
สตูลทุ่ม 50 ล้านฟื้นฟูสัตว์น้ำ ทิ้งปะการัง 4 อำเภอ-เน้นธรรมชาติสมดุล
สตูล-อบจ.สตูล ทุ่มงบประมาณของกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น 50 ล้านบาท จัดทำโครงการฟื้นฟูสัตว์น้ำและธรรมชาติ ปล่อยปะการังเทียม 5 จุดสำคัญ ในพื้นที่ 4 อำเภอ ในทะเลอันดามัน เพื่อส่งเสริมความสมดุลทางธรรมชาติ
นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล (อบจ.สตูล) กล่าวว่า กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นได้จัดงบประมาณให้ อบจ.สตูล จำนวน 50 ล้านบาท เพื่อดำเนินการจัดทำโครงการฟื้นฟูสัตว์น้ำและธรรมชาติเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเลในพื้นที่ 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.ท่าแพ อ.ทุ่งหว้า และอ.ละงู ซึ่ง อบต.เกาะสาหร่าย และอบต.ปูยู กำลังดำเนินการปล่อยปะการังเทียมในพื้นที่รอบเกาะ
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว อบจ.สตูล มีวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างปะการังเทียมตามเป้าหมายของส่วนกลาง โดยการปล่อยปะการังเทียมเพื่อเป็นการฟื้นฟูสัตว์น้ำและส่งเสริมธรรมชาติให้เกิดความสมดุลขึ้น โดยจะปล่อยปะการังเทียมในบริเวณชายฝั่งอันดามันตามเกาะที่มีประชากรทำอาชีพประมง เพื่อเป็นการเพิ่มเศรษฐกิจและส่งเสริมประมงพื้นบ้าน
นายสัมฤทธิ์ กล่าวอีกว่า โดยบริเวณเกาะตะรุเตาและเกาะอาดังราวี อบจ.สตูล ไม่มีนโยบายที่จะไปปล่อยปะการังเทียม เนื่องจากมีประมงขนาดใหญ่ที่ประชาชนต้องทำมาหากินและทำอาชีพประมงบริเวณเกาะตะรุเตาและเกาะอาดังราวีอยู่แล้ว นโยบาย อบจ.สตูล ต้องการปล่อยปะการังเทียมเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งอันดามัน เช่น เกาะสาหร่าย และเกาะปูยู เป็นต้น ซึ่งขณะนี้การดำเนินการจำนวน 5 จุด ได้ดำเนินการไปแล้วถึง 80 เปอร์เซ็นต์ โดยล่าสุดกำลังดำเนินการที่เกาะปูยู และเกาะยาว รวมถึงพื้นที่ตำมะลัง
ด้านนายมาเลย์ โต๊ะดิน นายก อบต.ปูยู กล่าวว่า อบต.ปูยู พร้อมจะดำเนินการปล่อยปะการังเทียมตามนโยบายของ อบจ.สตูล เนื่องจากเล็งเห็นว่าการปล่อยปะการังเทียมเป็นการฟื้นฟูสัตว์น้ำและทำให้ธรรมชาติคงความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การปล่อยปะการังเทียม หลังจากเสร็จสิ้นแล้วประมาณ 6 เดือน สัตว์น้ำต่างๆ ก็จะกลับเข้ามาอาศัยในปะการังเทียมและมีการขยายพันธุ์สัตว์น้ำอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้สภาพสัตว์น้ำในบริเวณเกาะปูยูและเกาะยาวสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ชาวบ้านนอกจากจะมีอาชีพการหาปลาแล้วยังสามารถนำนักท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างประเทศเข้ามาตกปลาในบริเวณดังกล่าวได้ด้วย จึงเห็นว่าที่ อบจ.สตูล และกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นได้ดำเนินการผลักดันงบประมาณและโครงการดังกล่าวเข้ามายัง จ.สตูล และอบต.ที่อยู่บริเวณทะเลเป็นการเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติให้ประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่มากยิ่งขึ้น



