ข่าว

'คนไทย' เรียนรู้อะไรจากภัยพิบัติที่ญี่ปุ่น

'คนไทย' เรียนรู้อะไรจากภัยพิบัติที่ญี่ปุ่น

23 มี.ค. 2554

ไม่เพียงแต่วิกฤติทางการเงินเท่านั้น ที่ทำให้คนทั่วโลกปวดเศียรเวียนเกล้า มาวันนี้คงต้องให้ความใส่ใจกับภัยพิบัติธรรมชาติเป็นเท่าทวี เพราะมีบทเรียนราคาแพงที่มนุษย์ต้องแลกมาด้วยชีวิตอีกทั้งทรัพย์สินที่มิอาจประเมินค่าได้ ดูตัวอย่างมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและเทคโนโ

 แต่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ...ในห้วงของความเสียหาย ผู้คนล้มตายเรือนหมื่น กลับได้พบบางสิ่งที่ไม่อาจพบเห็นได้ในสภาวะปกติ ชวนให้ย้อนกลับมามองเมืองไทย หรือผู้คนในอีกหลายซีกโลก หลายเสียงสะท้อนมุมมอง ลองมากระซิบถามความคิดเห็นของเหล่าเซเลบริตี้กันบ้างว่า ได้เห็นหรือเรียนรู้อะไรจากความโหดร้ายของมหาภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบ้าง....

 หนึ่งคนไทยที่ได้รับผลกระทบโดยตรง "ปรางค์" อภินรา ศรีกาญจนา นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยวาเซดะ ในกรุงโตเกียว ซึ่งกลับบ้านช่วงซัมเมอร์พอดีจึงไม่ต้องเผชิญกับความวุ่นวาย เจ้าตัวเล่าว่าไปใช้ชีวิตเรียนหนังสือที่ญี่ปุ่นกว่า 3 ปี และมักพบแผ่นดินไหวบ่อยๆ แต่จะเป็นการสั่นไหวขนาดเล็กราว 4-5 ริกเตอร์ ซึ่งคนญี่ปุ่นเคยชินดี แต่ครั้งนี้นับว่ารุนแรงที่สุด ทำให้ผู้คนตื่นกลัวและตื่นตระหนกบ้าง ขณะเดียวกันก็ได้เห็นสติของคนชาตินี้ที่น่าทึ่งมาก

 "เท่าที่ติดตามข่าว รัฐบาลญี่ปุ่นมีความมั่นใจสูงว่าสามารถดูแลประชาชนและประเทศของเขาได้ ทำให้ผู้คนไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป มีการเตรียมพร้อมอย่างดี แม้จะมีการเตือนแค่ 6 นาทีก่อนเกิดสึนามิ ถัดมาคือเรื่องน้ำใจของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นนักกู้ภัย อาสาสมัคร หรือแม้แต่คนไทยเองก็ยังยื่นมือช่วย และที่น่าชื่นชมก็เห็นจะเป็นความมีสติและระเบียบวินัย เห็นเพื่อนที่ญี่ปุ่นเล่าว่าตอนเกิดแผ่นดินไหวรถก็หยุดไฟแดงไม่ได้วิ่งฝ่าไป ส่วนคนก็หยุดรอ นี่เองที่อาจทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตไม่ได้เพิ่มขึ้น ถามว่าธรรมชาติขนาดใหญ่แบบนี้กลัวไหม ตอนแรกไม่กลัวเพราะเชื่อมั่น แต่ลึกๆ พอเห็นความเสียหายแล้วมหาวิทยาลัยก็เลื่อนเปิดไปอีกเป็นเดือนพฤษภาคมก็กลุ้มเหมือนกัน แต่พอมามองคนอื่นที่เสียบ้านทั้งหลัง ชีวิตญาติพี่น้องอีกทำให้เรารู้สึกว่าปัญหาของเราเล็กไปเลย ก็ได้แต่ภาวนาให้ทุกอย่างกลับมาดีเหมือนเดิม" สาวนักศึกษาไทยในญี่ปุ่น เผย 

 ด้านผู้ที่เคยไปสัมผัสความสวยงามของเมืองเซนไดมาแล้วอย่าง "คุณอิ๊งค์" ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ บอกว่า พอได้เห็นภาพความเสียหายในภัยพิบัติแบบหน้ามือเป็นหลังมือก็อดคิดไม่ได้ว่า อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้และไม่จีรังยั่งยืนเสียจริง ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นคนประเทศไหนๆ เจ้าตัวก็อยากให้เตรียมตัวเตรียมใจตั้งตัวเองให้อยู่ในความไม่ประมาท สามารถรับมือกับภัยธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้อย่างมีสติจะดีกว่า

