
ญี่ปุ่นจะงดจำหน่ายผลผลิตใกล้นิวเคลียร์
รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมตัดสินใจวันนี้ว่าจะงดจำหน่ายผลผลิตที่มาจากพื้นที่ประสบภัยใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือไม่ หลังพบอาหารชนิดอื่นจากแหล่งอื่นมีสารกัมมันตรังสีนอกเหนือจากผักโขมและนมที่พบการปนเปื้อนก่อนหน้านี้
หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ยูกิโอะ เอดาโนะ บอกว่า มีการตรวจพบระดับสารกัมมันตรังสีที่สูงกว่าปกติในผักโขมและนมจากจังหวัดใกล้เคียงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะเป็นวันที่สอง แต่ยังไม่ถึงขึ้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์ และรัฐบาลจะตัดสินในวันนี้ว่าจะจำกัดการจำหน่ายสินค้าที่มาจากพื้นที่ใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือไม่
นมที่ตรวจพบสารกัมมันตรังสีมาจาก 4 แหล่งผลิตในจังหวัดฟุกุชิม่า ส่วนผักโขมมาจากจังหวัดอิบารากิ ที่อยู่ติดกัน แต่เอดาโนะไม่ได้บอกระดับสารกัมมันตรังสีที่ตรวจพบ ขณะที่สำนักข่าวเกียวโด รายงานว่าระดับสารกัมมันตรังสีที่พบในผักโขมพุ่งสูง 27 เท่าของปริมาณที่กำหนด ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์บอกว่า อนุภาคกัมมันตรังสีอาจไปเกาะตามผักโขม และดูดซึมเข้าไปในใบ ส่วนนมนั้นอาจปนเปื้อนจากการที่วัวไปกินหญ้าที่ปนเปื้อน
นอกจากนี้มีการตรวจพบสารกัมมันตรังสีในผักตั้งโอ๋ใน 3 จังหวัดที่ไม่เคยตรวจพบการสารกัมมันตรังสีก่อนหน้านี้ จึงอาจมีความเป็นไปได้ว่าอาหารปนเปื้อนอาจถูกจำหน่ายออกจากพื้นที่ใกล้เคียงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไปยังจังหวัดอื่นๆแล้ว
ส่วนการตรวจวัดตัวอย่างน้ำประปาในกรุงโตเกียวและ 5 จังหวัดใกล้เคียง พบสารกัมมันตรังสีเช่นกัน แต่อยู่ในระดับที่กำหนด รัฐบาลยืนยันว่าจะเพิ่มการตรวจสอบน้ำประปาต่อไป โดยสั่งให้เจ้าหน้าที่ใน 47 จังหวัด ตรวจสอบผลผลิตทางการเกษตร อาหารทะเล และน้ำดื่ม เพื่อป้องกันการบริโภคอาหารปนเปื้อน
ขณะที่ประเทศเอเชียก็กำลังตรวจสอบสารกัมมันตรังสีจากสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น เช่น ไต้หวันตรวจพบสารกัมมันตภาพรังสีในรูปซีเซียม 137 และไอโอดีน 131 ในถั่วลันเตาหวานที่นำเข้าจากจังหวัดทางตอนใต้ของญี่ปุ่น แต่เป็นระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ส่วนกรมอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาหารของฮ่องกงได้ตรวจผักนำเข้าจากญี่ปุ่น 4 ครั้งในรอบ 24 ชั่วโมงแต่ไม่พบระดับกัมมันตรังสีที่เป็นอันตราย แต่การตรวจไม่ได้รวมถึงผักโขม



