
เปิดฉากโจมตีลิเบีย'กัดดาฟี'ประกาศสู้
กองกำลังนานาชาติ นำโดยสหรัฐฯเปิดฉากโจมตีลิเบียคืนวานนี้ ผู้นำลิเบียประกาศจะปกป้องประเทศ จากสิ่งที่เรียกว่า"การรุกรานของผู้ต้องการทำสงครามศาสนา
(20มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังของสหรัฐฯ และอีก 4 ชาติ ประกอบด้วย ฝรั่งเศส อังกฤษ แคนาดา และอิตาลีรวมถึงพันธมิตรชาติอาหรับ ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศ เมื่อวันเสาร์ โดยกองกำลังสหรัฐฯใช้ทั้งเครื่องบินและเรือรบในปฏิบัติการที่เรียกว่า“ออดิสซี่ ดอว์น”(Odyssey Dawn)มีเป้าหมายมุ่งโจมตีฐานทัพอากาศของลิเบียที่อยู่รอบๆ เมืองทริโปลี เมืองหลวงของลิเบียและเมืองมิตซูราตะ และยังยิงจรวดมิสไซล์ จากเรือรบไปยังเป้าหมายอื่นๆ ในลิเบียด้วยปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายในการบังคับใช้เขตห้ามบินในลิเบีย เพื่อป้องกันไม่ให้กองทัพอากาศลิเบียโจมตีประชาชน ตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
พลเรือโท วิลเลียม อี.กอร์ตนีย์ ผู้บัญชาการศูนย์สั่งการส่วนกลางของกองทัพเรือสหรัฐฯบอกว่า กองกำลังของสหรัฐฯ และอังกฤษ ยิงจรวดโทมาฮอร์ค กว่า 110 ลูก เข้าใส่เป้าหมายซึ่งเป็นฐานยิงจรวดมิสไซล์ทางอากาศและภาคพื้นดินและฐานตรวจจับเรดาร์ของกองทัพอากาศลิเบีย รวมมากกว่า 20 แห่ง
นอกจากนี้ มีเรือรบจากหลายชาติราว 25 ลำ ซึ่งรวมถึงเรือดำน้ำจากสหรัฐฯ 3 ลำ ที่ติดจรวดโทมาฮอร์ค ได้เข้าประจำการในบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแล้ว
แม้ประธานาธิบดีบารัค โอบามาจะย้ำว่า กองกำลังสหรัฐฯ จะมีบทบาทรองในความพยายามบังคับใช้เขตห้ามบินในลิเบีย แต่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ บอกว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องเป็นผู้นำในปฏิบัติการดังกล่าวก่อน เพราะมีศักยภาพทางทหารสูงสุด ที่จะสามารถทำลายฐานทัพอากาศลิเบีย ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักหากจะควบคุมน่านฟ้าลิเบีย
ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพอากาศสหรัฐฯ บอกกับวุฒิสภาสหรัฐฯเมื่อวันพฤหัสบดีทีผ่านมาว่า การบังคับใช้เขตห้ามบินในลิเบีย อาจต้องใช้เวลามากกว่า
1 สัปดาห์จึงจะสำเร็จ
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ลิเบียประกาศหยุดยิงฝ่ายเดียว หลังคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติมีมติกำหนดเขตห้ามบินเหนือลิเบีย เพื่อป้องกันไม่ให้กองกำลังของกัดดาฟี
ใช้กำลังโจมตีประชาชนที่ไม่พอใจรัฐบาล แต่ฝ่ายต่อต้านนายกัดดาฟีระบุว่า ยังคงถูกโจมตีด้วยกระสุนปืนใหญ่อย่างต่อเนื่อง
ประธานาธิบดีบารัค โอบามา บอกระหว่างการเยือนบราซิลว่า การโจมตีไม่ใช่ทางเลือกที่สหรัฐฯหรือประเทศพันธมิตรต้องการจะทำ แต่ทุกประเทศไม่สามารถนิ่งเฉย เมื่อผู้นำเผด็จการลิเบียบอกประชาชนของตนว่า จะจัดการอย่างไร้ซึ่งความปรานี และย้ำว่าตนจะไม่ส่งกำลังทหารภาคพื้นดินเข้าไปในลิเบีย
ส่วนพันเอก โมอัมมาร์ กัดดาฟี ซึ่งปกครองลิเบียมา 41 ปี พูดผ่านโทรศัพท์ในรายการของสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลลิเบียว่า ตนจะพิจารณาเปิดคลังอาวุธ เพื่อให้ประชาชนจับอาวุธป้องกันตนเอง และเรียกการโจมตีของกองกำลังนานาชาติ ว่าเป็นการรุกรานของผู้ที่ต้องการทำสงครามศาสนา ซึ่งกำลังจุดชนวนให้เกิดสงครามศาสานาครั้งใหญ่รอบใหม่
เขาบอกว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติต้องรับผิดชอบ และต้องหยุดการรุกรานอธิปไตยของลิเบียทันที พร้อมเตือนว่าการโจมตีของกองกำลังนานาชาติ จะทำให้ภูมิภาคแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และแอฟริกาตอนเหนือกำลังตกอยู่ในอัตรายและประชาชนอยู่ในความเสี่ยง
ในขณะที่กองกำลังที่สนับสนุนนายกัดดาฟีหลายพันนาย ได้ประจำการที่ค่ายทหารบ๊าบ อัล-อาซีซีย่า ในเมืองทริโปลี ซึ่งเป็นที่พักของนายกัดดาฟี เพื่อป้องกันการถูกโจมตี
พลเรือโท วิลเลียม อี กอร์ตนีย์ บอกว่า ปฏิบัติการ "ออดิซซี่ ดอว์น" (Odyssey Dawn)มี 2 เป้าหมาย นั่นคือ ป้องกันไม่ให้กองกำลังของนายกัดดาฟีโจมตีประชาชนทางอากาศ และลดทอนศักยภาพทางทหารของลิเบีย เพื่อให้เกิดการบังคับใช้เขตห้ามบินตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นปฏิบัติการทางทหารร่วมกันของกองกำลังนานาชาติครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่สงครามอิรัก
ในขณะที่สถานีโทรทัศน์ของทางการลิเบีย อ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ในกองทัพลิเบียว่ามีผู้เสียชีวิต 48 คน และอีก 150คน ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของกองกำลังนานาชาติ โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเด็ก แต่เบื้องต้นยังไม่สามารถยืนยันได้
ในอดีตสหรัฐฯเคยโจมตีทางอากาศต่อลิเบีย ในสมัยอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน เมื่อ 25 ปีที่แล้ว หลังเหตุระเบิดในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนี ทำให้ทหารอเมริกัน 2 นายเสียชีวิต ซึ่งสหรัฐฯ โทษลิเบียว่ามีส่วนในเหตุระเบิดดังกล่าว



