ข่าว

หนูหล่อกับนกกางเขน

หนูหล่อกับนกกางเขน

23 มี.ค. 2554

ผมจำไม่ได้จริงๆ ว่า เคยเรียนแบบเรียนเร็วเรื่อง เด็กชายปัญญา-เด็กหญิงเรณู หรือไม่ แต่ที่จำได้แม่นยำกลับเป็นเพลงตลกๆ เพลงหนึ่ง ซึ่งขับร้องโดยคุณเฉลิม แก้วสมัย นักร้องประจำวงดุริยางค์ทหารเรือ ซึ่งมีฉายาว่า “อึ่งอ่างทะเล” เนื่องจากรูปร่างที่อ้วนใหญ่ เนื้อ

ทักนึกรักหนักหนา หนูชื่อหนูหล่อคุณพ่อเมตตา จะพาหนูไปดูหมีที่นาตาหมอหลอ หนูเลยไปปะหนูเหน่งหนูเล้ง เป็นนักร้องเพลงตะเบ็งลูกคอ ล้อเลียนตาหวังทำหลังโกงงอ ตาหวังเจอะพ่อเลยชักชวนก๊งเหล้า”

 “เพื่อนฝูงชักชวนหนูไปเที่ยวเตร่ สนุกฮาเฮกับเครื่องดองของเมา หนูปฏิเสธไม่เอ้า-ไม่เอา เครื่องดองของเมาจำต้องละเว้นทิ้งเสีย หนูเลยชวนให้ไปเสาชิงช้า ไปหาเด็กชายปัญญาเที่ยวเล่น ฝนตกแดดออกที่ทุ่งพระเมรุลมพัดโบกเย็นไปดูเขาคว้าว่าวกัน”

 ผมเคยแปลกใจตัวเองว่าทำไมผมถึงจำเพลงนี้ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งก็เพิ่งพบคำตอบวันนี้เองว่า ผมจำมาเพื่อจะได้เล่าต่อให้แฟนๆ “วันเว้นวันฯ” ได้ฟังกัน

 นอกจากจำไม่ได้ว่าเคยเรียน เด็กชายปัญญา-เด็กหญิงเรณู หรือไม่แล้ว ผมก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าผมเคยเรียนเรื่องตาหวังหลังโกงด้วยหรือเปล่า แต่เข้าใจว่าคงจะไม่ทันหรอกครับ แต่หนูหล่อนั้นเห็นจากหนังการ์ตูนโฆษณายาหม่องบริบูรณ์บาล์มทางโทรทัศน์ ช่อง 4 บางขุนพรหม ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นหนังโฆษณาที่สร้างโดยคนไทยเป็นเรื่องแรก ผู้สร้างคือ คุณสรรพสิริ วิริยะสิริ ครับ และผมก็ยังจำบทโฆษณาในหนังได้ด้วย ท่องให้ฟังเล่นๆ ก็ได้ครับ “หนูหล่อพ่อเขาพาไปดูหมี หนูหล่อซนเอาไม้แหย่หมี หมีโมโหกระโขกใส่ โฮก-โฮก-โฮก หนูหล่อตกใจหงายท้องตึง บอกว่าก้นพัง ก้นพัง พ่อหนูหล่อเอาบริบูรณ์บาล์มทาให้ แล้วสอนว่า ทีหลังอย่าซน ทีหลังอย่าซน”

 ในเพลงของ คุณเฉลิม แก้วสมัย เป็นการรวบรวมชื่อตัวละครในหนังสือเรียนยุคก่อนไว้ได้ค่อนข้างจะครบถ้วน ตั้งแต่หนูหล่อ หนูเหน่ง หนูเล้ง จนถึงเด็กชายปัญญา ขาดแต่หนูแหวนแขนอ่อนคนเดียวกระมัง สำหรับรุ่นใหญ่ก็มีตาหวังหลังโกง ตกหล่นตาขำ กับตาดีมือแปไปสองคน และเพลงนี้ก็ยังสะท้อนภาพของกรุงเทพฯ ในครั้งกระโน้น ที่มีสนามหลวงหรือทุ่งพระเมรุ เป็นแหล่งบันเทิงของชาวกรุง ช่วงฤดูร้อนยามแดดร่มลมตก หนุ่มสาวจะชวนกันมาเช่าเก้าอี้ผ้าใบนอนกินปลาหมึกย่าง กับบาเยีย และแหงนมองว่าวที่ลอยเต็มท้องฟ้า เป็นความสุขที่หาได้ง่ายดายและมีราคาไม่แพง เช่นความบันเทิงในปัจจุบัน

เมื่อนึกถึงเพลงเพลงนี้แล้ว ผมก็อดที่จะถามตัวเองไม่ได้ว่า เราเอาหนูหล่อและเพื่อนๆ ของเขาไปทิ้งไว้ที่ไหน และความสนิทสนมเหมือนญาติที่คนไทยเคยมีให้แก่กันนั้นก็ถูกลืมเลือนไปจนหมด ทุกวันนี้ เราจึงมีแต่ความโดดเดี่ยว เดียวดาย และอ้างว้าง อย่างคนที่ไร้ญาติขาดมิตร

 ผมมีความเชื่อว่า การจะปลูกฝังศีลธรรม จริยธรรม และคุณธรรม แก่เด็กนั้น ต้องทำตั้งแต่เด็กเริ่มหัดเรียนเขียนอ่าน และวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งคือการสอนผ่านหนังสือเรียนเล่มเล็กๆ เหมือนเช่นที่เด็กรุ่นผมเรียนเรื่องนกกางเขน แม่ไก่นันทา ไม่เป็นไรลืมเสียเถิด หรือออมไว้ไม่ขัดสน ฯลฯ

 ถ้าไม่สามารถเอาหนูหล่อ หนูแหวน และหนูอื่นๆ กลับมาได้ ก็ช่วยเอานกกางเขน หรือแม่ไก่นันทา ของผมกลับมาก่อนเถอะครับ