
ข่าวกรองสืบลูกผู้นำลิเบียตายจากอะไร
หน่วยข่าวกรองกำลังตรวจสอบว่า บุตรชายของผู้นำลิเบียตายเพราะกามิกาเซ่ หรือการถล่มของพันธมิตร ขณะที่สื่อรายงานเกิดความไม่ลงรอยระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายทหารของอังกฤษ โดยมีชนวนเหตุมาจากเรื่องการลอบสังหารผู้นำลิเบีย
(22มี.ค.) พันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี กำลังเผชิญกับหายนะอย่างใหญ่หลวง หลังจากนายคามิส บุตรชายวัย27 ปีของเขา ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลน้อย ที่ได้ชื่อว่า เชี่ยวชาญการรบและมีอาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัยที่สุด ถูกสังหารโดยนักบินลิเบียที่ใช้ปฏิบัติ “ กามิกาเซ่ “ ขับเครื่องบินรบชนบ้านพักของเขา
นายคามิส เป็นบุตรชายคน 6 ของผู้นำลิเบีย และได้สมญาว่า เป็นพวกกระหายเลือด ถูกระบุว่าเสียชีวิตเพราะบาดแผลไฟไหม้อาการสาหัส หลังจากศูนย์บัญชาการของเขาในกรุงทริโปลี ถูกโจมตี และรายงานนี้ มีขึ้นหลังจากกองกำลังของชาติพันธมิตรใช้ปฏิบัติการโจมตีระลอกที่ 3 ในขณะที่นานาชาติเริ่มขัดแย้งกันเรื่องความชอบธรรมในการถล่มพันเอกกัดดาฟี
นายคามิส ได้ชื่อว่าเป็นผู้บัญชาการหน่วยที่มือเปื้อนเลือดมากที่สุด กองกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษของเขา ถูกตั้งสมญาว่า กองพลน้อยคามิส เขามีส่วนในการสังหารประชาชนนับร้อยคน ในระหว่างการระดมยิงปืนใหญ่โจมตีฝ่ายต่อต้าน ซึ่งมีรายงานว่า เขาเสียชีวิตตั้งแต่วันเสาร์ หลังจากนักบินลิเบีย ขับเครื่องบินพุ่งชนค่ายทหาร บับ อัล อาซิเซีย เพื่อหวังสังหารเขาโดยตรง
เจ้าหน้าที่ข่าวกรองยังคงอยู่ระหว่างตรวจสอบรายงานที่ว่า นายคามิสอาจถูกสังหารจากการโจมตีของกองกำลังพันธมิตร ซึ่งถล่มจุดยุทธศาสตร์ใจกลางกรุงทริโปลีอย่างหนักหน่วงเมื่อวันอาทิตย์ ขณะที่เครื่องรบไต้ฝุ่นของอังกฤษ บินจากฐานทัพในอิตาลี เข้าไปใช้ปฎิบัติการโจมตีอีกเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่มีรายงานว่า เครื่องบินรบ อาร์เอเอฟ ทอร์นาโด ของอังกฤษ ต้องระงับการปฏิบัติภารกิจการโจมตีศูนย์บัญชาการของพันเอกกัดดาฟี หลังเห็นผู้สื่อข่าวโทรทัศน์หลายคน ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง
นายคามิส เป็นหนึ่งในบุตรชาย 8 คน ของพันเอกกัดดาฟี และถูกระบุว่า เขายังมีลมหายใจตอนที่ถูกโจมตี แต่ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในกรุงทริโปลี แหล่งข่าวในวงการทหาร เปิดเผยว่า มีแต่คนอยากรู้ชะตากรรมของนายคามิส เพราะเขาเป็นทั้งคนที่ใกล้ชิดอย่างสูงสุดของพันเอกกัดดาฟี และยังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอีกด้วย
มีรายงานว่า ฮันน่า บุตรสาวบุญธรรมของพันเอกกัดดาฟี ก็รวมอยู่ในกลุ่มประชาชน 100 คนที่ถูกสังหารในระหว่างที่สหรัฐใช้ปฏิบัติการทางอากาศถล่มอาณาบริเวณทำเนียบประธานาธิบดีของเขา เมื่อปี 2529
เว็บไซท์หนังสือพิมพ์เดลี่ เมล ของอังกฤษ รายงานว่า ความไม่ลงรอยกันระหว่างฝ่ายการเมืองและฝ่ายทหารของอังกฤษ ได้ปรากฎขึ้น เมื่อมีการโต้เถียงกันในเรื่องชะตากรรมของพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยพลเอก เซอร์ เดวิด ริชาร์ดส์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้สร้างความไม่พอใจให้กับบรรดารัฐมนตรี ที่ระบุว่า ผู้นำเผด็จการของลิเบียเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมต่อการถูกสังหาร แต่เซอร์ริชาร์ดส์ ไม่เห็นด้วยและแย้งว่า พวกเราไม่มีสิทธิ์อันชอบธรรมในการสังหารพันเอกกัดดาฟี
