ข่าว

โจมตีลิเบียคืนที่สามมุ่งเป้ากรุงทรีโปลี

โจมตีลิเบียคืนที่สามมุ่งเป้ากรุงทรีโปลี

22 มี.ค. 2554

ชาติพันธมิตรยังโจมตีทางอากาศในลิเบียเป็นคืนที่ 3 โดยพุ่งเป้ากรุงทรีโปลี นอกเหนือจากจุดที่มีการปะทะกันอย่างหนักระหว่างฝ่ายต่อต้านและฝ่ายสนับสนุนผู้นำลิเบียในเมืองเบนกาซีที่อยู่ห่างกันหลายร้อยกิโลเมตร สื่อรายงานสหรัฐเข้าร่วมใช้ปฏิบัติการทางทหารทำให้เงินภาษี

(22มี.ค.) ชาติพันธมิตรยังโจมตีทางอากาศในลิเบียเป็นคืนที่สามเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยพุ่งเป้าที่กรุงทรีโปลี นอกเหนือจากจุดที่มีการปะทะกันอย่างหนักระหว่างฝ่ายต่อต้านและฝ่ายสนับสนุนผู้นำลิเบียในเมืองเบนกาซีที่อยู่ห่างกันหลายร้อยกิโลเมตร  โดยเสียงระเบิดดังสนั่นทั้งในและรอบนอกกรุงทริโปลีเมื่อคืนวาน โดยชาติพันธมิตรยังคงพุ่งเป้าโจมตีทางอากาศเพื่อหวังทำลายกองกำลังทางอากาศและระบบขีปนาวุธของทางการลิเบียขณะที่ฝ่ายสนับสนุนพันเอก โมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบียได้ยิงปืนต่อต้านอากาศยานขึ้นตอบโต้  นอกจากนี้มีรายงานว่ามีการโจมตีสนามบินในเมืองเซอร์ตี้และระบบเรดาร์ในฐานทัพอากาศสองแห่งของกองกำลังฝ่ายรัฐบาลในเมืองเบนกาซีซึ่งปัจจุบันตกอยู่ในมือฝ่ายที่ต่อต้าน พันเอก โมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย

 และพลเอก คาร์เตอร์ แฮม ผู้บัญชาการทหารของสหรัฐประจำภูมิภาคนี้ บอกว่า ด้วยศักยภาพของชาติพันธมิตร จะสามารถบังคับใช้เขตห้ามบินให้ครอบคลุมไปถึงเมืองเบรก้า มิสซูราต้า และกรุงทริโปลี นอกเหนือจากเมืองเบนกาซี ฐานที่มั่นสำคัญของฝ่ายต่อต้าน ที่อยู่ห่างจากกรุงทริโปลีราว 645 กม. ทำให้คาดว่าเขตห้ามบินจะครอบคลุมพื้นทีเกือบ 1,000 กม. นอกจากนี้เขาบอกด้วยว่าการโจมตีประสบความสำเร็จในการทำให้กองกำลังทางพื้นดินของฝ่ายรัฐบาลถอนตัวออกจากเมืองเบนกาซี

 นอกจากนี้เขายืนยันว่าภารกิจของชาติพันธมิตรไม่ได้มีเป้าหมายโจมตีกัดดาฟี และขณะนี้สหรัฐได้ลดบทบาทลงในปฏิบัติภารโอดิสซี ดอว์น เพื่อบังคับใช้เขตห้ามบินในลิเบีย ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันเสาร์แล้ว โดยการโจมตีเมื่อวานนี้ส่วนใหญ่เป็นของชาติพันธมิตรลดลงจากวันอาทิตย์ที่ปฏิบัติการเกือบครึ่งหนึ่งมาจากทหารสหรัฐ

 นอกจากนี้ประธานาธิบดีบารัก โอบามาของสหรัฐ บอกด้วยว่า แม้สหรัฐมีนโยบายที่อยากเห็นพันเอกกัดดาฟีพ้นจากอำนาจ แต่ภารกิจของนานาชาติครั้งนี้มีเป้าหมายจำกัดเพียงแค่ปกป้องพลเรือนชาวลิเบียตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

 วารสารข่าวการเมืองรายวัน เนชั่นแนล เจอร์นัล ของสหรัฐ รายงานว่า การตัดสินใจเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มลิเบีย ได้สูญเสียเงินภาษีของชาวอเมริกันไปแล้วกว่า 100ล้านดอลล่าร์ หรือราว 3 พันล้านบาท โดยตั้งแต่เริ่มเปิดฉากใช้ปฏิบัติการทำลายระบบต่อต้านอากาศยาน ก็ทำให้กองกำลังผสมหมดค่าใช้จ่ายไปแล้วระหว่าง 400-800 ล้านดอลล่าร์ หรือราว 12,000 - 24,000 ล้านบาท

