
คนดูทุบสถิติ "ปราสาทสายฟ้า" ยึดจ่าฝูง "กิเลน" หมดสภาพ, "ฮัลโหล" อาการโคม่า
ถือเป็นสัปดาห์แห่งการยิงกันแบบถล่มทลายก็ว่าได้สำหรับ "ไทยพรีเมียร์ลีก 2011" นัดที่ 4 ของฤดูกาล เบ็ดเสร็จทั้งหมด 9 คู่ ยิงกันเยอะสุดถึง 22 ประตูเลยทีเดียว โดยคู่ที่ถูกสถาปนาให้เป็น "บิ๊กแมทช์" มีการยิงกันแบบสะใจคอบอลโดยแท้
ไฮไลท์ประจำสัปดาห์มุ่งตรงออกไปทางภาคอีสานที่ ไอโมบาย สเตเดี้ยม บ้านของ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์-พีอีเอ ที่รอต้อนรับการมาเยือนของ "ฉลามชล" ชลบุรี ทีมคู่แย่งแชมป์แห่งฤดูกาล ซึ่งก่อนเกมนี้ทั้งสองทีมมี 7 คะแนนเท่ากันและสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นทั้งคู่
ความน่าสนใจของเกมนี้ทำให้แฟนบอลของทั้งสองทีมช่วยกันทุบสถิติมีจำนวนคนดูมากที่สุดถึง 2,3712 คน ถือเป็นสถิติสูงสุดของฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก นอกจากนี้ยังทำลายยอดจำหน่ายบัตรผ่านประตูอีกด้วย ตัวเลข 1,836,800 บาท ถือเป็นยอดตัวเลยที่สูงที่สุดเป็นสถิติใหม่เช่นกัน
ส่วนการต่อกรในสนามใครเลยจะเชื่อว่าทีมที่ฟอร์มฮอตสุดขีดอย่างชลบุรีที่ยิงไป 9 ประตูจาก 2 เกมล่าสุดจะมาสิ้นท่าแบบย่อยยับด้วยสกอร์ 0-3 โดย ฟรองค์ โฮแฮนซา สวมบทพระเอกยิงไปคนเดียว 2 ประตูให้ บุรีรัมย์-พีอีเอ ย้ำแค้นอีกครั้งหลังจากฤดูกาลก่อนหน้านี้เปิดบ้านชนะมาแล้ว 3-1
ชัยชนะในเกมนี้ส่งผลให้ "ปราสาทสายฟ้า" ผงาดขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงในสัปดาห์ที่ 4 ทันที และทำให้ "โค้ชแต๊ก" อรรถพล ปุษปาคม ที่มีสถิติคุมทีมชนะและเสมอมากกว่าแพ้ "ฉลามชล" มั่นอกมั่นใจว่าลูกทีมของเราจะมีโอกาสลุ้นแชมป์แน่นอน
"ทุกคนเล่นกันได้ดีมาก ผมหวังว่าทุกคนจะรักษามาตรฐานการเล่นของตัวเองแบบนี้ทุกนัด"
ด้านชลบุรี ที่โดนเปิดซิงพ่ายเป็นนัดแรกของฤดูกาลและยังสะกัดคำว่าชนะเหนือ บุรีรัมย์-พีอีเอ ไม่เป็นต้องเซ็งกับผลงานที่เกิดขึ้น "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล ผู้จัดการทีมกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า
"วันนี้เราเล่นตามเกมของเราไม่ได้เลย"
แต่แฟนบอล "ฉลามชล" ที่ว่าเซ็งจิตแล้วคงไม่เท่าเหล่าสาวก "อุลตร้าเมืองทอง" เพราะ "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด กลายเป็น "กิเลนหมดสภาพ" บุกไปพ่าย "พลังเอ็ม" โอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี ถึง 1-5 ถือเป็นสถิติความพ่ายแพ้ที่ยับเยินที่สุดของอดีตแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก 2 สมัย
