ข่าว

ญี่ปุ่นเชียงใหม่ "สะอื้น"
ร่วมซับน้ำตาเหยื่อสึนามิ

ญี่ปุ่นเชียงใหม่ "สะอื้น" ร่วมซับน้ำตาเหยื่อสึนามิ

23 มี.ค. 2554

เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนที่อยู่อาศัยจำนวนมาก คร่าชีวิตชาวญี่ปุ่นไปกว่า 8,000 คน และยังมีสูญหายอีกกว่า 1 หมื่นคน

  มหันตภัยครั้งนี้สร้างความเสียใจให้แก่ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึง "ชุมชนชาวญี่ปุ่น" จ.เชียงใหม่ ที่ซึ่งมีชาวญี่ปุ่นพำนักอยู่มากที่สุดในประเทศไทย

 ภาพธงชาติญี่ปุ่นลดลงธงครึ่งเสาเคียงข้างธงชาติไทยด้านหน้าสถานกงสุลญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ สะท้อนถึงการไว้อาลัยสูงสุดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้

 นายคะซึโอะ ชิบะตะ กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ ยอมรับว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นรุนแรงอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ยิ่งเมื่อปรากฏภาพเหตุการณ์ผ่านสื่อทั่วโลกยิ่งตอกย้ำว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ได้กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียให้ประเทศญี่ปุ่นอย่างมากมายมหาศาล ตนเองรู้สึกเสียใจกับเหตุภัยพิบัติครั้งนี้ แต่ทว่าคนญี่ปุ่นก็พร้อมแล้วที่จะทำให้จิตใจเข้มแข็งและร่วมมือกันบูรณะฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่

 เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวเชียงใหม่ได้ร่วมแสดงความเสียใจต่อชาวญี่ปุ่น สถานกงสุลญี่ปุ่นจึงได้เปิดโต๊ะรับลงนามแสดงความเสียใจตั้งแต่วันที่ 16-23 มีนาคม พร้อมเปิดรับบริจาคเงินช่วยเหลือก่อนรวบรวมทั้งหมดส่งมอบให้สภากาชาดญี่ปุ่นนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัย     

 "ขอขอบคุณชาวเชียงใหม่ทุกคนที่เป็นห่วงและให้กำลังใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเราพร้อมแล้วที่จะเดินผ่านวิกฤติการณ์อันยากลำบากนี้ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง" นายคะซึโอะ หลั่งน้ำตาในขณะที่กล่าวต่อสื่อมวลชน 

 ความเคลื่อนไหวของชาวญี่ปุ่นเกิดขึ้นทันทีหลังเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ถึงชั่วโมง "โทโมฮารุ เอบีฮาระ" อาจารย์ชาวญี่ปุ่น ม.พายัพ กล่าวว่า ญี่ปุ่นมีประสบการณ์กับแผ่นดินไหว แต่ครั้งนี้รุนแรงเกินกว่าจะรับได้

 ในฐานะคนไกลบ้านรู้สึกกระวนกระวายใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะเป็นห่วงเพื่อนร่วมชาติ เขาจึงเริ่มประกาศขอรับบริจาคเงินในนามมูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาไทย-ญี่ปุ่น ที่เขาเป็นผู้อำนวยการ โดยเงินที่ได้รับบริจาคจะถูกส่งไปยังเทศบาลจังหวัดมิยางิ เมืองเซนได ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

 "โทมิ ทานิ" ประธานผู้ก่อตั้งชมรมผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นที่พำนักระยะยาวใน จ.เชียงใหม่ (Chiangmai Longstay Life Club) เล่าว่า ทันทีที่ทราบข่าวทำให้นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ "แผ่นดินไหวโกเบ" ในปีปี 2538 ที่เขาอยู่ในเหตุการณ์ แรงสั่นสะเทือน 7.2 ริกเตอร์ ครั้งนั้นได้ทำลายทุกอย่างจนทั้งเมืองพังราบในเวลาเพียง 20 วินาที มีผู้เสียชีวิตมากถึง 6,434 คน ทว่าครั้งนี้รุนแรงกว่ามาก เพราะมีแรงสั่นสะเทือนถึง 9 ริกเตอร์ แถมยังมีคลื่นสึนามิพัดถล่มเข้าอย่างรวดเร็วจนผู้คนหนีไม่ทัน

 โทมิบอกว่า ชาวญี่ปุ่นทุกคนในเชียงใหม่ต่างรู้สึกใจหายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เพราะผลที่ได้รับมันหนักหนาสาหัสที่สุดเท่าที่ประเทศของเราเคยประสบมา ชาวญี่ปุ่นในเชียงใหม่ราว 3,000 คน ต่างติดตามสถานการณ์ผ่านสื่อต่างๆ พร้อมพยายามติดต่อกลับไปครอบครัว เวลาเดียวกันก็สวดมนต์ภาวนาขอให้พี่น้องร่วมชาติผ่านพ้นช่วงเวลาอันเลวร้ายไปได้โดยเร็ว

 ส่วน "โทโมโกะ วาดะ"  เจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองเชียงใหม่ ยอมรับว่าเป็นกังวลจนนอนไม่หลับเพราะห่วงพี่น้องชาวญี่ปุ่นอาจต้องประสบกับภาวะขาดแคลนอาหารที่เป็นผลกระทบจากสารกัมมันตรังสีที่ฟุ้งกระจายเป็นบริเวณกว้าง ยิ่งไปกว่านั้นคือผลกระทบด้านสุขภาพจากสารพิษชนิดนี้ ที่ชาวญี่ปุ่นเคยรับรู้ถึงมหันตภัยมาแล้วเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่สอง

   โทโมโกะ บอกว่า ได้โทรศัพท์แจ้งไปยังเพื่อนๆ ที่อยู่ในโตเกียวและเมืองอื่นๆ ให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะเขาเชื่อว่าจากนี้ไปญี่ปุ่นอาจต้องเผชิญกับแผ่นดินไหวรุนแรงอีก โดยอาจเกิดขึ้นกับหลายเมืองไล่ลงมาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนืออันเป็นพิกัดของเมืองเซนไดขยับลงสู่ภาคกลางอันเป็นที่ตั้งของกรุงโตเกียว ตามแนว "วงแหวนแห่งไฟ"   

 ส่วนที่นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จ.ลำพูน ที่ตั้งสถานประกอบการสัญญาติญี่ปุ่น 38 บริษัท เป็นอีกหนึ่งจุดที่มีกลุ่มชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่ พวกเขาต่างช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลายคนลางานเดินทางกลับญี่ปุ่นเพื่อดูแลบ้านและญาติพี่น้องที่ประสบภัย ส่วนที่เหลือก็ร่วมกันเปิดรับบริจาคเงินและสิ่งของจากพนักงานทั้งคนไทยคนญี่ปุ่นเพื่อส่งไปช่วยเหลือเพื่อร่วมซับน้ำตาผู้ประสบภัย  

 เช่นเดียวกับหลายองค์กรต่างพร้อมใจกันร่วมระดมทุนช่วยเหลือทั้ง อบจ.เชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ หอการค้าจังหวัด รวมไปถึงคณะสงฆ์จังหวัด โดยเงินทั้งหมดจะถูกส่งผ่านสถานกงสุล ณ นครเชียงใหม่ ไปถึงหน่วยงานกาชาดญี่ปุ่นตามลำดับ

"เอกพงศ์ ประดิษฐ์พงษ์ "