ข่าว

จะคิดให้เหนื่อยทำไม

จะคิดให้เหนื่อยทำไม

22 มี.ค. 2554

จะว่าไปแล้วหัวหน้าพรรคในฝันของ ทักษิณ ชินวัตร ก็ดูดีมีคุณภาพแทบจะเรียกไดว่า "ล้นแก้ว" เลยทีเดียว

 เพราะสเปกที่ ทักษิณ กำหนดไว้นั้นมีด้วยกันถึง 9 ข้อ ที่เชื่อว่า ไม่ว่าใครที่ได้อ่านก็คงจะคิดกันอีกหลายวันเลยทีเดียวว่า จะเพิ่มอะไรเป็นข้อที่ 10

 ในเมื่อ 9 ข้อนั้นมันแทบจะครบถ้วนกระบวนความ จนอดคิดไม่ได้ว่า ในโลกนี้ยังจะมีคนแบบนั้นหรือไม่ ?

 สเปกทั้ง 9 ข้อนั้นมีอยู่ว่า...

 1.ต้องเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาประสานงานกับทุกฝ่ายได้ ไม่ขยันสร้างศัตรู
 2.ต้องมีคนที่มีเมตตาธรรม
 3.ต้องมีจิตใจรักความเป็นธรรม
 4.ต้องกล้าเปลี่ยนแปลงแก้ไขในสิ่งที่ผิด
 5.ต้องเป็นคนเข้าใจเศรษฐกิจของประชาชนและของภาคธุรกิจ
 6.ต้องเป็นผู้มีประสบการณ์บริหารองค์กรขนาดใหญ่ เข้าใจอย่างเดียวแต่ทำไม่เป็นไม่ได้
 7.ต้องเป็นคนที่มีใจรักประชาชน
 8.ต้องเป็นผู้รักความเป็นประชาธิปไตย โดยเคารพความสามารถและสติปัญญาของประชาชน
 9.ต้องเป็นผู้ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

 เข้าใจว่า ทักษิณ คงจะได้จากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่ออกมา 2-3 ข้อ ว่าหากจะตั้งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ จะเอาใครแบบไหนมาเป็น ก็เลยได้สเปกมาแบบนั้น

 ผลสำรวจที่ว่านั้น คือ ชาวบ้านอยากเห็นความปรองดองในบ้านเมือง คนที่เดือดร้อนจากความขัดแย้งทุกฝ่ายได้รับการเยียวยา ความยุติธรรมกลับคืนมา และเศรษฐกิจในประเทศได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะของแพงแต่รายได้ต่ำหากินฝืดเคือง

 แต่ก็นั่นแหละ เอาเข้าจริงแล้วคนที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับสเปก ทักษิณ นั้นในพรรคก็ดูจะเหลือแต่ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ กับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวทักษิณ

 สำหรับมิ่งขวัญ นั้นคนภายนอกอาจจะยังหลงใหลกับลีลาการอภิปรายแนวใหม่ที่ไม่เน้นกระโชกโฮกฮาก... ซึ่งจะว่าไปบุคลิกของมิ่งขวัญ ก็ "แรง" ได้แค่นั้นแหละ และความจริงที่รับรู้กันในพรรคเพื่อไทยก็คือ ถ้าจะตั้งหัวหน้าใหม่กันจริงๆ ก็ต้องเป็น ยิ่งลักษณ์

 คนในเพื่อไทยเขารู้กันดีว่า ไม่มีทางที่ทักษิณจะเห็นขี้ดีกว่าไส้

 โดยเฉพาะ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รู้ดีว่า ใจจริงแล้ว ทักษิณ ถึงยังไงก็ต้องเลือกน้องสาว

 จังหวะที่มิ่งขวัญก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีแนบท้ายญัตติ ก็เป็นการจัดเพื่อลดความแรงของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่นานวันบารมีเริ่มจะเติบกล้า

 ก็เลยไม่แปลกที่เมื่อเสร็จศึกซักฟอก ร.ต.อ.เฉลิม จะประกาศอำลาการทำหน้าที่ให้พรรคเพื่อไทย

 เช่นเดียวกับ ทักษิณ ที่เลือกจะประกาศสเปกว่าที่หัวหน้าพรรคคนใหม่และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหากว่าพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งเอาในช่วงที่ มิ่งขวัญ ทำหน้าที่ในสภาเรียบร้อยไปแล้ว

 เปรียบไปแล้วศึกซักฟอก ก็เป็นเพียงแค่พิธีกรรม และคนบางคนก็เป็นแค่เครื่องบัตรพลี เพื่อปูทางให้ภาพลักษณ์ของ ยิ่งลักษณ์ โดดเด่นขึ้นมา

 น่าเห็นใจก็แต่ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คนปัจจุบัน ที่ไม่รู้ว่า "ชิน" กับข่าวหาคนมานั่งเก้าอี้แทนแล้วหรือยัง

 แต่เรื่องเตรียมอกเตรียมใจน่าเชื่อว่า ยงยุทธ คงจะพร้อมนานแล้ว เห็นได้จากข้าวของเครื่องใช้บางตาในห้อง "หัวหน้าพรรค" ที่เน้นสะดวกย้ายได้ทุกเมื่อ

 ยิ่งหากว่า ทักษิณ เคาะแล้วว่าต้องเป็นน้องสาว ยงยุทธ ก็คงไม่มีสิทธิบ่ายเบี่ยง

 เพราะรู้ดีว่า แท้จริงแล้วหัวหน้าพรรคตัวจริง หรือเรียกอีกอย่างว่า "ผู้มีบารมีเหนือหัวหน้าพรรค" นั้น ถึงอย่างไรก็ยังเป็น ทักษิณ ชินวัตร

 การส่งตำแหน่งสูงสุดในพรรคให้น้องสาว ก็เท่ากับการรวบอำนาจกลับมาที่ศูนย์กลางที่ทักษิณ

 เรื่องราวเช่นนี้อาจแปลกแตกต่างไปจากความพยายามที่จะ "ปฏิรูปการเมืองไทย" ในชุด อาจารย์สมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ และ อาจารย์บรรเจิด สิงคเนติ ที่พยายามออกแบบพรรคการเมืองไทยใหม่ เพื่อให้หลุดพ้นจาก "กลุ่มทุน" หรือ "ตระกูลใหญ่" ซึ่งในปัจจุบันสิ่งที่เกิดขึ้นจริงนั้นบ้านเมืองเรายังคงอยู่ในลักษณะนี้

 กฎระเบียบ หรือแม้แต่การบริหารราชการแผ่นดิน ยังคงมีผู้มีบารมี กลุ่มทุน รวมทั้งตระกูลใหญ่ ที่รู้สึกเป็นเจ้าเข้าเจ้าของพรรคการเมืองคอยบงการ

 นักการเมืองในพรรคเพื่อไทยอย่าง สุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล เองถึงกับพูดออกมาเต็มปากว่า ถึงอย่างไรก็ต้องเป็นยิ่งลักษณ์ ที่เป็นน้องของทักษิณ เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นของตระกูลชินวัตร

 ซึ่งถ้าว่ากันมาขนาดนี้แล้ว ก็ไม่รู้ว่า ทักษิณ จะไปคิดสเปกว่าที่หัวหน้าพรรคให้เหนื่อยไปทำไมตั้ง 9 ข้อ

ศรายุทธ สายคำมี