
2 ศิลปินเอกเสกสรรค์ศิลปะ "7 รอบพระนักษัตริย์"
ถึงจะเป็นสถาบันที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังให้ความสำคัญกับเรื่องศิลปะควบคู่ไปด้วย ดูอย่างล่าสุด อรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ จัดนิทรรศการและศิลปกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องใ
อรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล กล่าวว่า ปี 2554 นับเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ของชาวไทย เนื่องด้วยเป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 บริษัทจึงได้จัดทำโครงการพิเศษขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ได้แก่ โครงการศิลปบรรณาการจากทิสโก้ 7 รอบพระนักษัตร โดยนำสัญลักษณ์รูปกระต่าย มารังสรรค์ผลงานศิลปกรรมที่มีนามอันเป็นมงคล น้องเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย
"โครงการศิลปบรรณาการ ประกอบด้วยการแสดงผลงานศิลปกรรมเฉลิมพระเกียรติจาก 2 ศิลปินเอกของเมืองไทย ได้แก่ อ.ช่วง มูลพินิจ ศิลปินเจ้าของผลงาน "ทานบารมี" อันเป็นบารมีสูงสุดของมหาบุรุษ, สมศักดิ์ คงนะภักดี เจ้าของผลงานประติมากรรม "7 รอบพระนักษัตร" ที่มีกระต่าย 7 ตัววิ่งเวียนอยู่ในวงกลมอย่างร่าเริงแข็งแรง เพื่อสื่อถึงปีพระราชสมภพครบ 7 รอบ และนอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอด 84 ปีที่ผ่านมา โดยการเรียงลำดับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ โครงการพระราชดำริ ตลอดจนศิลปกรรมฝีพระหัตถ์ ซึ่งออกแบบโดยมูลนิธิหอศิลปะแห่งรัชกาลที่ 9 อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "อัครศิลปิน" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าว
อ.ช่วง มูลพินิจ จิตรกรชื่อดังกล่าวถึงแรงบันดาลใจของผลงานชิ้นดังกล่าวว่า ประกอบด้วย ดาว 7 ดวง ก็คือ 7 รอบพระนักษัตร ส่วนภาพสัญลักษณ์ 84 กลางกลีบบัวบานซึ่งหมายถึง 84 พรรษาที่ห่อหุ้มด้วยพุทธิปัญญามาตลอด ส่วนภาพกระต่ายโพธิสัตว์ประทับนั่งบนเมล็ดข้าวแห่ง "ทานบารมี" คือ กษัตริย์เกษตร ผู้มีบารมีอันสูงสุด
ส่วน สมศักดิ์ คงนะภักดี เล่าถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรม "7 รอบพระนักษัตร" ว่าที่เลือกใช้กระต่าย 7 ตัว เพราะต้องการสื่อถึงปีแห่งพระราชสมภพแทนการใช้ภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งตัวชิ้นงานจะมีความสัมพันธ์อันสอดคล้องกันทั้งในเรื่องของจังหวะเส้น และปริมาตรรูปทรงตัวกระต่ายที่เชื่อมโยงเกิดเป็นความกลมกลืน มีเอกภาพและแสดงถึงความเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง ซึ่งก็หมายถึงการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขด้วยความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว โดยใช้ระยะเวลาในการสร้างสรรค์ผลงานประมาณ 2 เดือนทั้งผลงานจริงและผลงานย่อส่วนจำนวน 300 ชิ้น
นอกจากนี้ยังมีผลงานศิลปะภาพพิมพ์ของ บุญมี แสงขำ ซึ่งทำขึ้นด้วยเทคนิคดั้งเดิมแต่โบราณ ชื่อว่า "เมสโซตินท์" มีขั้นตอนจากการเตรียมเพลททองแดงที่ขัดจนเป็นมันวาว โดยโยกเครื่องมือเฉพาะเพื่อสร้างจุดหลุมเล็กบนเพลท ด้วยความสม่ำเสมอ จึงจะสามารถทำน้ำหนักของหมึกสีดำได้สวยงามทั่วทั้งแผ่น จากนั้นก็ใช้เครื่องมืออีกหลายชิ้นสร้างน้ำหนักเทาขาวอย่างละเอียดอ่อนต่อไป กว่าจะพิมพ์เป็นผลงานออกมาได้ต้องผ่านขั้นตอนการทดสอบหลายครั้ง
สำหรับศิลปะภาพพิมพ์ และประติมากรรมย่อส่วน กลุ่มธนาคารทิสโก้จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งมอบให้แก่มูลนิธิและองค์กรการกุศลในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แก่ มูลนิธิชัยพัฒนา, มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ, มูลนิธิสายใจไทยฯ มูลนิธิพระดาบส, มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ, มูลนิธิหอศิลปะรัชกาลที่ 9, หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, มูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และมูลนิธิทิสโก้เพื่อการกุศล เพื่อหารายได้ถวายเป็นพระราชกุศลต่อไป
ส่วนผู้ที่สนใจสามารถชมนิทรรศการและศิลปกรรมเฉลิมพระเกียรติ "7 รอบพระนักกษัตร" ได้ในระหว่างวันที่ 17-23 มีนาคม (ยกเว้นวันหยุด) ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น.



