
ที่ควรจะเห่อ
ถ้ายังจำเหตุการณ์ไฟไหม้ที่ซานติกาผับได้ ครั้งนั้นเป็นอุทาหรณ์ที่ทำให้ผับและสถานบันเทิงต่างๆ หันมาตื่นตัวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น ด้วยเกรงจะซ้ำรอยเดิม
นี่ยังไม่นับรวมตัวผู้บริโภคเอง ที่ต้องถือว่าใส่ใจไม่น้อยหน้ากว่ากัน
ผมยังจำได้ดี หลังเหตุร้ายผ่านไป พอดิบพอดีเข้าใกล้ช่วงที่ออฟฟิศ กำลังมีซ้อมหนีไฟ ต้องทำเหมือนจริง เดินลงบันไดมาหลายสิบชั้น
แทนที่มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายจะไม่สน ทนฟังเสียงไซเรนอันดัง หรือนั่งทำงานแบบไม่ขยับเขยื้อน เหตุซานติกาก็ทำเอาคนเปลี่ยนไปได้ มีคนร่วมซ้อมมากขึ้นอย่างตั้งอกตั้งใจ
แต่จะเรียกว่า “เห่อ” ก็ไม่ผิด เพราะหลังจากนั้น ทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ปกติอีกครั้ง เหตุเพราะพวกเราคนไทยเป็นคนลืมง่าย
ไหนๆ พูดถึงเรื่องอาการเห่อ ผมว่าชาติเราเป็นกันเยอะ ไม่แพ้ชาติเอเชียอื่นๆ
ชาไข่มุกก็ตัวอย่างหนึ่ง หรืออย่างตอนโรตีบอยมาใหม่ๆ กลิ่นหอมแตะจมูก หลายคนทนยืนเข้าคิวรอเป็นชั่วโมง แม้กระทั่งให้มอเตอร์ไซค์รับจ้างไปยืนต่อแถวก็มี
ขายได้สักพัก กระแสก็หมด ตอนนี้หาร้านกินก็ไม่ค่อยมี หรือบางร้านก็เปลี่ยนไปขายอย่างอื่นแล้ว เพราะถ้าไม่ปรับตัวตามผู้บริโภค ธุรกิจก็ไปไม่รอด
ช่วงนี้ ถ้าพูดถึงตลาดเงิน ต้องถือว่าเป็นยุคทองของผู้บริโภค เพราะมองไปทางไหน ผมก็เห็นแบงก์ต่างแข่งกันออกแคมเปญเงินฝากให้ดอกสูงทั้งนั้น
ถึงขนาดบางที่ให้แบบ “สเต็ปเรต” หรือจะเรียก “โพรเกรสสิฟเรต” ก็มี เพราะดอกเบี้ยจะค่อยๆ ทยอยสูงขึ้นตามแต่ละช่วงเวลา
ผมแนะนำให้ถามทุกที่แบบไม่ต้องเขินกันเลย ให้เขาคิดสะระตะให้เสร็จ คำนวณกลับไปกลับมา แล้วจะได้ดอกเบี้ยเท่าไหร่ต่อปี? อันไหนระยะสั้นกว่า แต่ได้ดอกสูงกว่า เทียบกันให้เห็นๆ
เชิงทฤษฎี ต้องบอกว่าถ้าช่วงไหนแบงก์มีนโยบายจะปล่อยกู้เพิ่มขึ้น การระดมเงินทุนด้วยการให้ดอกสูง เร้าใจให้คนเอาเงินมาฝากจะเป็นกลยุทธ์หนึ่ง
เพราะเมื่อเทียบกับดอกที่แบงก์ต้องเสียตอนขาออก กับดอกสินเชื่อตอนขาเข้า ผมว่าก็ยังคุ้ม
ยิ่งปีนี้ เป็นปีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย มีดอกเบี้ยเชิงนโยบายสูงแล้ว ยิ่งเป็นปีทองของพวกเรา ชาวผู้บริโภค อย่าให้กระแสผ่านไป โดยไม่ทำอะไร
ผมอยากเห็นอาการคนไทย “เห่อ” แบบนี้บ้าง ยิ่งเห่อเยอะๆ ก็ดี อยากให้ไปทยอยเข้าคิวฝากเงินกันให้มาก เอาให้เหมือนไปต่อคิวรอซื้อโดนัทยี่ห้อดังเลย
เพราะเห่อมากเท่าไหร่ เป็นผลดีกับตัวเท่านั้น และยิ่งฝากช่วงนี้ ดอกผลน่าจะเต็มเม็ดเต็มหน่วย ยิ่งต้องไม่พลาด ตีเหล็ก ถ้าไม่ตีตอนร้อน ก็ไม่รู้จะตีตอนไหนแล้วครับ
หลายวันก่อน ถ้าจำไม่ผิด ฟังท่านนายกฯ พูดถึงการออมของคนไทย แล้วก็ใจชื้น เพราะตัวเลขเงินออมค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น
ฟังจบ ผมค่อนข้างมีความสุขเพราะเท่ากับชาติเราเริ่มเข้าใจคำว่าวินัยการเงินมากขึ้น อีกหน่อยจะได้อยู่ห่างไกลเส้นความยากจน
ช่วยกันนะครับ ช่วยกัน “เห่อ” แบบที่ผมว่าให้มากๆ ยิ่งเห่อ ยิ่งออม ก็ยิ่งไกลความจนครับ…
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]



