ข่าว

กกต.เตรียมถกทุกพรรคเคาะวันเลือกตั้ง

กกต.เตรียมถกทุกพรรคเคาะวันเลือกตั้ง

21 มี.ค. 2554

"สดศรี"เผยกกต.เตรียมถกทุกพรรคต้นเม.ย.ก่อนเคาะวันเลือกตั้ง ย้ำหาก 26 มิ.ย.ไม่พร้อมอาจเลื่อนออก ยันอัดฉีดงบฯสืบสวน เน้นปรามเหตุปะทะในสนามเลือกตั้ง ย้ำขัดขวางเลือกตั้งผิดกม.

   (21 มี.ค.)นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงกรณีที่นายกฯประกาศยุบสภาในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม กกต.ได้ดูถึงเวลาที่เหมาะสมในการเลือกตั้งแล้วหรือไม่ว่า การเลือกตั้งจะต้องไม่น้อยกว่า 45 วันแต่ไม่เกิน 60 วันนับแต่วันยุบสภา โดยวันเลือกตั้งจะต้องเป็นวันอาทิตย์ ดังนั้นก่อนที่จะมีการกำหนดวันเลือกตั้งกกต.จะมีการประชุมพรรคการเมืองทั้งหมดในต้นเดือนเมษายนนี้เพื่อหาวันที่เหมาะสมในวันจัดเลือกตั้ง

 เนื่องจากที่ผ่านมาศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่าการกำหนดวันเลือกตั้งจะต้องให้พรรคการเมืองได้ทราบด้วย และยังประชุมเพื่อหารือถึงค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งส.ส.ด้วยที่เดิมตามพ.ร.บ.พรรคการเมือง 2550 กำหนดให้ใช้จ่ายได้คนละ 1.5 ล้านบาท โดยกกต.จะสอบถามพรรคการเมืองว่า 1.5 ล้านบาทยังใช้จ่ายพอหรือไม่ หรือจะปรับเพิ่มหรือลดลง รวมทั้งค่าใช้จ่ายส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์)จะให้เหมือนกับส.ส.สัดส่วนแบบเดิมหรือไม่ที่จะต้องมีการพูดคุยกับพรรคการเมืองก่อนจะมีการออกระเบียบกกต.ต่อไป

 เมื่อถามว่า วันที่ 26 มิถุนายนและวันที่ 3 กรกฎาคมเหมาะสมเป็นวันเลือกตั้งหรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่า ต้องให้พรรคการเมืองมีส่วนกำหนดวันเลือกตั้งด้วย เพียงแต่กกต.จะตั้งตุ๊กตาไว้ แต่วันที่ 26 มิถุนายนนั้นการทำงานหรือเตรียมความพร้อมจะเรียบร้อยหรือไม่ เพราะหากยังไม่เรียบร้อยกกต.ก็ต้องเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป แต่ยืนยันจะต้องฟังเสียงของพรรคการเมืองก่อนที่กกต.จะกำหนดวันเลือกตั้งด้วย โดยตอนนี้กกต.ยังไม่กำหนดวันเลือกตั้งชัดเจน ซึ่งที่ผ่านมามีเพียงคาดการณ์กันเท่านั้น

 นางสดศรี กล่าวถึงกรณีพ.ร.บ.จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬมีผลบังคับใช้ว่า การแบ่งเขตส.ส.ในส่วน จ.บึงกาฬ เพียงแต่จะต้องไปดึงส.ส.จากจ.หนองคายมาให้จ.บึงกาฬแท นและจะต้องดูว่าประชากรจังหวัดบึงกาฬมีจำนวนเท่าใดถึงมาคำนวณการส.ส.ว่าจะได้ 1-2 คนหรือไม่ ขณะที่การสรรหาส.ว.ก็จะเหลือเพียง 73 คน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนายกรัฐมนตรีเกือบจะถูกผู้ไม่หวังดีปาไข่จะเป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้งทั่วไปหรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่า กกต.ได้ประเมินผลกันแล้วที่จะต้องใช้งบประมาณจำนวน 500 กว่าล้านบาทจากงบเลือกตั้ง 3.8 พันล้านบาทที่จะอยู่ในด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย เพื่อนำไปอบรมพนักงานสืบสวนสอบสวน และตั้งพนักงานเพื่อไปหาข่าวป้องกันเหตุร้ายโดยกกต.จะต้องร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และทหารเพื่อช่วยผู้ลงพื้นที่เลือกตั้ง

   โดยเห็นว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้เพราะแม้แต่นายกฯก็ยังหาคนป้องกันท่านได้ยาก ดังนั้นถ้าพรรคการเมืองไม่มีฐานเสียงในภาคใดหากไปหาเสียงภาคนั้นแล้วก็อาจมีปัญหาในเรื่องมวลชนได้ ซึ่งกกต.จะต้องระดมพลช่วยเหลือเพื่อขจัดเหตุร้ายที่เกิดขึ้น

 " การขัดขวางการเลือกตั้งก็มีโทษตามมาตรา 57 ของพ.ร.บ.การเลือกตั้งที่มีโทษจำและปรับ และแม้ขณะนี้ยังไม่มีเลือกตั้งแต่ในบางจังหวัดมีการประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงซึ่งยังเอาไม่อยู่ แล้วถ้ามีเลือกตั้งไม่มีพ.ร.บ.ดังกล่าวไว้จะเกิดอะไรขึ้นมา แต่กกต.จะพยายามให้เกิดเหตุน้อยที่สุด ดังนั้นช่วงมีการหาเสียงอย่าใช้ระบบม็อบไปทำร้ายกัน หรือให้ผู้สมัครทำพิธีสาบานในการเลือกตั้งสมานฉันท์ว่าจะไม่ก่อเหตุจะร่วมมือกกต.ไม่ให้เลือกตั้งมีปัญหา" นางสดศรี กล่าว