ความขัดแย้งในครั้งนี้ มีขึ้นเพียงไม่กี่วันของปฏิบัติการทางทหาร ที่สร้างความตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ที่ดูเหมือนจะพุ่งเป้าไปยังตัวพันเอกกัดดาฟี เมื่อคืนที่ผ่านมา เครื่องบินรบ RAF ไต้ฝุ่นของอังกฤษ ได้เข้าร่วมปฏิบัติการเป็นครั้งแรก ในขณะที่นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน และประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ยืนยันอีกครั้งว่า พันเอกกัดดาฟีจะต้องสละอำนาจ แต่เป้าหมายของการโจมตีคือการปกป้องชีวิตพลเรือน
แหล่งข่าวที่บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิ่ง ซึ่งเป็นทั้งที่พักและสถานที่ทำงานของผู้นำอังกฤษ ระบุว่า พลเอกเซอร์ ริชาร์ดส์ ได้ส่งสัญญาณผิด ๆ ต่อสาธารณชน ด้วยเปิดเผยต่อหน้ากล้องโทรทัศน์ช่องหนึ่งว่า พันเอกกัดดาฟี่ ไม่ใช่เป้าหมายของการโจมตี และไม่ได้อยู่ภายใต้มติของสหประชาชาติทำให้เจ้าหน้าที่ของบ้านเลขที่ 10 และกระทรวงต่างประเทศ ต้องรีบออกมาตอบโต้ว่า การสังหารพันเอกกัดดาฟี เป็นเรื่องที่ชอบธรรม เพราะเขาเข่นฆ่าพลเมืองตัวเอง ส่วนนายวิลเลียม เฮ้ก รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้ขานรับคำกล่าวของนายเลียม ฟ็อกซ์ รัฐมนตรีกลาโหมก่อนหน้านี้ ที่บอกว่า พร้อมจะปลิดชีพพันเอกกัดดาฟี ถ้าจำเป็นต้องปกป้องชีวิตพลเรือน
รอยร้าวระหว่างฝ่ายการเมืองและฝ่ายทหาร เกิดขึ้นในช่วงที่นายกรัฐมนตรีคาเมรอน พยายามรักษาเสียงสนับสนุนจากสันนิบาตอาหรับ สำหรับภารกิจในครั้งนี้ และตุรกียังคงไม่เปลี่ยนจุดยืน เขายังเรียกร้องให้บรรดาผู้บัญชาการทหารลิเบีย ที่ยังคงภักดีต่อพันเอกกัดดาฟี วางอาวุธและแปรพักตร์
มีรายงานปรากฎด้วยว่า ขีปนาวุธโทมาฮอว์คของอังกฤษ ได้ยิงถล่มอาณาบริเวณทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงทริโปลี ทำลายศูนย์ควบคุมและบัญชาการทหาร และได้สั่งระดมกำลังนาวิกโยธินอีก 800 นาย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจในเมดิเตอร์เรเนียน โดยนายกรัฐมนตรีคาเมรอน แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า ไม่อาจเฝ้าดูจอมเผด็จการสังหารประชาชนของตนเองได้
เครื่องบินรบทอร์นาโดของอังกฤษ ต้องล้มเลิกปฏิการโจมตี เมื่อหน่วยปฏิบัติการพิเศษ SASทางภาคพื้นดิน เตือนว่า มีพลเรือนและผู้สื่อข่าวถูกใช้เป็นโล่ห์มนุษย์ ด้านนายโรเบิร์ต เกตส์ ได้กล่าวแสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลอังกฤษ สนับสนุนการสังหารพันเอกกัดดาฟี โดยบอกว่า จะทำลายความร่วมมือของนานาชาติ ที่สนับสนุนการบังคับใช้เขตห้ามบิน
หน่วย SAS ได้เข้าไปแฝงตัวและคอยชี้เป้าให้กับการใช้ปฏิบัติการทางทหาร โดยเฉพาะอาคารขนาด3 ชั้น ในกรุงทริโปลี ที่เป็นเป้าหมายสำคัญ ซึ่งหลังจากถูกถล่มด้วยขีปนาวุธขนาด 1 พันปอนด์ อาคารซึ่งอยู่ห่างจากกระโจมที่พักอย่างเป็นทางการของผู้นำลิเบีย 150 หลา ก็ถล่มราบคาบ แต่ไม่ทราบว่าผู้นำลิเบียอยู่ที่ไหน แต่เป็นไปได้ว่า เขาอาจหนีเข้าไปในทะเลทราย



