ข่าว

ต้นทุนสูงเบรกคนรีไฟแนนซ์บ้านชี้คำนวณแล้วอาจได้ไม่คุ้มเสีย-รับยังแข่งเดือด

ต้นทุนสูงเบรกคนรีไฟแนนซ์บ้านชี้คำนวณแล้วอาจได้ไม่คุ้มเสีย-รับยังแข่งเดือด

22 มี.ค. 2554

แบงก์กสิกรไทยมองคนรีไฟแนนซ์บ้านน้อยลง หลังดอกเบี้ยปรับขึ้น ชี้คำนวณแล้วอาจได้ไม่คุ้มเสียจากต้นทุนรีไฟแนนซ์สูงขึ้น ทึ้งค่าธรรมเนียม ค่าจดจำนองใหม่ รับการแข่งขันยังรุนแรงแม้ตลาดไม่เติบโตมาก งัดกลยุทธ์มัดใจไม่ให้ลูกค้าย้ายหนี

 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านอาจไม่เติบโตเหมือนกับปีที่ผ่านๆ มา เนื่องจากเมื่อพิจารณาปัจจัยรอบด้านแล้ว ลูกค้าต้องเสียค่าธรรมเนียมต่างๆ เป็นจำนวนมาก เมื่อคำนวณแล้วอาจได้ไม่คุ้มเสีย หลังจากดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านต้องปรับขึ้นไปตามดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารก็ต้องมีภาระในการตั้งสำรองสินเชื่อรีไฟแนนซ์ในส่วนที่เกินจากสินเชื่อบ้านในอัตรา 75% ด้วย ทำให้มีต้นทุนเพิ่ม และส่งผ่านมายังลูกค้าผู้กู้ต้องมีภาระเพิ่มขึ้นด้วย

 “หากดอกเบี้ยไม่จูงใจ การรีไฟแนนซ์ก็ไม่มีผล เพราะการรีไฟแนนซ์มีต้นทุน ลูกค้าต้องเสียค่าธรรมเนียมต่างๆ ทั้งค่าจดจำนอง ทำนิติกรรมต่างๆ เพราะฉะนั้นผลต่างของดอกเบี้ยที่ได้รับทำให้คนไม่คิดจะย้าย” นายชาติชายกล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม แม้ธนาคารกสิกรไทยจะประเมินว่าสินเชื่อรีไฟแนนซ์ปีนี้ไม่เติบโตเท่าปีที่ผ่านมา แต่การแข่งขันเชื่อว่ายังคงรุนแรงเหมือนเดิม ซึ่งปีนี้ทุกธนาคารมีความเสี่ยงเพิ่ม จากการที่ดอกเบี้ยนโยบายปรับขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนทางการเงินของทุกธนาคารเพิ่ม ส่งผลให้ต้นทุนของผู้กู้ก็เพิ่มตามไปด้วย

 นายชาติชายกล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรไทยถูกธนาคารอื่นรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านไปประมาณ 1% แต่ธนาคารก็ไปรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านจากธนาคารอื่นมาได้ 5% ของสินเชื่อใหม่สำหรับปีนี้ ไม่ได้ตั้งเป้าสินเชื่อรีไฟแนนซ์เอาไว้มากนัก โดยตั้งเป้าเอาไว้เท่าปีที่ผ่านมาคือ 5% ของสินเชื่อใหม่ในปีนี้ที่ตั้งเป้าเอาไว้ 5 หมื่นล้านบาท เพราะดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น หากลูกค้าสนใจธนาคารก็มีให้บริการ แต่เน้นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ 1 แสนบาทต่อเดือนขึ้นไป เป็นกลุ่มอาชีพพิเศษ เช่น แพทย์ วิศวะ นักบิน มีอายุของบ้าน 3-7 ปีขึ้นไป

 นอกจากนี้ ธนาคารยังมีกลยุทธ์ให้ลูกค้าไม่ย้ายไปรีไฟแนนซ์ที่อื่นด้วย โครงการ K Home Smile Club ซึ่งเป็นศูนย์บริการและให้คำปรึกษาเรื่องบ้านและสินเชื่อที่อยู่อาศัยครบวงจร เพื่อให้ลูกค้าอยู่กับธนาคาร ซึ่งธนาคารมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอด โดยได้เปิดบริการมาแล้ว 5 ปี และตั้งแต่เปิดให้บริการมาจนถึงปัจจุบัน ปรากฏว่ายอดสินเชื่อบ้านของธนาคารเติบโต 250% ขณะที่ตลาดเติบโตเฉลี่ย 150% เหตุที่สินเชื่อบ้านของธนาคารเติบโตมาตลอดนั้นมาจากหลากหลายช่องทาง

 สำหรับภาพรวมในปีนี้เชื่อว่ากำลังซื้อจะลดลง เพราะดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นนั้นธนาคารได้ประเมินว่า กรณีที่ดอกเบี้ยขึ้น 1% จะทำให้กำลังซื้อลดลง 7-8% ทำให้ประชาชนชะลอการตัดสินใจกู้ออกไป 3-6 เดือน