
เทปโก้ตรวจพบ'กัมมันตรังสี'ในน้ำทะเล
บริษัทโตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ หรือ เทปโก้ของญี่ปุ่น ตรวจพบสารกัมมันตรังสีในน้ำทะเล ใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ หมายเลข 1 ในจังหวัดฟุกุชิมะ โดยพบสารกัมมันตรังสีไอโอดีน-131 สูงกว่าระดับปกติ ถึง 126.7 เท่า สารกัมมันตรังสี ซีเซียม-134 สูงกว่าระดับปกติ
(22มี.ค.) บริษัทโตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ หรือ เทปโก้ของญี่ปุ่น เผยวันนี้ว่า ตรวจพบสารกัมมันตรังสีในน้ำทะเลใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ หมายเลข 1 ในจังหวัดฟุกุชิมะ โดยพบสารกัมมันตรังสีไอโอดีน-131 สูงกว่าระดับปกติ ถึง 126.7 เท่า สารกัมมันตรังสี ซีเซียม-134 สูงกว่าระดับปกติ24.8 เท่า และซีเซียม-137 สูงกว่าระดับปกติ 16.5 เท่า รวมถึงพบโคบอลต์-58 ด้วย ทั้งที่ก่อนเกิดภัยแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่นำไปสู่วิกฤติในโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ไม่มีการตรวจพบสารกัมมันตรังสีในน้ำทะเลแต่อย่างใด
นอกจากนี้เทปโก้เปิดเผยด้วยว่า คลื่นสึนามิที่ซัดผ่านโรงจอดรถในบริเวณโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ หมายเลข 1 ในวันที่ 11 มีนาคมอาจสูงอย่างน้อย 14 เมตรจากเดิมประเมินไว้ที่ 10 เมตรขณะที่โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะทั้งหมายเลข 1 และ 2 ถูกออกแบบให้สามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวได้ 8 ริกเตอร์ และโรงไฟฟ้าหมายเลข 1 จะต้านทานคลื่นสึนามิได้ 5.7 เมตร ส่วนโรงไฟฟ้าหมายเลข 2 จะต้านทานคลื่นสึนามิได้ 5.2 เมตร
ขณะที่คนงานของเทปโก้สามารถต่อไฟจากภายนอกเข้าสู่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 1 ได้แล้วเมื่อคืนวาน หลังจากสามารถต่อไฟเข้าเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2,5 และ 6 ได้ โดยหวังว่าการต่อไฟจะทำให้ปั๊มน้ำในระบบระบายความร้อนของเตาปฏิกรณ์สามารถทำงานได้อีกครั้งซึ่งจะทำให้ลดความเสี่ยงเกิดการหลอมละลายในเตาปฏิกรณ์
แต่ในเช้าวันนี้มีควันสีขาวพวยพุ่งออกจากอาคารเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั้งหมายเลข 2 และ 3 ซึ่งทางการชี้แจงว่าน่าจะเป็นไอน้ำพ่นจากอาคารหมายเลข 2 และควันไฟจากการเผาไหม้ของเศษชิ้นส่วนปรักหักพังของอาคารหมายเลข 3 และสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้การเชื่อมต่อระบบไฟอาจล่าช้าออกไป นอกจากนี้แผนการที่จะใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำเข้าไปยังบ่อเก็บแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้วของอาคารเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 4 ในบ่ายวันนี้อาจต้องชะลออกไปด้วยเช่นกัน
นายบันรี ไคเอดะ รัฐมนตรีอุตสาหกรรมบอกว่า สถานการณ์ของโรงไฟฟ้าขณะนี้ยังยากลำบากแต่ก็มีความคืบหน้าอย่างช้าๆ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมาธิการกำกับดูแลนิวเคลียร์ของสหรัฐ หรือ NRC บอกว่า สถานการณ์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะของญี่ปุ่นดีขึ้น และการต่อระบบไฟได้เป็นสัญญาณบวกครั้งแรกว่าสิ่งต่างๆกำลังเปลี่ยนสู่ทิศทางที่ดีขึ้น



