควิชาการ,ภาคเอกชน,ภาควิชาชีพ และภาคอื่นๆ อันจะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติหน้าที่ของวุฒิสภา จำนวนหลายสิบคน ตั้งแต่ยศ พ.ต.ท. ถึง พล.ต.อ. จากอง
การจะพิจารณาว่า อดีตตำรวจท่านใดสมควรได้รับการพิจารณา
ต้องดูเกณฑ์การพิจารณาคัดสรรตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.อันเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีคุณสมบัติหลักๆ คือ มีวุฒิสูง (วัยวุฒิ,คุณวุฒิการศึกษา,คุณวุฒิประสบการณ์ ไม่ว่าในทางราชการ,ทางธุรกิจและทางนิติบัญญัติ)
ข้อสำคัญ ต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่สุดของการเป็น ส.ว.โดยกำหนดไว้ในกฎหมายชัดเจน
นอกจากนี้องค์กรที่ส่งต้องเป็นองค์กรที่มีคุณสมบัติเกื้อหนุนการปฏิบัติหน้าที่ของวุฒิสภาในการสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติแก่ประชาชนตลอดจนผลสัมฤทธิ์ของผลงานวุฒิสภาด้วย
เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง ส่วนราชการระดับกระทรวง กับระดับกรม หรือต่ำกว่าในภาคราชการกระทรวงย่อมเหนือกว่า
หรือระหว่าง สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียน กับมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อสังคมส่วนร่วมในภาควิชาชีพ,ภาคเอกชน,ภาคอื่น อย่างหลังย่อมเหนือกว่า เป็นต้น
เมื่อดูรายชื่อ อดีตนายตำรวจ และองค์กรที่ส่งเข้ารับการคัดสรรแล้ว เราพอพิจารณาได้ เช่น
ภาคราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่ง พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ เข้ารับการคัดสรร น่าจะประสบความสำเร็จ เพราะกองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ,กองทัพไทย,กระทรวงกลาโหม ก็ส่งตัวแทนเข้ารับการคัดสรร เช่นเดียวกับหน่วยงานความมั่นคง อาทิ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ,สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
แต่อย่ามองข้าม พล.ต.ท.สุรสีห์ สุนทรศารทูล จากสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อาจเสียบเข้ามาได้...ต้องว่ากัน ตอนที่ (3)ต่อ



