ข่าว

สุเทพหวันเลือกตั้งเดือดจี้ตร.จับตาซุ้มมือปืน

สุเทพหวันเลือกตั้งเดือดจี้ตร.จับตาซุ้มมือปืน

21 มี.ค. 2554

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงล่อแหลม พูดจาไม่รู้เรื่อง มีการแบ่งฝ่ายแบ่งสี เช่นพวกที่อยู่รอบทำเนียบก็เป็นกลุ่มใหญ่ที่พูดกันไม่เข้าใจ เกิดความแตกแยกในสังคมไทยไม่รู้ว่าเป็นอะไร

ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัว เนื่องตัวเองจะสร้างความแตกแยกแล้ว ยังมีการชวนคนอื่นมาช่วยสร้างความแตกแยกด้วย ทั้งข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร จนเกิดทหารแตงโม ตำรวจมะเขือเทศ ตนเคยทำงานกับคนเหล่านี้ทั้งนั้นซึ่งอันตรายมาก ทั้งนี้ตนอยากขอให้ตำรวจเป็นตำรวจของประชาชน ไม่ใช่ตำรวจของนักการเมืองหรือพรรคการเมือง ซึ่งถ้านายกรัฐมนตรี หรือ รองนายกรัฐมนตรีทำผิดกฎหมายก็สามารถจับกุมได้ เป็นผู้รักษากฎหมายไม่ก้มหัวให้คนทำผิด

 ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่าจะมีการยุบสภาไม่เกินวันที่ 10 พฤษภาคม นี้ ก็เชื่อว่าการเลือกตั้งในครั้งต่อไปจะมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง แต่ก็อยากให้การเลือกตั้งออกมาอย่างบริสุทธิยุติธรรม ดังนั้นจึงไม่อยากให้มีคนบางคนใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือ อาศัยตำรวจไปคุ้มครองในการซื้อเสียง บางฝ่ายก็ให้ตำรวจไปดูแลเรื่องเงินและคุ้มครองให้มีการโกงเลือกตั้ง ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ถือว่าเสียหาย หากพบว่ามีการกระทำผิดก็ขอให้จับกุมให้เห็น ซึ่งตำรวจจะต้องเป็นกลางและหากตำรวจทุกสถานีทำได้การเลือกตั้งก็จะบริสุทธิยุติธรรม ส่วนประชาชนจะเลือกใครก็เป็นเรื่องของเขา เพราะตนไม่กังวลถึงผลการเลือกตั้งที่ออกมาขอให้การเลือกตั้งออกมาเรียบร้อยตามระบอบประชาธิปไตย

 “ผมไม่กังวลผลการเลือกตั้งที่ออกมา เล่นการเมืองมา 35 ปี และเป็นฝ่ายค้านเสียส่วนใหญ่ ชำนาญกว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และอภิปรายดีกว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ เพราะฉะนั้นจึงไม่กังวลเรื่องผลการเลือกตั้ง แต่กังวลที่อาจจะมีบางคนไปทุบตีในสนามหาเสียง หรือรื้อเวทีปราศรัย หากเป็นอย่างนั้นก็ใช้ไม่ได้ ตำรวจต้องดูแลเรื่องการเลือกตั้งให้ยุติธรรม หากใครทำผิดก็ต้องจับกุมโดยไม่มีการแบ่งสีหรือเลือกข้าง ” นายสุเทพ กล่าวและว่า ขอให้หัวหน้าสถานีทุกแห่งกวดขันเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตั้งแต่วันนี้ให้ทุกแห่งกวดขันเรื่องการจับกุมอาวุธสงคราม ขึ้นบัญชีมือปืนรับจ้าง หากรายไหนที่รู้ก็เรียกมาคุยหรือเตือนเสียก่อน ตนเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ดุเดือด โดยบางคนไม่คำนึงถึงกฎกติกาและทำทุกอย่างเพื่อเข่นฆ่าฝ่ายตรงข้าม ขอให้หัวหน้าโรงพักทุกคนเป็นที่พึ่งของประชาชน อย่าเป็นที่พึ่งของนักการเมือง

 นายสุเทพ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เรื่องที่น่ากังวลกว่าการดึงตำรวจมาเป็นพรรคพวก คือมีกลุ่มคนบางฝ่ายพยายามบังอาจจาบจ้วงสถานบันอันเป็นที่เคารพรัก ขอให้ตำรวจจับตากรณีนี้เป็นพิเศษ และอย่าให้ใครมาบังอาจทำเรื่องไม่บังควรเช่นนี้ได้ โดยตนได้บอกกับ ผบ.ตร. ว่าอยากให้แจกหนังสือเอกกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ แก่หัวหน้าโรงพักทุกสน. ให้เป็นข้อมูลเพื่อจะได้รู้พระราชกรณีกิจตลอด 60 ปี ว่ามีพระมหากรุณาธิคุณต่อประเทศนี้อย่างไรบ้าง โดยให้หัวหน้าสถานีทุกคนไปอ่านและนำไปเผยแพร่แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน และเผยแพร่ต่อประชาชน ตนมองว่าพ่อแม่สมัยใหม่ไม่มีเวลาสอนลูกในเรื่องนี้ ตนเป็นคนบ้านนอกถูกสอนเสมอว่าให้เป็นคนซึ่งตรงและรักสถานบัน แต่เด็กรุ่นใหม่ทุกวันนี้ไม่ได้รับการสั่งสอน จึงไม่ทราบว่าพรบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระราชกรณีกิจอย่างไรบ้าง ดังนั้นอยากให้หัวหน้าสถานีอ่านหนังสือดังกล่าวและให้ไปบอกเล่าต่อ

 “โดยระยะเวลากว่า 2 ปี ที่ตนเป็นรองนายกรัฐมนตรี ก็ได้เห็นสถานการณ์ที่ล่อแหลมจนเกือบเกิดสงครามกลางเมืองมาแล้ว หากไม่มีในหลวงก็คงไม่รู้ว่าสังคมไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป และลูกหลานจะเติบโตมาในสังคมอย่างไร ให้ทุกท่านไปแก้ไขป้องกันดูแลโดยเฉพาะในพื้นที่รับผิดชอบ อย่าให้มีใครมาละเมิดสถาบันเด็ดขาด” นายสุเทพ กล่าวและว่า หากสถานีตำรวจใด มีชื่ออยู่ใน 175 อำเภอ ที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด ขอให้รีบลบชื่อออกจากพื้นที่นั้นอย่างเร่งด่วน และขอให้ใช้วิธีตามกฎหมายอย่าไปอุ้มหรือรีดไถ แม้อาจขัดใจกองเชียร์ก็ตาม