ข่าว

"กต."ถกท่าที"ไทย"ต่อปัญหา"ลิเบีย"

"กต."ถกท่าที"ไทย"ต่อปัญหา"ลิเบีย"

21 มี.ค. 2554

"กต." ถกท่าที "ไทย" ต่อปัญหา "ลิเบีย" ก่อนชงความเห็นให้ครม.มีมติ ย้ำชัดยังไม่พิจารณาส่งทหารเข้าไปร่วมปฏิบัติการ " สรจักร-ไชยวัฒน์ " หวั่นยูเอ็นฯสั่งห้ามบินเหนือน่านฟ้าลิเบีย จะส่งผลให้เกิดการเปิดฉากถล่มภาคพื้นดินอย่างหนัก และจะยกระดับเป็นสงครามเต็มรูปแบ

(21มี.ค.) นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ล่าสุดของประเทศลิเบีย ว่า ปัจจุบันมีคนไทยเหลืออยู่ 86 คน กระจายตามพื้นที่ต่างๆ แต่อยู่ที่กรุงตริโปลี 35 คน เมืองเบงกาซี จำนวน 15 คน อย่างไรก็ตามในจำนวน 86 คน มี 40 คน เป็นแรงงานเลือกอยู่ทำงาน ที่เหลือมีครอบครัวตั้งรกรากอยู่ในประเทศลิเบีย แต่เมื่อสถานการณ์ได้พัฒนารุนแรงมากขึ้น กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงตริโปลี ติดต่อสอบถามคนไทยทั้งหมดอีกครั้งว่าจะประสงค์เดินทางกลับประเทศหรือไม่ หากต้องการเดินทางกลับพร้อมอำนวยความสะดวกในเรื่องการเดินทาง ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

 ส่วนท่าทีไทยต่อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่มีต่อประเทศลิเบีย   นายธานี กล่าวว่า ในฐานะประเทศสมาชิกมีหน้าที่ปฏิบัติการตามข้อมติ ซึ่งอยู่ในระหว่างการหารือกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อขอความเห็นชอบในการปฏิบัติตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ แต่ในชั้นนี้ยังไม่มีเรื่องของการนำกำลังทหารเข้าไปช่วยในปฏิบัติการ

หวั่นยูเอ็นฯห้ามบินเหนือน่านฟ้าลิเบียเปิดฉากยิงหนัก

 นายสรจักร เกษมสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด และนายไชยวัฒน์ ค้ำชู ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเมืองเปรียบเทียบ ทฤษฎีการเมือง เอเซียตะวันออก ได้ร่วมกันวิพากษ์สถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศลิเบีย ในรายการ "หมุนตามโลก"

 โดยนายสรจักร กล่าวว่า ในข้อกำหนดองค์การสหประชาชาติได้ระบุไว้ว่ารัฐของแต่ละประเทศจะต้องให้ความคุ้มครอง ดูแลความปลอดภัยประชาชนภายในชาตของตนเอง ไม่ใช่มาทำลาย หรือมาฆ่าฟันประชาชนในชาติของตนเอง โดยเฉพาะการฆ่าฟันในลักษณะการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ รวมทั้งการใช้ความรุนแรงจนลุกลามถึงขั้นการละเมิดหลักมนุษยธรรมอย่างรุนแรง จนทำให้เกิดอาชญากรรมสงครามภายในประเทศ ซึ่งฝนสิ่งเหล่านี้รัฐบาลของแต่ละประเศจะต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้่น และหากรัฐบาลของประเทศนั้นไม่สามารถให้การดูแลได้ รัฐดังกล่าวก็ไม่สามารถที่จะมากล่าวอ้างอำนาจอธิปไตยของตัวเองไม่ได้ เพราะอำนาจอธิปไตยดังกล่าวคือการแสดงความรับผิดชอบไม่สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นได้ และเมื่อรัฐไม่สามารถจะดำเนินการได้ ประชาคมโลกจึงต้องสร้างเกณฑ์ขึ้นมาใหม่ คือ การให้ความคุ้มครองปกป้องช่วยเหลือประชาชนที่กำลังรัฐของตัวเองกำลังทำลายล้าง

 " การกำหนดเขตห้ามบินในลิเบีย ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะไปกำหนดได้ การดำเนินการอะไรต่างๆจะต้องเป็นไปตามกรอบของสหประชาติ และตามกรอบของคณะมนตรีความมั่นคง ตามมติ 1973 เพื่อให้ประชาคมที่เป็นสมาชิกของสหประชาชาติ ดำเนินการปกป้องประชาชนชวาลิเบีย ซึ่งหนึ่งในมาตราการดังกล่าว คือ การกำหนดเขตห้ามบิน โดยการกำหนดดังกล่าวเป็นการลงคะแนนของสมาชิกจำนวน 10 ประเทศ ส่วนอีก 5 ประเทศไม่ลงคะแนนสนับสนุน " นายสรจักร 

  นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า การมติของสหประชาติในครั้งนี้ เราจะเห็นว่ามีเพียงสหรัฐ ฝรั่งเศส แคนนาดา อิตาลี แต่เป็นที่น่าสังเกตุว่าการมีมติดังกล่าวในครั้งนี้ ไม่มีประเทศเยอรมันนี เพราะตัวนายกรัฐมนตรีเยอรมันนีมีความเป็นห่วง และไม่ค่อยมั่นใจในเรื่องความเหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ซึ่งตนเห็นว่าเรื่องนี้คงจะต้องมีการพืจารณากันให้ดี เพราะในอดีตที่ผ่านมาเคยมีปัญหาเกี่ยวกับอิรัก จึงทำให้มองให้เห็นว่าเรื่องนี้ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จะเป็นสงครามอิรักครั้งใหม่ หรือเป็นสงครามบอสเนียฯครั้งใหม่หรือไม่ การที่สหประชาชาติได้เข้าไปให้การคุ้มครองประชาชนชาวลิเบียได้นั้น จะต้องมีเงื่อนไขก่อนที่จะเข้าไปดูแลได้ คือ ต้องมีความฉุกเฉินเรื่องมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปดูแล และมีความพอดีในการดำเนินการควบคุมดูแลรัฐบาลของแต่ละประเทศที่มีการละเมิดไม่ดูแลประชาชนของตนเอง ซึ่งหลักการดำเนินการของสหประชาชาติในครั้งนี้ถือว่าเป็นข้อปฎิบัติที่ได้ทำกันซ้ำกันมาเป็นเวลานาน จนรัฐบาลในหลายชาติก็ได้ให้ความยอมรับจนในก็กลายมาเป็นข้อฎหมายระหว่างประเทศ

 นายสรจักร กล่าวเสริมว่า เงื่อนไขการเข้าไปของสหประชาชาติ จนตอนนี้ตนเชื่อว่ายังไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าเงื่อนไขที่สหประชาชาติเข้าไปจะต้องอยู่ในระดับใด เพราะเราอย่าลืมว่าก่อนที่จะมีการใช้ในประเด็นในเรื่องนี้  ในอดีตที่ผ่านมาได้มีการนำวิธีดังกล่าวมาใช้แล้วถึงสองครั้ง คือ ที่ประเทศอิรัก และบอสเนีย โดยกรณีอิรักไม่ได้ใช้กรอบของสหประชาชาติ เพราะสหรัฐกับอังกฤษได้ดำเนินการกันเอง จนส่งผลให้เกิดความวุ่นวาย ส่วนกรณีบอสเนียนั้นวอร์เรน คริสโตเฟอร์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศในรัฐบาลบลิว คลินตัน สหรัฐฯที่เพิ่งเสียชีวิตไป เป็นผู้ที่รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี ซึ่งในครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ตามกรอบของสหประชาชาติ และการกำหนดเขตห้ามบินที่ออกมานั้น เป็นการมาตราการที่เบาที่สุด อีกจะต้องไม่มีการส่งกองกำลังเข้าไปยึดครองในดินแดนส่วนใดก็ตามของลิเบีย ดังนั้นการที่จะส่งกำลังทางบกเข้าไปในลิเบียนั้นไม่สามารถทำได้ หลังจากนั้นจะต้องมีการเรียกร้องให้มีการหยุดยิง ซึ่งหากมีการหยุดยิงจริง มาตราการต่างๆต่อมาก็จะไม่เกิดขึ้น แต่ทางฝ่ายของรัฐบาลลิเบียก็ไม่ยอมหยุด จึงนำไปสู่การยิงจรวดเข้าไปถล่มของกองกำลังสหประชาชาติ

 " สิ่งหนึ่งที่ผมมีความหวั่นกลัวว่า เมื่อมีการสั่งห้ามบินแล้ว ก็จะเกิดการเปิดฉากถล่มกับทางบกมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้เคยมีตัวอย่างมาแล้วในสงครามอิรัก และบอสเนียฯ ที่ถูกสั่งห้ามบิน ทางรัฐบาลสองประเทศก็เปิดฉากถล่มทางบกมากขึ้น ซึ่งหลายฝ่ายกลัวว่าปัยหาของลิเบียจะย้อนรอยเหมือนกับอิรัก และบอสเนียฯอีก ตรงนี้จะทำให้เกิดการทำสงครามเต็มรูปแบบขึ้นมา