
จำคุกตลอดชีวิตสมคิดมาตกรต่อเนื่อง
ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต แจ็ค เดอะ ริปเปอร์เมืองไทย ฆาตกรฆ่าต่อเนื่องสาวนวดแผนโบราณ - นักร้อง
(21มี.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 10.00 น.ที่ห้องพิจารณาคดี 804 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลได้อ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ ด. 3776/2548 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสมคิด พุ่มพวง อายุ 42 ปี ชาวนครศรีธรรมราช ฉายา “ แจ็ค เดอะ ริปเปอร์ ” เมืองไทย ฆาตกรต่อเนื่องหมอนวดแผนโบราณ เป็นจำเลย ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมาน โดยกระทำการทารุณโหดร้าย และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
โดยคดีนี้ อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 48 บรรยายความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 48 ระหว่างเวลากลางคืน จำเลยได้เจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กระทำโดยทรมาน ทารุณโหดร้ายเป็นเหตุให้นางพัชรีย์ อมตนิรันดร์ นักร้องคาเฟ่ ขาดอากาศหายใจถึงแก่ความตาย ซึ่งหลังจากกระทำการแล้วจำเลยได้ลักเอาโทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง ราคา 1,000 บาท และเงินสดจำนวน 2,000 บาท รวมราคา 3,000 บาท ของนางพัชรีย์ ผู้ตายไปโดยทุจริต เหตุเกิดที่ ต.ทับเทียง อ.เมือง จ.ตรัง ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4)(5),335
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายนำสืบหักล้างกันแล้ว เห็นว่า โจทก์มีพยาน ซึ่งได้พบกับจำเลยช่วงเกิดเหตุ และได้ติดต่อ น.ส.พัชรีย์ เพื่อร่วมหลับนอนจำเลยโดยตกลงราคา 2 คืน 4,000 บาท ขณะที่มีพยาน เบิกความด้วยว่าช่วงเวลาเที่ยงคืน ได้นำเงินค่าแชร์ ไปมอบให้จำเลยที่โรงแรมด้วย นอกจากนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน เบิกความอีกว่า มีชื่อจำเลยปรากฏในการเข้าพัก ซึ่งหลังเกิดเหตุยังพบว่าจำเลยได้หลบหนีไป แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยาน เห็นเหตุการณ์ แต่ยังมีเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐาน เบิกความว่าได้นำเส้นผม เส้นขน และลายนิ้วมือแฝง มาตรวจหาดีเอ็นเอ เปรียบเทียบกับของจำเลย พบว่าตรงกัน และผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยังยืนยันว่าพันธุกรรมที่ปรากฏไม่มีความขัดแย้งกัน ซึ่งพยานโจทก์ ดังกล่าวต่างเป็นเจ้าหน้าที่ และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน จึงเชื่อว่าพยานโจทก์เบิกความไปตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา
ส่วนที่จำเลย นำสืบต่อสู้ อ้างถิ่นที่อยู่นั้นฟังไม่ขึ้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏพฤติการณ์ดังกล่าว ประกอกับมีพยานแวดล้อม เบิกความสอดคล้องกัน จึงฟังได้ว่า จำเลยเป็นคนร้ายฆ่าผู้ตาย โดยมีประเด็นต้องวินิจฉัยต่อว่า เป็นการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง และทารุณโหดร้าย หรือไม่ ศาลเห็นว่า พฤติการณ์ที่ผู้ตาย ขาดอากาศหายใจซึ่งถูกสายไฟที่ได้มาจากโคมไฟในห้องพัก รัดจนเสียชีวิต ที่เป็นการนำสิ่งของที่มีอยู่ในห้องพักมากระทำผิด จึงยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการฆ่าโดยไตร่ตรอง และทารุณโหดร้าย
สำหรับความผิดลักทรัพย์นั้นเห็นว่าโจทก์มีเพียงพยานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบิกความยืนยันว่า พบซิมการ์ด โทรศัพท์ผู้ตาย จากจำเลย จึงฟังได้ว่าจำเลยลักโทรศัพท์ผู้ตายไป ส่วนกระเป๋าเงินผู้ตายที่สูญหายไปนั้น ยังไม่มีพยานเบิกความให้รับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ลักเอาไป
ศาลพิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดหลายกรรม ให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรม ซึ่งจำเลยมีความผิดตามมาตรา 288 ฐานฆ่าผู้อื่น ให้จำคุกตลอดชีวิต และมาตรา 334 ฐานลักทรัพย์ผู้อื่น จำคุก 2 ปี แต่เมื่อรวมลงโทษทุกความผิดแล้วให้จำคุกไว้ตลอดชีวิต และให้ริบของกลาง พร้อมทั้งชดใช้เงิน 700 บาทค่าทรัพย์สินคืนให้ทายาทผู้ตายด้วย ส่วนข้อหาอื่นให้ยก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้เป็นสำนวนที่ 4 ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษา โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 21 ส.ค.52 ศาลอาญา มีคำพิพากษาประหารชีวิต คดีดำที่ อ.3223/2548 ที่นายสมคิด ก่อเหตุฆ่า น.ส.วารุณี พิมพะบุตร อายุ 25 ปี นักร้องสาว “ แสงตะวันคาเฟ่ ” ในห้องพักโรงแรมพลอยพาเลซ จ.มุกดาหาร แต่คำให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ศาลจึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต
เมื่อวันที่ 12 ก.พ.53 พิพากษาประหารชีวิต นายสมคิด คดีดำที่ อ. 3232/2548 ก่อเหตุฆ่า น . ส.สมปอง พิมพรภิรมย์ อายุ 25 ปี อาชีพหมอนวดแผนโบราณ ที่โรงแรมปิยะแมนชั่น จ. บุรีรัมย์ ในปี 2548 แต่คำให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ศาลจึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต
และเมื่อวันที่ 2 มี.ค.53 ศาลพิพากษาประหารชีวิต กรณีที่ใช้กำลังประทุษร้ายบีบรัดคอ น.ส. ผ่องพรรณ ทรัพย์ชัย หมอนวดแผนโบราณจนเสียชีวิต เหตุเกิดที่ จ.ลำปาง เมื่อปี 2548



