ข่าว

การเมืองมิ่งขวัญ

การเมืองมิ่งขวัญ

22 มี.ค. 2554

ปรากฏการณ์การเมืองในแบบที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ สรุปประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยประกาศตัวเป็นผู้ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ไม่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะเห็นชอบด้วยหรือไม่

 แต่นี่นับว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของการเมืองไทย ที่นอกเหนือจากการที่รัฐธรรมนูญปัจจุบัน กำหนดให้ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะต้องเสนอรายชื่อบุคคลที่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปแล้ว ความเปิดเผย ตรงไปตรงมา ของคนที่อาสาจะเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ น่าจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีและเป็นมิติใหม่ของการเมืองไทยมากกว่า อย่างน้อยก็ช่วยให้คนตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในการเลือกตั้ง ฉะนั้นการที่พรรคเพื่อไทยกังวลในท่าทีของนายมิ่งขวัญ และหวั่นเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อพรรค จึงไม่น่าจะเป็นประเด็นสำคัญ

 นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เริ่มต้นเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในหน้าที่และบทบาทของผู้นำพรรคการเมืองฝ่ายค้านด้วยข้อมูล ตัวเลข เอกสาร ตามลำดับความสำคัญของประเด็น โดยให้ความใส่ใจในเนื้อหาสาระ มากกว่าลีลา ท่าทาง โวหาร ซึ่งเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของนักการเมืองแบบไทยๆ แน่นอนว่า คนที่คุ้นเคยกับการเมืองแบบเก่า บรรยากาศเก่าๆ จะรู้สึกจืดชืด ไม่ตื่นเต้น เร้าใจ จนกระทั่งถึงตอนสรุปการอภิปราย นายมิ่งขวัญก็ทำหน้าที่ของเขาได้ดีพอสมควร สิ่งเดียวที่มีนัยสำคัญแตกต่างจากการอภิปรายครั้งก่อนๆ ก็คือ การเสนอชื่อนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่คนในพรรคเพื่อไทยอาจจะยังไม่ได้ยอมรับ หรือเชื่อว่าจะมีบุคคลที่มีคุณสมบัติดีกว่า มีกำลังทรัพย์มากกว่า

 แม้ว่าในคุณสมบัติส่วนตัวที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ พยายามแสดงราคา ชีวิตส่วนตัวที่ไม่ได้สมรส มีพี่สาวเพียงคนเดียว ที่ไม่น่าจะเป็นเหตุให้เขาคิดทุจริต คอรัปชั่น แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่า นายมิ่งขวัญจะสะอาดหมดจด แต่สิ่งที่เขาแสดงออก ก็อาจจะเป็นมิติเดียวกับที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดี ที่จะมีการแข่งขันกันแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และจะได้มีความชัดเจน พรรคเพื่อไทยทั้งระบบ ก็ต้องมีความชัดเจนด้วยว่าจะยอมรับการนำของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หรือไม่ เพียงใด โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่พรรคไม่มีบุคคลใดโดดเด่นในฐานะนักการเมืองเชิงคุณภาพ เว้นแต่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่มีคุณสมบัติในการ “เรียกแขก” ในระบบการเมืองแบบไทยๆ เท่านั้น

 พรรคเพื่อไทยสรุปการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมีวาระในการพิจารณาทบทวนบทบาทของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ด้วย การพูดถึงบทบาทของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เป็นเรื่องภายในพรรค ซึ่งหากมองในเชิงบวก ประเด็นที่มีการเสนอตัวแทนพรรคเพื่อช่วงชิงตำแหน่งสูงสุดในฝ่ายบริหารนั้น เมื่อมีการทำความเข้าใจกันแล้ว ก็อาจส่งผลต่อการกำหนดยุทธศาสตร์ของพรรค ที่มีเนื้อหามากกว่าประเด็นการโจมตีพรรคการเมืองคู่แข่ง โดยไม่ได้นำเสนอวิธีการแก้ปัญหา หรือความคิดใหม่อย่างใด หากเราสามารถยกระดับ หรือให้การเรียนรู้กับประชาชนในเรื่องการเมือง ที่ไม่เพียงตอบสนองความสะใจเท่านั้น หากแต่ยังมุ่งเปลี่ยนการเมือง ให้เป็นการเมืองเชิงสร้างสรรค์ วิธีการแบบนายมิ่งขวัญ ก็จะเป็นมิติใหม่ทางการเมือง ที่ได้การยอมรับในอนาคต