
'อังกฤษ-ฝรั่งเศส'สนธิกำลังถล่มลิเบีย
อังกฤษ ฝรั่งเศส สนธิกำลังกันถล่มลิเบีย ขณะที่ชาวทริโปลีต่อต้านอเมริกัน ส่วนแคนาดาเตรียมเรืออพยพพลเรือน
(21มี.ค.) เว็บไซท์หนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทม์ส รายงานว่า กองกำลังทางอากาศของอังกฤษ และฝรั่งเศสได้สนธิกำลังกันถล่มทางอากาศ ต่อระบบต่อต้านอากาศยานและกองกำลังภาคพื้นดินของลิเบีย ทำให้เกิดการยิงตอบโต้อย่างเข้มข้นเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่สองของการใช้ปฏิบัติการทางทหารของนานาชาติ อันเป็นบททดสอบความอยู่รอดของขุมกำลังของพันเอกโมอัมมาร์กัดดาฟี
เมื่อวันอาทิตย์ มีกลุ่มควันลอยขึ้นมาจาก บับ อาซิเซีย สถานที่พำนักของพันเอกกัดดาฟี หลังถูกถล่มด้วยระเบิด ท่ามกลางเสียงดังสนั่นหวั่นไหวของปืนต่อต้านอากาศยานและปืนชนิดอื่น ถนนในกรุงทริโปลี เต็มไปด้วยเสียงแตรรถยนต์,เสียงตะโกนและเสียงยิงปืนของพวกที่ยังภักดีต่อพันเองกัดดาฟี ที่ยังยึดครองถนนทุกสายในเมืองหลวง
หลังจากพุ่งเป้าการโจมตีไปที่ระบบป้องกันทางอากาศในช่วงชั่วโมงแรกๆของเริ่มต้นปฏิบัติการสหรัฐและกองกำลังผสม ได้ขยายการโจมตีไปยังเป้าหมายที่เป็นกองกำลังทางภาคพื้นดิน ที่เป็นภัยคุกคามต่อพลเรือนหรือมีขีดความสามารถที่จะสอยเครื่องบินรบที่อยู่ในแผนการบังคับใช้เขตห้ามบิน
พันเอกกัดดาฟี ประกาศว่า เขาจขะยอมตายเพื่อปกป้องลิเบีย และประนามสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นการรุกรานทางทหารอย่างเห็นได้ชัด เขาประกาศด้วยว่าจะโจมตีเป้าหมายทั้งพลเรือนและทหารในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ลิเบียจะชนะในการสู้รบ น้ำมันจะไม่ไปตกอยู่ในมือสหรัฐ ฝรั่งเศส หรืออังกฤษ
นายมูซา อิบราฮิม โฆษกรัฐบาลลิเบีย แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่า ถ้าเบียล่ม แถบเมดิเตอร์เรเนียนทั้งหมด ก็ต้องล่มตามไปด้วย รัฐบาลจะติดอาวุธให้ประชาชน ผู้ชายและผู้หญิง จะไม่ยอมสูญเสียลิเบียเหมือนปาเลสไตน์ อิรัก โซมาเลีย หรืออัฟกานิสถาน ผู้สื่อข่าว รายงานด้วยว่ามีผู้ประท้วงที่โกรธแค้นหลายร้อยคน ได้ร้องตะโกนต่อต้านอเมริกัน และสนับสนุนพันเอกกัดดาฟี
เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐ มีเป้าหมายที่จะโค่นอำนาจพันเอกกัดดาฟี แต่ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน พลเรือเอกไมเคิล จี มุลเล่น ประธานเสนาธิการทหารร่วม ให้สัมภาษณ์รายการมีท เดอะ เพรสส์ ของสถานีโทรทัศน์ NBC ว่า การใช้ปฏิบัติการทางทหารจำกัดเพียงแค่การปกป้องชีวิตของพลเรือน และอาจไม่ส่งผลให้พันเอกกัดดาฟี ยอมสละอำนาจ ด้านแหล่งข่าวระดับสูงในสหรัฐ ที่ไม่ต้องการเปิดเผยนามเพราะเป็นประเด็นอ่อนไหว ระบุว่าสหรัฐและชาติพันธมิตรต้องการใช้แนวทางที่ไม่ใช่ทางทหาร บีบพันเอกกัดาฟี ที่รวมทั้งการบั่นทอนเศรษฐกิจของลิเบียและโดดเดี่ยวทางการทูตต่อเขา ท่ามกลางเสียงเตือนว่าการไม่ลงมืออย่างเด็ดขาด การปล่อยให้ลิเบียตกอยู่ในสภาพไร้ขื่อแป อาจกลายเป็นสวรรค์ของผู้ก่อการร้าย
ด้านนายปีเตอร์ แม็คเคย์ รัฐมนตรีกลาโหมของแคนาดา แถลงว่า เครื่องบินของแคนาดาได้พร้อมจะใช้ยุทธศาสตร์ระดับสูบในการโจมตีด้วยเช่นกัน โดยเครื่องบินรบ CF-18 จำนวน6 ลำ จากฐานทัพในอิตาลี ได้ถูกส่งไปพร้อมกับบุคลากรทางทหาร 140-150 นาย เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการร่วมกับชาติพันธมิตร เพื่อบังคับใช้เขตห้ามบินตามมติแก้ปัญหาที่ 1973ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ นอกจากนี้ เรือ HMCS ชาร์ล็อตต์ทาวน์ ได้ไปลอยลำอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ใกล้กับช่องแคบยิบรอลต้า เพื่อเตรียมอพยพพลเรือน และอาจเข้าร่วมการปิดล้อมลิเบียด้วย



