ข่าว

"ต๋อง"ขอโอกาส
คืนสังเวียนโลก
ไม่รุ่ง-แขวนคิว

"ต๋อง"ขอโอกาส คืนสังเวียนโลก ไม่รุ่ง-แขวนคิว

22 มี.ค. 2554

"ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" รัชพล ภู่โอบอ้อม ขอโอกาสแก้ตัวในเวทีระดับโลกครั้งสุดท้าย ด้วยตั๋วไวลด์การ์ด หากผลงานไม่ดีขึ้นอาจแขวนคิวไม่ไปสนุ้กโลก ระบุ 27 ปี ตั้งแต่เทิร์นโปร ไม่เคยขอใช้สิทธิ์ดังกล่าว มั่นใจหาก "บิ๊กสิน" สินธุ พูนศิริวงศ์ นายกสอยคิวไทย เดินเรื่องจร


 ความเคลื่อนไหววงการสอยคิวไทยหลังจาก "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" รัชพล ภู่โอบอ้อม นักสนุ้กขวัญใจชาวไทยอดีตมือ 3 ของโลก ต้องตกรอบ 64 คนสุดท้าย ในการแข่งขันสนุกเกอร์อาชีพโลก ศึก "เวิลด์แชมเปี้ยนชิพ 2011" รายการที่มีคะแนนสะสมมากที่สุด ด้วยการแพ้ เจมี เบอร์เนตต์ มืออันดับ 37 ของโลก มา 8-10 เฟรม ส่งผลให้คะแนนของ "ต๋อง" หลุดวงโคจร 1 ใน 64 ของโลก ต้องไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่
 ล่าสุด "บิ๊กสิน" นายสินธุ พูนศิริวงศ์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย เตรียมทำหนังสือไปยัง แบร์รี เฮิร์นส์ ประธานสหพันธ์สนุกเกอร์อาชีพโลก เพื่อพิจารณาขอสิทธิ์ไวลด์การ์ดให้ รัชพล ได้กลับขึ้นไปเล่นอาชีพโลกในฤดูกาลหน้าอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้เคยมีนักสนุกเกอร์จากจีน และหลายชาติในยุโรปเคยผ่านการพิจารณาไปแล้ว
 เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ต๋อง เปิดเผยว่า ฤดูกาลที่ผ่านมาต้องบอกว่าทำผลงานได้ดีกว่าปีก่อนๆ โดยเฉพาะ 3-4 รายการสุดท้ายส่วนใหญ่ไม่ตกรอบแรก แต่ที่คะแนนสะสมไม่เพียงพอก็เพราะมีอีก 4-5 รายการย่อยไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน เนื่องจากติดภารกิจมาเล่นทีมชาติชุดเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2553 ซึ่งหากไม่ถอนตัวจากแมทช์ดังกล่าว คะแนนสะสมก็น่าเพียงพอติดอยู่ 1 ใน 64 คนสุดท้ายของโลกได้ เพราะเวลานี้ตัวเองมีอันดับอยู่ที่มือ 67 ของโลก แต้มสะสมห่างจากมืออันดับ 63 ของโลกแค่ 600 กว่าคะแนนเท่านั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและเสียใจอย่างมากสำหรับตัวเอง เพราะถ้าหากคะแนนสะสมห่างไกลมากกว่านี้ก็คงไม่รู้สึกเสียดายเท่าไรนัก
 อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ใหญ่ของสมาคมจะขอสิทธิ์ไวลด์การ์ดให้กลับไปเล่นอาชีพโลกอีกครั้ง หากเป็นจริงก็ต้องกราบขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาตั้งแต่เทิร์นโปรจนถึงวันนี้รวมระยะเวลา 27 ปีแล้ว ส่วนตัวไม่เคยขอตั๋วไวลด์การ์ดจากสหพันธ์สนุกเกอร์โลกเลย ครั้งนี้หากนายสินธุ เดินเรื่องให้อย่างเต็มที่ก็ไม่น่าจะมีปัญหา
 "ผมพร้อมและยินดีที่จะไปพิสูจน์ฝีมืออีกครั้งว่าเราไหวแค่ไหน หากโอกาสสุดท้ายในครั้งนี้ไปแล้วไม่ประสบความสำเร็จกลับมาอีก ก็คงต้องพิจารณาตัวเองใหม่ว่าจะเอาอย่างไรดี คือหันหลังให้สนุกเกอร์อาชีพโลกโดยทันที พร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ๆ ได้เดินทางไปหาฝันของตัวเองบ้าง เพราะส่วนตัวก็อายุมากแล้ว ถึงเวลาต้องรีไทร์ตัวเอง"
 "อีกทางเลือกก็คือ กลับไปรับใช้ทีมชาติไทยในกีฬาซีเกมส์ และเอเชี่ยนเกมส์ และลงแข่งขันอาชีพในเมืองไทยแค่นั้นพอ เพราะในประเทศก็ไม่ได้เป็นสองรองใคร สุดท้ายหลังจากเลิกเล่นตลอดชีวิตแล้วก็อาจจะเบนเข็มไปเป็นผู้ฝึกสอน หรือเข้าไปเป็นคณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย เนื่องจากกีฬาประเภทนี้ต้องการคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาเรียนรู้บริหารงานบ้าง เพื่อจะได้สานงานต่อจากคนรุ่นเก่าได้ทันท่วงที" ต๋อง กล่าว