 "สิ่งที่คนไทยน่าจะเรียนรู้จากเหตุการณ์ครั้งนี้ อย่างแรกคือคนญี่ปุ่นมีวิธีการรับมือกับภัยธรรมชาติได้อย่างมีสติและมีระเบียบมากๆ เราก็ควรปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่มีระเบียบแบบนั้นบ้าง ส่วนด้านธรรมชาติในประเทศไทยก็มีทะเลเยอะ แล้วก็เคยพบรอยเลื่อนของพื้นดินบ้างแล้ว เรื่องระบบเตือนภัยเราก็ควรจะใส่ใจกันให้มากขึ้นเพื่อจะได้เตรียมรับมือกันได้ทัน และที่สำคัญเลยคือเรื่องเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่เป็นเรื่องอันตรายมาก ขนาดคนญี่ปุ่นที่ฉลาดและมีวินัยสูงยังพลาดได้ ในประเทศไทยเองก็ยังไม่ควรนำเทคโนโลยีนี้มาใช้เช่นกัน" คุณอิ๊งค์ เสนอข้อคิดเห็น

 หันมาฟังความคิดเห็นของรีเลชั่นส์ สไตลิสต์ แห่งโรงแรมโฮเท็ลมิวส์ "กบ" อาภาศิริ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ที่บอกว่า ภัยพิบัติที่เกิดจากธรรมชาติเป็นเรื่องที่น่ากลัวและยากต่อการควบคุม ในประเทศญี่ปุ่นมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และคงมีการให้ความรู้ในการป้องกันตัวเองหากเกิดแผ่นดินไหวขึ้น แต่ครั้งนี้เกิดขึ้นรุนแรงมาก ซึ่งเราคงไม่ต้องพูดถึงก่อนเกิดเหตุ แต่ควรมาพูดถึงว่าเมื่อเกิดขึ้นแล้วควรทำอย่างไรมากกว่า

 "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นนอกจากจะส่งผลกระทบในประเทศ แล้วยังส่งผลไปยังหลายๆ ประเทศด้วย อย่างเมืองไทยก็อย่างเช่นอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ คือบ้านเราเป็นแหล่งผลิตชิ้นส่วนรถยนต์เพื่อส่งไปประกอบในญี่ปุ่น เมื่อเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิ โรงงานที่โน่นต้องปิดตัวลง ทำให้เราไม่สามารถส่งออกชิ้นส่วนเหล่านี้ได้ แต่สิ่งที่สะท้อนสู่สายตาคนทั่วโลกคือคนญี่ปุ่นมีสติสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดี และได้เห็น้ำใจคนทั่วโลก" สาวกบ กล่าวชื่นชม

 ทั้งนี้ การมองภัยธรรมชาติอย่างเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเจ้าพ่อธรรมะ ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ให้ทัศนะว่า ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทำให้นึกถึงปัจฉิม โอวาทของพระพุทธเจ้าที่เตือนเราทุกคนก่อนที่จะดับขันธ์นิพพานว่า มนุษย์ทั้งหลายจงเป็นผู้ที่ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้สามารถเกิดขึ้นกับเราได้ทุกที่ทุกเวลา ทุกสิ่งล้วนตกอยู่ในกฎพระไตรลักษณ์ คือ ความไม่เที่ยง ไม่ทน และไม่แท้

 "สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เราได้เห็นความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง นั่นคือ ความเห็นใจ ความสงสาร เหมือนเราได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์เหล่านั้นด้วย อะไรทำได้หยิบยื่นให้หมดโดยไม่ได้สนใจว่าเขาเป็นคนชาติไหน แล้วยังมีอีกบทเรียนที่คนไทยควรจะเรียนรู้ จดจำ และควรจะทำตามอย่างยิ่งนั่นคือ ความมีระเบียบวินัย ความอดทน และขันติธรรม คนญี่ปุ่นทำให้ชาวโลกได้เห็นอย่างงดงาม พวกเขามีสติมากและยังคงรักษาระเบียบวินัยเอาไว้ได้เสมอ เข้าคิวซื้อของยาวเป็นกิโลๆ พากเขาเห็นประโยชน์ส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนตัว น้ำดื่มเขาขาดแคลนมากแต่ร้านค้าในประเทศญี่ปุ่น ไม่มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือกักตุนสินค้าเพราะเขาเห็นใจกัน นี่เป็นสิ่งที่งดงามมากอยากจะให้คนไทยเป็นเหมือนคนญี่ปุ่น

 ท้ายที่สุด คือ สอนให้เรารู้ว่า ชีวิตคนเราเหมือนฝุ่นผงธุลี เราเห็นคลื่นสึนามิพัดเรือ รถ เครื่องบินไปหมด ชีวิตเราก็มีแค่นั้นไม่สามารถฝืนธรรมชาติได้ เห็นได้ชัดว่าภัยพิบัติเหล่านี้เกิดจากการที่เราไม่กตัญญูกับธรรมชาติ ตอนนี้ธรรมชาติกำลังเอาคืนเราอยู่ ซึ่งไม่สามารถจะหยุดยั้งได้ ดังนั้นเมื่อเราเป็นเพียงผู้อาศัยอยู่ในโลกนี้ชั่วคราว จึงไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของอะไรทั้งนั้น อยากให้ทุกคนเห็นความจริงตรงนี้จะได้ใช้ ชีวิตให้คุ้มค่ากับการเกิดมาเป็นมนุษย์ผู้มีใจสูง" ดนัย เน้นย้ำปิดท้าย