
นครบาลตั้ง50จุดสกัดทั่วกรุง-จับตามือที่ 3
นครบาล ติวเข้มสถานการณ์ม็อบ เร่งฝ่ายกฎหมาย จ่อหมายจับแกนนำเสื้อแดง-ผู้ชุมนุม ปิดถนนทั่วกรุง ผบช.น.สั่ง 88 สน.ตั้ง 50 จุดตรวจจุดสกัดทั่วกรุง จับตามือที่ 3-เสื้อแดง ย้อนกลับจากพัทยาเข้าป่วนกรุงซ้ำสอง
(11เม.ย.) พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) ประธานประชุมประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ภายหลังผู้ชุมนุมบางส่วนกลับมารวมตัวกันที่ทำเนียบรัฐบาลและบางส่วนเดินทางไปกดดันการประชุมผู้นำอาเซียนที่เมืองพัทยา โดยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงและการดูแลความสงบเรียบร้อยพื้นที่ กทม. ผู้บังคับหน่วยควบคุมกำลังพลปฏิบัติตามแผน " กรกฏ 48 " เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง รวมถึงคณะทำงานด้านการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับแกนนำและผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่ทำการปิดการจราจรถนนสายต่างๆใน กทม. ช่วงที่ผ่านมา
โดยการประชุมประเมินสถานการณ์ดังกล่าวนั้นจะมีขึ้นทุกวันในเวลา 11.00 น. และมีการประเมินสถานการณืการชุมนุมในทุกชั่วโมง เพื่อปรับเปลี่ยนกำลังพลในการทำหน้าที่แต่ละจุด เนื่องจากที่ผ่านมากลุ่มผู้ชุมนุมมีการเคลื่อนไหวแบบดาวกระจายตลอดเวลา พร้อมเตรียมกำลังเสริมไว้ ณ ที่ตั้งหากมีเหตุรุนแรงสามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที ส่วนกำลังตำรวจที่ดูแลความสงบเรียบร้อยบ้านสี่เสาเทเวศร์นั้นได้ปรับจำนวนลดลงแล้วและนำกำลังบางส่วนไปดูแลความเรียบร้อยร่วมกับหน่วยงานทหารและเจ้าหน้าที่เทศกิจที่ทำหน้าที่เป็นผุ้ช่วยเจ้าพนักงาน
โดยที่ประชุมมีคำสั่งให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ และตำรวจ 88 สน. ตั้งด่านตรวจด่านสกัดรอบ กทม. เชื่อมโยงเครือข่ายไปใยแมงมุม เน้นตรวจค้นอาวุธปืนอาวุธสงคราม วัตถุต้องสงสัย บุคคลต้องสงสัย รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนที่เอื้ออำนวยต่อการก่อเหตุ รถกระบะ รถตู้ ที่มีการขนคนจำนวนมาก และสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตรวจตราเฝ้าระวังกลุ่มมือที่ 3 ที่ฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ความไม่สงบเรียบร้อย
ขณะเดียวกัน พล.ต.ท. วรพงษ์ ได้กำชับในที่ประชุมไปยังนายตำรวจระดับ รอง ผบช.น.ที่รับผิดชอบดูแลความมั่นคง ผู้บังคับหน่วยกองร้อยควบคุมฝูงชน ให้ควบคุมการปฏิบัติของกำลังพลที่ทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยพื้นที่ กทม. ตามแผน “กรกฎ 48“ อย่างเคร่งครัด ส่วนผู้ที่จะมาร่วมชุมนุมก็ให้ตรวจค้นอย่างละเอียดห้ามพกพาอาวุธใดๆ เข้าไปในการเคลื่อนไหวชุมนุมอย่างเด็ดขาด และให้ตั้งแผงเหล็กกั้นพื้นที่ให้ผู้ชุมนุมอยู่ในพื้นที่จำกัด หากพบมีการพกพาอาวุธให้ดำเนินการตามกฎหมายทันทีและห้ามตำรวจใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม
นอกจากนี้ยังสั่งการให้จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทั้งในและนอกเครื่องแบบหญิงและชายปะปนกับกลุ่มผู้ชุมนุมสืบหาข่าว รวมถึงบุคคลที่อาจแฝงตัวเข้ามาก่อความวุ่นวายสร้างสถานการณ์ไม่สงบในกลุ่มผู้ชุมนุมตลอดเวลาจนกว่าจะมีการยกเลิกการชุมนุมด้วย พร้อมจัดเตรียมกำลังชุดปราบจราจล ณ ที่ตั้งดูแลความสงบเรียบร้อยภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาลด้วย
ด้าน พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยภายหลังการประชุมประเมินสถานการณ์กลุ่มคนเสื้อแดง โดยยืนยันถึงการดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมออกหมายจับแกนนำกลุ่มเสื้อแดงว่า ฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดใดบ้าง โดยในขณะนี้ได้เรียกพยานที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบปากคำแล้วจำนวนกว่า 200 ปาก โดยเจ้าหน้าที่มีภาพถ่ายยืนยันการทำผิดชัดเจน ซึ่งจะรวบรวมพยานหลักฐานให้เสร็จสิ้นโดยเร็วคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้จากนั้นจะขออนุมัติหมายจับจากศาลต่อไป ขณะเดียวกัน ผบช.น. ได้ออกคำสั่งให้ตำรวจทุกหน่วยงานในสังกัดตั้งจุดตรวจจุดสกัดเน้นการตรวจตราอาวุธปืน อาวุธสงคราาม บุคคลต้องสงสัย และยาเสพติด เข้มข้นมากขึ้นในพื้นที่ กทม. 50 จุด หวั่นกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปะทะกับกลุ่มเสื้อน้ำเงินที่พัทยาจะลุกลามเข้ามาในพื้นที่ กทม.
นอกจากนี้ พล.ต.ต.สุพร ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงได้เคลื่อนขบวนไปบ้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในย่านสุขุมวิทและสถานที่ราชการอื่น ๆ ว่า ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจของกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 เข้าดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณบ้านนายกฯ แล้ว ส่วนสถานที่ราชการสำคัญอื่น ๆ ได้ให้ตำรวจในพื้นที่ดูแล



