ข่าว

ยันยอดตายแผ่นดินไหวญี่ปุ่นทะลุ2หมื่น

ยันยอดตายแผ่นดินไหวญี่ปุ่นทะลุ2หมื่น

20 มี.ค. 2554

ตำรวจญี่ปุ่นยืนยันยอดตายจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิ พุ่งทะลุ 20,000 แล้ว ญี่ปุ่นยังเร่งฉีดน้ำทะเล เพื่อลดอุณหภูมิในอาคารปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และต่อระบบไฟฟ้า เพื่อให้ระบบหล่อเย็นของทุกๆ อาคารกลับมาใช้งานโดยเร็วที่สุด ขณะที่ระบบไฟฟ้าบางส่วนของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

(20มิ.ค.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น แถลงตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ได้รับการยืนยันและรวบรวมถึงเวลา 12.00 น. วันนี้ตามเวลาท้องถิ่นมีจำนวนทั้งสิ้น 8,133 คน และมีผู้อยู่ในบัญชีแจ้งสูญหายอย่างเป็นทางการ 12,272 คน  โดย จ. มิยางิ เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักสุด มีผู้เสียชีวิต 4,882 คน ขณะที่หัวหน้าตำรวจมิยางิ เปิดเผยหลังประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจว่า เฉพาะในจังหวัดมิยางิแห่งเดียวต้องการสถานที่สำหรับเก็บศพกว่า 15,000 ราย ทำให้เป็นไปได้สูงว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจะเพิ่มขึ้นอีกมาก 

 ส่วนจ. ที่ได้รับผลกระทบหนักสุดเป็นอันดับสอง ได้แก่ จ.อิวาเตะ มีผู้เสียชีวิต 2,525 คน และจ . ฟูกูชิมะ จำนวน  670 คน  นอกจากนี้ มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยที่ต้องพักตามศูนย์อพยพชั่วคราวอีกกว่า 3.6 แสนคน ในพื้นที่ 15 จังหวัด   

 ขณะที่ญี่ปุ่นยังคงระดมกำลังฉีดน้ำทะเล เพื่อลดความร้อนภายในอาคารของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 4 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูคูชิม่ะหมายเลข 1 ซึ่งเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยบ่อเก็บแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้ว มีความร้อนสูง ซึ่งเสี่ยงทำให้สารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกมาอีก 

 ในขณะที่สำนักข่าวจีจิ รายงานอ้าง บริษัทโตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ ที่บอกว่า อาจไม่สามารถต่อระบบไฟฟ้าเพื่อให้ระบบหล่อเย็นของอาคารเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 2 กลับมาทำงานได้ทันภายในวันนี้ และเตือนว่า แม้จะเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าแล้ว ระบบหล่อเย็นก็อาจจะไม่ทำงานเพราะเกิดความเสียหายกับระบบหล่อเย็น ขณะที่เกิดแผ่นดินไหวและสึนามิ

 ส่วนอุณหภูมิของบ่อเก็บแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้ว ในอาคารเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 5 และ 6 ลดลงแล้ว หลังจากที่ระบบหล่อเย็นกลับมาทำงานอีกครั้งเมื่อคืนนี้ โดยเตาปฏิกรณ์หมายเลข 5มีปัญหาน้อยที่สุดจากทั้งหมด 6 เตา เพราะช่วงที่เกิดแผ่นดินไหวและสึนามิอยู่ในช่วงปิดซ่อมบำรุงรักษาอยู่แล้ว

 ส่วนระดับของสารกัมมันตรังสีใกล้กับอาคารเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 2 ซึ่งเป็น1 ในเตาที่มีปัญหามากที่สุด ก็ลดลงเช่นเดียวกัน

 ในขณะที่ศูนย์พยาการณ์อากาศประเมินว่า จะมีฝนตกและทิศทางลมจะพัดจากทางเหนือไปทางกรุงโตเกียววันนี้ นายฮิเดฮิโกะ นิชิยาม่า โฆษกหน่วยงานเพื่อความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ญี่ปุ่น เตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในรัศมี 30 กิโลเมตรรอบโรงงานใส่หน้ากาก สวมเสื้อแขนยาวและไม่ควรโดนฝน และให้ความมั่นใจว่า จากการเฝ้าติดตามระดับของสารกัมมันตรังสี พบว่าสถานการณ์ที่โรงไฟฟ้าฟูคูชิม่ะค่อยๆ ดีขึ้น

 นายเกรแฮม แอนดรู เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศหรือไอเออีเอ บอกถึงสถานการณ์ล่าสุดของวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิม่ะ หมายเลข 1 ว่าขณะนี้ เจ้าหน้าที่สามารถเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า ซึ่งทำให้ระบบหล่อเย็นในอาคารเตาปฏิกรณ์หมายเลข 5 และ 6 สามารถใช้งานได้แล้ว

 เจ้าหน้าที่บริษัทโตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ บอกว่า อุณหภูมิน้ำในบ่อเก็บแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้วของเตาปฏิกรณ์หมายเลข 5 ลดลงราว 12 องศาเซลเซียส หลังจากที่ระบบระบายความร้อนเริ่มทำงาน คาดว่า จะสามารถต่อระบบไฟในอาคารเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 2 ในวันนี้และหวังว่าจะสามารถต่อระบบไฟฟ้าในทุกๆ อาคารเตาปฏิกรณ์ภายในเช้าวันจันทร์

 ระบบหล่อเย็นภายในอาคารเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หยุดทำงานลง หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิ เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบต่อไฟให้ระบบทำงานอีกครั้งเพื่อไม่ให้แท่งเชื้อเพลิงร้อนมากกว่านี้

 ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ ทหารและตำรวจยังคงระดมกำลังฉีดน้ำทะเล เข้าไปยังอาคารของเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2,3 และ 4 เพื่อทำให้ความร้อนในบ่อเก็บแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้วลดลงและป้องกันการหลอมละลายในเตาปฏิกรณ์ ซึ่งรายงานล่าสุดพบว่าการฉีดน้ำและน้ำทะเล มีส่วนช่วยลดระดับสารกัมมันตรังสีที่วัดได้ในโรงงาน

 การต่อระบบไฟฟ้า เกิดปัญหาล่าช้ากว่าที่คาด เพราะเจ้าหน้าที่มีเวลาจำกัดในการอยู่ในพื้นที่และต้องสร้างที่กำบังเพื่อกันไม่ให้อุปกรณ์เปียกน้ำที่ต้องฉีดเข้าอาคารปฏิกรณ์
และต้องให้แน่ใจว่า กระแสไฟฟ้าที่เชื่อมต่อจะไม่ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ อีก  

 ขณะนี้ เตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 มีปัญหามากที่สุด เพราะที่ครอบเตาปฏิกรณ์อาจได้รับความเสียหาย ในขณะที่บ่อเก็บแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้วของเตาปฏิกรณ์หมายเลข 4
มีอุณหภูมิสูงสุด