
สืบแฟ้ม "แก๊งชิงทรัพย์"มัดขี้ยา...วิ่งราวขรก.ซี7ดับ
บัญชีการเงิน "กนกพร โรจนกีรติกานต์" มีความเคลื่อนไหวอย่างผิดปกติ หลังจากเจ้าของบัญชีถูกคนร้ายกระชากกระเป๋า และล้มหมดสติอยู่ริมถนนสภาพเป็นตายเท่ากัน กลายเป็นเบาะแสสำคัญที่ทำให้ชุดสืบสวนต้องพลิกแฟ้มอาชญากรในพื้นที่ จนสามารถติดตามจับกุมคนร้ายมาชดใช้กรรมตามก
หัวค่ำของวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา น.ส.กนกพร โรจนกีรติกานต์ อายุ 50 ปี ข้าราชการกรมบัญชีกลาง ตำแหน่งนักวิชาการชำนาญระดับ 7 กระทรวงการคลัง บริเวณศีรษะมีบาดแผล นอนสลบไม่ได้สติ อยู่ข้างรถจักรยานคู่ชีพ ภายในซอยอารีย์สัมพันธ์ 9 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ พลเมืองดีจึงช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียง ก่อนย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่ง สุดท้ายเธอเสียชีวิตตอนเช้าวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา
เมื่อพนักงานสอบสวนของสน.พญาไท รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่า มีผู้หญิงสูงวัยถูกทำร้ายร่างกาย หรืออาจประสบอุบัติเหตุมารักษาตัว จึงรีบไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลพร้อมทั้งสอบสวนญาติและผู้ใกล้ชิด ให้การว่า เมื่อคืนวันเกิดเหตุทุกคนในครอบครัวกำลังรอ น.ส.กนกพร อยู่ที่บ้านพักในซอยอารีย์สัมพันธ์ 9 ด้วยความเป็นห่วงเพราะกลับบ้านผิดเวลา หลังจากนั้นจึงช่วยกันออกตามหา จนกระทั่งพบพบรถจักรยานและสอบถามชาวบ้านละแวกนั้นจนทราบว่าเกิดเหตุร้ายกับ น.ส.กนกพร และติดตามไปพบที่โรงพยาบาล
สำหรับแนวทางการสืบสวนยังไม่ทราบแน่ชัดว่า สภาพบาดแผลบริเวณศีรษะของ น.ส.กนกพร เกิดจากอุบัติเหตุ หรือถูกทำร้ายร่างกาย หลังจากนั้นไม่กี่วัน ญาติของ น.ส.กนกพร แจ้งกลับมายังพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนว่า บัตรเอทีเอ็มของ น.ส.กนกพร มีความเคลื่อนไหวในลักษณะผิดปกติระหว่างที่ น.ส.กนกพร รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
พ.ต.ท.กฤษณะ สุกันทะ และพ.ต.ต.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ สว.สส.สน.พญาไท พร้อมชุดสืบสวน เร่งประสานธนาคารเจ้าของบัญชีเพื่อตรวจสอบ จนกระทั่งทราบว่า บัตรเอทีเอ็มของ น.ส.กนกพร ถูกใช้บริการกดเงินสดออกจากตู้เอทีเอ็มของธนาคารพาณิชย์ 2 แห่งบริเวณแยกทางเข้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม พร้อมทั้งส่งชุดสืบสวนเดินทางไปที่ธนาคารพาณิชย์ทั้ง 2 แห่ง เพื่อขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของธนาคาร
แต่ปรากฏว่า ผู้ต้องสงสัยพยายามใช้มือบังกล้องวิดีโอวงจรปิดหน้าตู้เอทีเอ็ม ชุดสืบสวนจึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง จนเห็นภาพใบหน้าของผู้ต้องสงสัย พร้อมประสานขอข้อมูลกับชุดสืบสวนของ สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จนกระทั่งพอทราบว่าผู้ต้องสงสัยที่กดเงินสดมีใบหน้าคล้ายกับผู้ต้องหาที่เคยถูกจับในคดีเสพยาเสพติด
ชุดสืบสวนได้ออกติดตามหาจนพบตัวผู้ต้องสงสัยจึงเชิญตัวมาสอบสวนแต่ไม่พบพิรุธ และยังมีพยานยืนยันว่า วันที่ 11 มีนาคม ผู้ต้องสงสัยรายนี้อยู่ในพื้นที่ ทำให้ชุดสืบสวนต้องปล่อยตัวแล้วตั้งแนวทางการสืบสวนโดยนำประวัติแก๊งวิ่งราวทรัพย์ในพื้นที่มาตรวจสอบและหาข้อมูลเพิ่มเติมจนกระทั่งได้เบาะแสของผู้ต้องสงสัยคนใหม่
ผู้ต้องสงสัยรายนี้ คือ นายทรงพล หรือ ขวัญ อาระวี อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1522/14 ถ.นครไชยศรี แขวงนครไชยศรี เขตดุสิต กรุเทพฯ ชุดสืบสวน สน.พญาไท ประสานข้อมูลกับชุดสืบสวน สน.ดุสิต พร้อมตรวจสอบประวัติของนายทรงพล ทราบว่า เคยถูกจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติดท้องที่ สน.พญาไท 2 ครั้ง ถูกจับกุมอีกครั้งในคดีชิงทรัพย์ นายทรงพล มีภรรยาและลูกพักอยู่ในพื้นที่หมู่ 4 ต.ศีรษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม อีกทั้งตำหนิรูปพรรณผู้ต้องสงสัยที่กดเงินภาพใกล้เคียงกับผู้ต้องสงสัย จึงเดินทางไปตรวจสอบ และควบคุมตัวมาสอบสวน
นายทรงพล รับสารภาพว่า เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปในซอยที่เกิดเหตุ แล้วพบว่าสุภาพสตรีสูงอายุคนหนึ่ง (น.ส.กนกพร) ขี่จักรยานผ่านมาเพียงลำพังจึงได้ลงมือกระชากกระเป๋าสะพายจนรถจักรยานล้มลงศีรษะฟาดกับพื้นถนนเแต่ไม่ได้ลงมือทำร้ายร่างกาย หลังก่อเหตุได้หลบหนีและร่วมกับ นายต่อศักดิ์ หรือ เฟส ชื่นประเสริฐ อายุ 25 ปี ญาติของภรรยา นำบัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิตที่เขียนรหัสไว้ที่หลังบัตรไปกดเงินจากตู้จำนวน 2.3 หมื่นบาท แล้วนำมาแบ่งกันไว้ใช้เที่ยวเตร่และเสพยาเสพติด
พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 กล่าวว่า คนร้ายกลุ่มนี้ใช้ชื่อแก๊งว่า "แก๊งวัดไพรงาม" มีพฤติกรรมโหดเหี้ยม หากเจ้าทุกข์โดยเฉพาะผู้หญิงขัดขืนก็จะทำร้ายทุบตีและกระทืบ เช่นเดียวกับกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้น ผู้เสียหายพยายามยื้อเแย่งไม่ให้กระเป๋า ซึ่งเป็นคำบอกเล่าของผู้ต้องหาที่อ้างเช่นนั้น โดยที่ผ่านมาพบว่ามีหญิงสาวตกเป็นเหยื่อมาแล้วหลายราย ถือเป็นภัยต่อสังคมมาก ทั้งนี้กลุ่มของผู้ต้องหามีทั้งหมด 6 ราย เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไทจับกุมดำเนินคดีไปแล้ว 4 รายเมื่อปลายปี 2552