เอ็นริเก คาลิสโต กุนซือใหม่ป้ายแดงของเมืองทองฯ ดูจะไม่ค่อยพอใจกับการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินที่ไม่ยอมเป่าจุดโทษให้ทีมของเขา แต่ "โค้ชเบ๊" ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก โค้ชของโอสถสภาก็สวนแบบเจ็บๆ คันๆ ว่า "ไม่อยากพูดถึง เพราะทีมโอสถสภาเคยโดนแบบนี้มาเยอะ"
แฟน "พลังเอ็ม" จะดูอิ่มอกใจเต็มเปี่ยม แต่แฟนบอล "อุลตร้าเมืองทอง" แม้จะไม่อิ่มใจแต่ก็อิ่มบุญ เพราะรวมยอดบริจาคของแฟนบอลทั้งสองทีมได้เงินถึง 920,590 บาท ไปช่วยเพื่อนร่วมโลกชาวญี่ปุ่นที่โดนอุบัติภัยสึนามิ
ขยับไปดูทีมในข่าย "ดังแต่ท่อ" กันบ้าง ถึงตรงนี้ทั้ง "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือไทย และ "บีจี" บางกอกกล๊าส ก็ยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นหลังจากกอดคอเสมอกันไป 1-1 ในเกมนัดแรกที่แพท สเตเดี้ยม นัดนี้ สมปอง สอเหลบ ซัดให้เจ้าถิ่นออกนำ แต่ "โจ้ 5 หลา" ศรายุทธ ชัยคำดี กลับมายิงทีมเก่าของตัวเองแบ่งแต้มให้ทีมใหม่
ด้าน "วงจักรพิฆาต" อาร์มี ยูไนเต็ด ที่เปิดตัว 3 นัดแรกฟอร์มล่าสุดต้องมาสะดุดเสมอ "กูปรีอันตราย" ศรีสะเกษ เมืองไทย 1-1 แม้นัดนี้นักเตะเจ้าถิ่นจะได้รับกำลังใจจาก พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกที่มาเชียร์ถึงขอบสนาม แต่เสียงเชียร์ของชาว "กูปรี" ที่ทั้งตามมาจากศรีสะเกษและ "พลัดถิ่น" ได้ปลุกเร้าอย่างหนักจนนักเตะจากแดนอีสานบุกมาแชร์แต้มอย่างยอดเยี่ยม
ขณะที่ "ตะหานน้ำ" ราชนาวี เก็บแต้มแรกได้สำเร็จด้วยการเปิดบ้านเสมอ "โปลิศ" อินทรีเพื่อนตำรวจ ทีมร่วมกองทัพ 1-1 แต่ "ฮัลโหล" ทีโอที ดูจะอาการโคม่าแพ้เป็นนัดที่ 4 ติดต่อกันแบบยังยิงไม่ได้เมื่อเล่นในบ้านพ่าย "โลมาฟ้าขาว" พัทยา ยูไนเต็ด 0-2 จน "มาราโดนาเมืองไทย" สมชาย ทรัพย์เพิ่ม เริ่มยอมรับแล้วว่า...เสียวตกชั้น
ส่วน "บลูมาร์ลิน" ศรีราชา-ซูซูกิ ก็ยังชนะไม่เป็นทำได้แค่เสมอ "กว่างโซ้ง" เชียงราย ยูไนเต็ด 0-0 ในรายของ "ปลาทูคะนอง" เอสซีจี สมุทรสงคราม ได้ลูกยิงขั้นเทพของ วิทยา นนทะลี ยิงในช่วงทดเวลาพาทีมรอดตายในบ้านแบ่งแต้มจาก "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน 1-1 แบบหวุดหวิด ด้าน "สิงห์เหนือ" ทีทีเอ็ม พิจิตร กลับมาชนะเป็นนัดที่ 2 ด้วยการเชือด "ไดโน" ขอนแก่น 2-1
ต้องบอกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา "ไทยพรีเมียร์ลีก" มันถึงใจพระเดชพระคุณจริงๆ และเชื่อแน่ว่าในสัปดาห์ต่อไปความมันจะทวีคูณเป็นสองเท่าแน่นอน...ฟันธง