 รายงานระบุว่า ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโอบาม่า เข้าสู่สงครามครั้งใหม่ โดยไม่ได้ผ่านการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากสภาคองเกรสส์ , ไม่มีการหยิบยกขึ้นมาอภิปรายกันในทางการเมือง และยังคลุมเครืออีกด้วย ดูเหมือนบทเรียนเมื่อสิบปีที่แล้ว จะสูญหายไปจากใจของบรรดาผู้กำกับดูแลนโยบายของสหรัฐหมดแล้ว

 เนชั่นแนล เจอร์นัลเตือนว่า สภาคองเกรสส์และประธานาธิบดี ควรทำให้สงครามที่ติดพันอยู่ยุติลงได้แล้ว และไม่ควรเริ่มทำสงครามใหม่ขึ้นมาอีกในประเทศอาหรับแห่งใหม่ ที่การบาดเจ็บล้มตายของพลเรือน อาจจะจุดกระแสต่อต้านสหรัฐขึ้นมาอีก เช่น เพียงหนึ่งวัน หลังการประชุมสุดยอดที่กรุงปารีส เพื่อเตรียมใช้ปฏิบัติการทางทหารในลิเบียนั้น บรรดาชาติอาหรับที่เข้าร่วมต่างแสดงความไม่พึงพอใจเมื่อมีการเปิดเผยยุทธการทางทหาร นายอัมมาร์ มุสซา อดีตประธานสันนิบาตอาหรับ ได้ให้ความเห็นต่อสื่อของอิยิปต์ว่า เขาได้เรียกร้องให้มีการประชุมฉุกเฉินของชาติสมาชิกสันนิบาตอาหรับ เพื่อหารือถึงสถานการณ์ในโลกอาหรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลิเบียเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในลิเบีย ขัดแย้งกับเป้าหมายของการบังคับใช้เขตห้ามบิน และสิ่งที่เหล่าชาติอาหรับต้องการ คือ การปกป้องชีวิตพลเรือน ไม่ใช้โจมตีพลเรือนเพิ่ม หลังจากรัฐบาลลิเบียอ้างว่า ปฏิบัติการของกำลังพันธมิตร ทำให้พลเรือนเสียชีวิตไปหลายสิบคน

 เนชั่นแนล เจอร์นัล ระบุอีกว่า สิ่งี่เกิดขึ้น แม้ไม่อาจพิสูจน์เรื่องการสูญเสียชีวิตพลเรือน แต่ก็ควรย้อนรำลึกไปถึงช่วงแรกของการใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิรัก ที่ไม่มีระเบิดนำวิถีลูกใดเลยจากทั้งหมด 50 ลูก ของปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ที่โจมตีเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง บางคนอาจคิดว่า งบประมาณทางทหารอันมหาศาลที่สูญเสียไปกับการทำสงคราม 2 ครั้ง  จะเพียงพอแล้วสำหรับประธานาธิบดีกับเหล่าที่ปรึกษา โดยที่แอฟริกานิสถานนั้น ต้องใช้งบประมาณ 1 ล้านดอลล่าร์ หรือราว 30 ล้านบาทต่อปี ต่อทหาร 1 นาย และการอนุมัติงบประมาณเพิ่มของสภาคองเกรสส์ในปีนี้ ได้ส่งผลให้สงครามในอัฟกานิสถาน ได้ใช้งบประมาณในปีนี้ถึง 5 แสนล้านล้านดอลล่าร์ อันถือเป็นการทำลายผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐอย่างมหาศาล ทหารที่ล้มตายในปีนี้มากกว่าปีก่อน ๆ ทรัพยากรถูกใช้ไปโดยเปล่าประโยชน์ยิ่งกว่าปีไหน ๆ

 เนชั่นแนล เจอร์นัล ระบุด้วยว่า ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโอบาม่า ไม่จำเป็นต้องคิดซ้ำก็ได้ว่างบประมาณทางทหารอันแสนแพง เกิดจากการเฉือนงบประมาณพื้นฐานทั้งด้านการบริการและและการจ้างงานในหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นความสูญเสียของชาวอเมริกัน ที่ต้องการให้สภาคองเกรสส์และฝ่ายบริหาร ยุติการเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามที่คั่งค้าง และไม่ก่อสงครามใหม่ เพราะแค่สงครามสองแห่งก็ไม่อาจแบกรับไหว และสงครามใหม่ก็จะทำให้ชีวิตปลอดภัยน้อยลงด้วย และสิ่งที่พวกเขาควรจะรู้ในตอนนี้คือ ขีปนาวุธโทมาฮอว์ค ที่ยิงถล่มลิเบียนั้น แต่ละลูกมีมูลค่า 1.5 ล้านดอลล่าร์ หรือราว 45 ล้านบาท