
สู้ด้วยใจจนได้ดั่งฝัน
นับเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของนางงามเมืองไทยก็ว่าได้ เมื่อ "หนูสิ" สิริรัตน เรืองศรี ซึ่งกำลังอยู่ในตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 2010 เจียดเวลาจากภารกิจอันหนักหน่วงจับปากกาขีดเขียนถ้อยความส่งต่อถึงรุ่นน้องและอีกหลายๆ คนที่กำลังขาดกำลังใจให้ลุกขึ้นสู้ เหมื
"หนูสิ" สิริรัตน เผยว่า เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ เป็นการนำเสนอเคล็ดลับในการใช้ "ความพยายาม" เพื่อก้าวสู่จุดหมายของตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ ซึ่งกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ต้องผ่านการตกรอบมาแล้วหลายครั้งหลายหน และนอกจากความพยายามแล้ว เธอยังใช้ "หัวใจ" สู้กับอุปสรรค์ต่างๆ จนสามารถฝ่าฟันมาได้จนถึงวันนี้อีกด้วย
"หนูสิไม่ใช่คนสวย ไม่ได้พิเศษไปกว่าคนอื่น แต่สิ่งพิเศษที่ตัวเองได้รับอย่างทุกวันนี้ก็เนื่องจากเป็นคนไม่ละทิ้งความพยายามและสู้ไม่ถอยนั่นเอง ดังนั้นการออกมาเขียนหนังสือในครั้งนี้ จึงเป็นการส่งต่อประสบการณ์ตรงของตัวเองตั้งแต่ก่อนการเข้าประกวด ในช่วงเก็บตัว และหลังจากได้รับตำแหน่งซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนสาวไทยเดินทางไปร่วมประกวดมิสเวิลด์ ให้กับคนที่กำลังคิดจะก้าวเข้ามาประกวด รวมถึงคนทุกเพศทุกวัย เพื่อที่จะได้รู้ว่า การปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่ได้รับความพิเศษนั้น ล้วนต้องพยายาม ต้องรู้ว่าจะทำและปฏิบัติตัวอย่างไร รวมถึงต้องมีความพยายามและมีใจ เพราะหากไม่มีใจก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันโดยไม่ต้องเสียเวลาไปเรียนจากไหน แต่เรียนรู้ด้วยตัวเอง" หนูสิ กล่าว
ทั้งนี้เกี่ยวกับเนื้อหาภายในเล่ม ซึ่งนางงามเจ้าของวลีสุดประทับใจสื่อมวลชนหลังจากได้รับตำแหน่ง "การประกวดเหมือนกับการปีนเขา ถ้าคุณคิดเริ่มจะปีนแล้วทำไมไม่พยายามไปให้ถึงจุดสูงสุดล่ะคะ" เล่าว่าใช้เวลาในการรวบรวมความคิดและประดิษฐ์ขึ้นมาเป็นตัวหนังสือประมาณ 3 เดือนในแต่ช่วงทำกิจกรรมของละวันขณะที่อยู่ในกองประกวดเวทีมิสเวิลด์ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดในลักษณะการเขียนบันทึก ซึ่งจะเน้นหนักไปที่ประเด็นการเตรียมตัวเพื่อเป็นนางงามอย่างเดียว แต่ยังใช้เป็นตัวแทนคำขอบคุณทุกแรงบันดาลใจที่ส่งมายังเธอไม่ว่าจะเป็นคำติและคำชี้แนะ เพราะเพียงลำพังเธอคนเดียวไม่สามารถก้าวมาถึงจุดหมายได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ก็ยังเป็นการส่งต่อโอกาสดีๆ ให้กับเด็กและเยาวชนที่จะเป็นอนาคตของชาติต่อไป โดยรายได้จากการจำหน่ายหนังสือหลังหักค่าใช้จ่าย เธอจะมอบให้กับน้องๆ เพื่อนำไปต่อยอดทางการศึกษาอีกด้วย
ในฐานะผู้จัดการกองประกวดฯ ซึ่งมีโอกาสได้คลุกคลีกับนางงามใจสู้ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล กล่าวว่า การจัดแต่ละครั้งต้องการสาวงามอย่างมีคุณค่า มิได้มีวัตถุประสงค์ให้นางงามเป็นดารา ดังนั้นผู้เข้าประกวดนางงามต้องรู้จักปรับความคิด จิตใจ และ บุคลิกหน้าตาสู่สังคมโลก ซึ่ง "หนูสิ" เป็นคนที่ชัดเจนในเรื่องความคิด ทั้งยังสามารถปรับตัวเองได้หลังจากที่พลาดตกรอบในปีแรกแล้วกลับมาสู้ใหม่จนประสบความสำเร็จอย่างที่เห็นในวันนี้ จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีสำหรับผู้ใดก็ตามที่คิดจะสู้เพื่อตัวเอง



